สถานการณ์ ‘พลังงานโลก’ ยังคงระส่ำอย่างต่อเนื่อง ภายหลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ราคาน้ำดิบโลกพุ่งสูงขึ้นแตะที่ระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ด้าน ซาอัด อัล คาอาบี (Saad al-Kaabi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของกาตาร์ ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times เปิดเผยว่า หากสงครามที่เกิดขึ้นยังคงยืดเยื้อเช่นนี้ต่อไปจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของ GDP ทั่วโลก

คาอาบียังมองด้วยว่า ราคาพลังงานของทุกประเทศมีแต่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้าบางประเภทจะขาดแคลน และเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อโรงงานที่ไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบได้ นอกจากนั้นแล้วการโจมตีกลับของอิหร่านต่อประเทศที่อยู่รอบอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งมุ่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas: LNG) ทำให้กาตาร์ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิต LNG สำคัญรายหนึ่งของโลกต้องหยุดการส่งออกพลังงานดังกล่าว

ขณะที่ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวอยู่ในระดับที่สูงถึง 65% ของความต้องการพลังงานทั้งหมด โดยกระทรวงพลังงานเปิดเผยแนวทางรับมือเชิงรุก 3 ด้านกับสำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจไว้ดังนี้

  1. ด้านการบริหารราคาพลังงาน จะดำเนินการผ่านกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 สถานะกองทุนยังคงเป็นบวกที่ 2,459 ล้านบาท โดยกระทรวงพลังงานมีมติให้ ‘ตรึง’ ราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทไปจนถึงวันที่ 17 มีนาคมนี้ ส่วนก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas: LPG) จะตรึงราคาไว้ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม

ขณะเดียวกันยังมีข้อเสนอที่จะออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังค้ำประกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เหมือนตอนที่เกิดสถานการณ์ด้านพลังงานในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยปัจจุบันหนี้ของกองทุนยังคงเหลือยอดชำระให้กับสถาบันทางการเงินอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะใช้หมดได้ภายในปี 2572

ทั้งนี้มีการคาดการณ์จาก อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า กองทุนดังกล่าวจะต้องใช้เงินประมาณวันละ 700 ล้านบาท เพื่อแบกรับภาระราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กองทุนยังมีศักยภาพในการรับมือกับวิกฤตได้ในระยะแรก ก่อนที่จะมีการดำเนินกู้เงินเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 8 มีนาคม 2569 จากสำนักการเงินและบัญชี สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเปิดเผยว่า สถานะของกองทุนกลับมา ‘ติดลบที่ 786 ล้านบาท’ โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน 36,949 ล้านบาท บัญชี LPG ติดลบ 37,735 หมื่นล้านบาท

  1. จัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม โดยกระทรวงพลังงานสั่งการให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดหาแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบและ LNG เพิ่มเติมจากสหรัฐฯ แอฟริกาตะวันตก และมาเลเซีย เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกันก็จะเดินหน้าเจรจาเพื่อเร่งการผลิตก๊าซธรรมชาติ 3 แหล่ง คือ อ่าวไทย เมียนมา และพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (Joint Development Area: JDA) เพื่อเสริมความมั่นคงให้กับการผลิตไฟฟ้าของประเทศ

นอกจากนั้นกระทรวงพลังงานจะให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ชีวมวล และถ่านหิน

  1. กระทรวงพลังงานจะเสนอแผนประหยัดพลังงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (10 มีนาคม 2569) เพื่อให้เป็นแนวทางการดำเนินการของภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ Work From Home หรือการกำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงาน 20% 

ทั้งนี้วันนี้ (9 มีนาคม 2569) เวลา 16.00 น. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นัดประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์พลังงานหลังราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยจะแบ่งออกเป็นมาตรการรับมือระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ก่อนจะเสนอในที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้

อ้างอิง:

https://www.bangkokbiznews.com/economics/1224284?fbclid=IwY2xjawQbVMZleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFPalo3UjFMWkQ0TXdTODR2c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHs4M-X2NIESTA2H-Edr9nYMvulw34dt0NB6FIKzQzmHskMrdyhgZSPaDlhoe_aem_GkcbFeWLMtk9SS2-l2g4qg

https://www.ft.com/content/be122b17-e667-478d-be19-89d605e978ea

https://www.offo.or.th/th/estimate/fuelfund-status

ภาพ: Reuters

Tags: , , , , ,