วันนี้ (27 พฤษภาคม 2569) The Momentum ลงพื้นที่สำรวจท่าเรือสะพานมิตรมหาดไทย ริมคลองแสนแสบ จุดขึ้นเรือท่าเรือสะพานมิตรมหาดไทย พบว่า บริเวณท่าเรือดังกล่าว มีป้ายประกาศขึ้นราคาค่าโดยสารเรือตามจุดต่างๆ โดยให้เหตุผลการขึ้นราคาว่า มีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับสูงขึ้น
ข้อความในป้ายประกาศระบุว่า “น้ำมันดีเซลปรับราคา 42.20 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 บริษัทขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสารตามราคาต้นทุน ระยะละ 1 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2569”

นอกจากนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่า “หากราคาน้ำมันลดลง บริษัทก็จะปรับราคาลงทันที”

สำหรับการปรับราคาค่าโดยสารเรือนั้น มีการปรับขึ้น-ลงตามราคาน้ำมันมาแล้ว 5 ครั้ง และมีแผนปรับขึ้นอีกครั้ง ดังนี้

– ครั้งแรก วันที่ 30 มีนาคม 2569 ปรับขึ้นระยะละ 2 บาท ภายหลังราคาน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร

– ครั้งที่ 2 วันที่ 7 เมษายน 2569 ปรับขึ้นระยะละ 2 บาท หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นเป็น 44.24 บาทต่อลิตร

– ครั้งที่ 3 วันที่ 16 เมษายน 2569 ปรับขึ้นระยะละ 2 บาท หลังราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 44.40 บาทต่อลิตร

– ครั้งที่ 4 วันที่ 17 เมษายน 2569 ปรับลดลงระยะละ 1 บาท หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงเหลือ 42.90 บาทต่อลิตร

– ครั้งที่ 5 วันที่ 24 เมษายน 2569 ปรับลดลงระยะละ 1 บาท หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงเหลือ 40.20 บาทต่อลิตร

– วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 มีแผนปรับขึ้นระยะละ 1 บาท หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นเป็น 42.20 บาทต่อลิตร

สมาน ผู้โดยสารวัย 80 ปี ให้ข้อมูลว่า ในฐานะคนที่ขึ้นเรือสัญจร ค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นก็เริ่มส่งผลกระทบ แต่โดยส่วนตัวมองว่าไม่สามารถตำหนิบริษัทที่เป็นเจ้าของได้ เพราะการขึ้นราคาเป็นผลมาจากราคาน้ำมัน ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลไทยจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

“ต้องยอมจ่ายค่าโดยสารราคานี้ไปก่อน เหมือนกับคนที่มีรถและต้องขับรถไปที่ต่างๆ คุณก็ต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่า จะแก้ปัญหาอย่างไร”

ผู้โดยสารวัย 80 ปี สะท้อนว่า รัฐบาลจะต้องใส่ใจการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะข้าวของที่มีราคาแพงขึ้น มากกว่าสนใจการลงทุนทางเศรษฐกิจภาพใหญ่เพียงอย่างเดียว ซึ่งเขามองว่า ณ ตอนนี้ รัฐบาลยังคงไม่สนใจประเด็นข้าวของราคาแพงเท่าที่ควรจะเป็น

“ตอนเขาพูดหาเสียงเลือกตั้ง ก็พูดแต่เรื่องที่หวานหู พอตอนที่ต้องลงมือทำจริงๆ ทุกวันนี้เป็นอย่างไร เละ” สมานกล่าว

ด้าน มิ้น ผู้โดยสารวัย 29 ปี ที่เดินทางโดยใช้เรือโดยสารในคลองแสนแสบเป็นประจำ เพื่อเดินทางจากท่าเรือสะพานมิตรมหาดไทยไปยังท่าเรืออโศก ซึ่งใกล้กับที่ทำงาน ให้ข้อมูลว่า เท่าที่จำได้ ระยะทางจากท่าเรือสะพานมิตรมหาดไทยไปยังท่าเรืออโศก เคยถูกสุดอยู่ที่ 17 บาท ก่อนราคาน้ำมันจะปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้ในระยะทางที่เธอต้องเดินทางไป มีค่าใช้จ่ายอยู่ราว 19-20 บาท

“เป็นผลมาจากสงคราม ทำให้น้ำมันราคาขึ้นกันทั้งโลก ก็เลยมีผลกระทบกับค่าเรือ เพราะเขาต้องใช้น้ำมันดีเซล” เธอกล่าว
มิ้นสะท้อนว่า การปรับขึ้น-ลงค่าโดยสารของเรือในคลองแสนแสบดำเนินมาเรื่อยๆ ภายหลังสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเธอระบุว่า การปรับราคาบ่อยๆ ในบางครั้งก็สร้างความสับสนให้กับผู้โดยสารที่เตรียมเงินเอาไว้ตามราคาค่าโดยสารเก่าก่อนการปรับขึ้น

“การขึ้นเรือในแต่ละครั้ง คนมักจะถือของพะรุงพะรัง ซึ่งบางครั้งเราก็จะต้องเตรียมเงินก่อนที่จะเอาไปจ่ายบนเรือโดยสาร ตอนจ่ายเงินก็เลยจะงงๆ ว่า สรุปแล้วเราต้องจ่ายเท่าไร สำหรับคนที่ยังมองไม่เห็นข่าวการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร”

“แต่เราเข้าใจ เพราะการขึ้น-ลงราคาค่าโดยสารมันสะท้อนมาจากราคาน้ำมันโลก ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากสงคราม ส่วนตัวค่าโดยสาร ณ ตอนนี้ยังไม่ได้กระทบกับเรามากมายขนาดนั้น”

ทั้งนี้ แม้ว่าผู้โดยสารวัย 29 ปีรายนี้จะไม่ติดใจกับการขึ้นค่าโดยสารในปัจจุบัน แต่เธอชี้ว่า หากมีการขึ้นราคาอีกในอนาคต ค่าโดยสารเรือในคลองแสนแสบก็จะมีความใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับค่าโดยสารรถประจำทาง ซึ่งหากเป็นอย่างนั้น คนก็อาจเลือกขึ้นรถเมล์มากกว่าขึ้นเรือ

“บางทีถ้ารถเมล์เป็นแบบพัดลม มากสุดก็แค่เที่ยวละ 10 บาท เราก็ไปถึงที่หมายของเราได้แล้ว แต่ตอนนี้เรือราคา 20 กว่าบาท ราคามันต่างกับรถเมล์เท่าหนึ่งเลย อีกไม่นานคนน่าจะไปขึ้นรถเมล์กันหมด จากที่ดูด้วยสายตาในตอนนี้ คนขึ้นเรือก็น้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก”

“จริงๆ ถ้าเขา (บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด) ขึ้นราคา ก็ขึ้นได้ แต่อยากให้เขาเข้ามาดูแลสุขอนามัยบนเรือ มีการอำนวยความสะดวกให้กับเด็กกับผู้สูงอายุที่เขาขึ้นเรือ ที่สำคัญคือควันค่อนข้างเยอะ และเป็นควันที่ดำมาก ควรปรับปรุงเรื่องนี้” มิ้นกล่าว

Tags: , , ,