วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา มณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวชี้แจงในการประชุมกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ตอนหนึ่งว่า ผลการสอบสวนเรื่องอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จากเหตุแผ่นดินไหวนั้น ผลการสอบสวนจาก 3 คณะกรรมการที่รัฐบาลขณะนั้นตั้งขึ้น ชัดเจนแล้วว่า การออกแบบอาคารไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ระยะฝังของเหล็กเสริม (ลิงก์บีม) รับแรงเฉือนน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้จุดดังกล่าวอ่อนแอ ทำให้พื้นอาคารตั้งแต่ชั้น 1-4 ไม่สามารถรับแรงเฉือน รวมถึงผลการทดสอบแรงอัดคอนกรีตน้อยกว่ามาตรฐาน เกณฑ์ที่กำหนดแบบรายละเอียดการก่อสร้างนั้น ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

ขณะเดียวกัน รัฐบาลส่งผลการตรวจที่ตรวจสอบมาสักครู่ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ ให้ทำสำนวนส่งอัยการ สั่งฟ้องบริษัทออกแบบ บริษัทก่อสร้าง บริษัทผู้คุมงาน ที่ สตง.จ้างจำนวน 23 ราย โดยความคืบหน้าทางคดีอาญาขณะนี้ ศาลกำลังไต่สวนพยานทางอาญา ส่วนกรณี ‘นอมินี’ กรมสอบสวนคดีพิเศษยื่นสำนวนส่งอัยการไปแล้ว และอีกเรื่อง กรณีขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง มีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ สตง.กระทำผิดกฎหมายในเรื่องขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเรื่องนี้อยู่ระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งกรรมการไต่สวน

ในส่วนความเสียหาย ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินระบุว่า แม้มูลค่าตึกจะอยู่ที่ 2,000 กว่าล้านบาท แต่ สตง.เพิ่งจ่ายไปราว 900 ล้านบาทเท่านั้น ใน 22 งวด โดยขณะนี้ได้เงินคืนมาแล้ว 320 ล้านบาท คือเงินประกันสัญญาและเงินจ่ายล่วงหน้า ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 500 กว่าล้านบาท ได้ตั้งกรรมการประเมินความเสียหายเพื่อฟ้องร้องทางแพ่งเรียกเงินส่วนต่าง เพื่อรับความเสียหายทางแพ่ง

นอกจากนี้ มณเฑียรระบุด้วยว่า สตง.ยังต้องจ่ายค่าเช่าที่ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพราะมีการจ้างก่อสร้างอาคารในพื้นที่ของ รฟท.ภายใต้สัญญาเช่า 15 ปี โดยเหตุที่ยังต้องเช่าต่อไป เพราะมีการส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนไปดำเนินการก่อสร้าง และหากยังไม่ส่งคืน รฟท.ก็ต้องเรียกค่าเช่าทุกปี

“เรากำลังเร่งรัดเอกชนให้คืนพื้นที่ที่ดำเนินการคืนเรา แต่เขาบอกว่าเขาเอาไว้ต่อสู้คดี เราพยายามเร่งรัดให้ส่งคืนพื้นที่ให้ รฟท.และจะไม่ใช้พื้นที่นั้นต่อเพื่อยุติการจ่ายค่าเช่า”

มณเฑียรกล่าวอีกด้วยว่า ณ ขณะนี้ ยังไม่มีนโยบายในการสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่

ส่วนเรื่องอาคาร สตง.ในต่างจังหวัดที่มีการลงข่าวว่าเป็น ‘ตึกร้าง’ นั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่ตึกร้าง แต่เป็นอาคารที่ก่อสร้างล่าช้ากว่าสัญญา สตง.จึงจำเป็นต้องบอกเลิกสัญญาใน 11 จังหวัด เช่น พะเยา กาญจนบุรี ตาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ผู้รับจ้างใหม่แล้วทั้ง 11 สัญญา และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2570 ทุกแห่ง

ก่อนหน้านี้ คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยตัวเลขค่าเช่าที่ดินการรถไฟบริเวณย่านพหลโยธินของ สตง.ที่มาจากเอกสารงบประมาณ ฉบับที่ 3 งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เล่มที่ 15 ไว้ที่ วงเงิน 764,193,000 บาท เป็นเงินนอกงบประมาณ 21,257,200 บาท และเงินงบประมาณ 742,935,800 บาท

Tags: