หน้าต่างเดียวของบ้านอยู่ระดับเดียวกับถนน มองลอดลูกกรงออกไปเป็นซอยที่ขนาบด้วยตึก 2 ข้าง ทุกๆ คืนจะมีคนขี้เมาเหล้ามาฉี่รดหน้าต่าง…ไม่ต่างจากท่อระบายน้ำ ผมกำลังพูดถึงภาพยนตร์เกาหลี Parasite | ชนชั้นปรสิต ที่เพิ่งเข้าฉายในไทยเมื่อ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่สัญญาว่าจะไม่สปอยล์เรื่องนี้แน่นอน เพราะเรื่องที่จะพูดถึงคือฉากหนึ่งในเทรลเลอร์ฉบับแรกที่ออกมาเมื่อ 24 มิถุนายน ครับ


ภาพจากตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องชนชั้นปรสิต

วินาทีที่ 49 เหมือนแมลงสาบในท่อระบายน้ำมองขึ้นไปเห็นคนพ่นยากำจัดแมลง ขณะที่ครอบครัวของพระเอกกำลังพับกล่องพิซซ่าอยู่นั้น ข้างนอก (มองผ่านหน้าต่าง) ก็มีเจ้าหน้าที่มาพ่นหมอกควัน ทันใดนั้นเองนายคิมผู้เป็นพ่อก็สั่งให้ลูกเปิดหน้าต่าง เผื่อควันจะเข้ามากำจัดแมลงสาบในบ้านของพวกเขาบ้าง แต่ปรากฏว่าทั้งหมดกลับสำลักควัน ยกเว้นเจ้าของความคิดที่ยังคงพับกล่องพิซซ่าอยู่หน้าตาเฉย

นอกจาก ‘ปรสิต’ จะดูดสัญญาณไวไฟแล้ว

หมอกควันกำจัดแมลงก็ไม่เว้น

ฉากนี้เป็นฉากตลกตอนต้นเรื่องที่ปูทางไปสู่เนื้อหาส่วนอื่นที่ไม่น่าจะมีอะไรต้องพูดถึง แต่สำหรับคนไทยแล้ว น่าจะคุ้นเคยกับการพ่นหมอกควันนี้เพื่อกำจัดยุง โดยเฉพาะ “ยุงลายบ้าน” ที่เป็นพาหะนำเชื้อไวรัสไข้เลือดออกจากคนสู่คน ซึ่งจากชื่อยุงก็บอกว่าอยู่แล้วว่าเป็นยุงลาย ‘บ้าน’ ไม่ใช่ยุงลาย ‘สวน’ (พาหะของโรคชิคุนกุนยา) เพราะฉะนั้นก็ควรจะเปิดบ้านให้ควันเข้ามาฆ่ายุงถูกแล้วไม่ใช่เหรอ!?!

ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการพ่นยุง และเครื่องพ่นยุงสักเล็กน้อย

เวลาเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (สถานีอนามัย) ได้รับการแจ้งว่ามีผู้ป่วยไข้เลือดออกในพื้นที่ของตัวเอง เขาก็จะต้องลงพื้นที่บ้านของผู้ป่วยว่าอยู่ตรงไหน สภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร และมีลูกน้ำยุงลายอยู่ในบ้าน-รอบบ้านหรือไม่ เพื่อกำจัด ‘ตัวอ่อน’ ของยุง นอกจากนี้เขาก็จะต้องประสานงานไปยังอบต. หรือหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเข้ามาพ่นยากำจัดยุง ‘ตัวเต็มวัย’ ในรัศมี 100 เมตร

โดยวัตถุประสงค์ของการพ่นยานี้ก็เพื่อที่จะฆ่ายุงลายที่มีเชื้อไวรัสไข้เลือดออกอยู่ในตัว (อาจเป็นตัวที่นำเชื้อมาให้ผู้ป่วย หรืออาจเป็นตัวที่กัดผู้ป่วยแล้วได้รับเชื้อกลับไปก็ได้) ซึ่งอาศัยอยู่รอบบ้านผู้ป่วยให้หมดไป จะได้ไม่ไปกัดและแพร่เชื้อให้กับคนอื่นในละแวกนั้น หรือถือเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดนั่นเอง ส่วนที่มาของตัวเลข 100 เมตรก็เพราะว่ายุงลายบ้านบินไม่ไกลเกินนี้

สำหรับ อบต. จะมีเครื่องพ่นยุงอยู่ 2 แบบ คือเครื่องพ่นหมอกควัน (Thermal fog generator) เป็นเครื่องพ่นที่ใช้น้ำมันเผาไหม้เป็นความร้อนไปทำให้สารเคมีกำจัดแมลงแตกตัวออกมาเป็นละอองเล็กๆ ซึ่งพอเจอกับอากาศเย็นก็จะกลายควันโขมงสีขาวเหมือนกับที่ทุกคนคุ้นเคย ส่วนอีกแบบคือเครื่องพ่นฝอยละเอียด (Ultra low volume: ULV) เป็นเครื่องพ่นที่ใช้แรงกดอากาศทำให้สารเคมีแตกตัวเป็นละอองฝอย

ซึ่งแบบหลังนี้จะมองไม่เห็นละอองน้ำยา แต่อาจทำให้รู้สึกว่าไม่ได้พ่นน้ำยา (เพราะไม่เห็นเป็นหมอกควัน) 

ความแตกต่างที่สำคัญคือถ้าใช้เครื่องพ่นหมอกควันจะต้องปิดบ้านอบไว้ 30 นาที หรือรอจนหมอกควันหมดไปก่อน ในขณะที่เครื่อง ULV ไม่ต้องปิดบ้าน ดังนั้นก่อนการพ่นหมอกควัน ‘ในบ้าน’ จะต้องปิดหน้าต่าง เหลือแต่ประตูทางเข้า ปกปิดอาหารและภาชนะใส่อาหารให้มิดชิด และพาเด็ก ผู้ป่วยและผู้สูงอายุออกมาพักนอกบ้าน 

แต่ข้อเสียที่หลายบ้านปฏิเสธไม่ให้เข้าไปพ่นในบ้านคือ กลิ่นเหม็นของน้ำมัน และละอองน้ำมันที่ผสมสารเคมีตกลงพื้น ทำให้พื้นลื่นได้

ทว่าเครื่องพ่นยุงส่วนใหญ่ของหน่วยงานท้องถิ่นส่วนใหญ่เป็นแบบเครื่องพ่นหมอกควัน ดังนั้นหากต้องการให้รัฐเป็นผู้กำจัดยุงลายภายในบ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ก็จะต้องเปิดรับหมอกควัน (รบกวนการมองเห็น) กลิ่น (รบกวนการได้กลิ่น) และน้ำมัน (รบกวนการสัมผัส) และเสียงดังของเครื่อง (รบกวนการได้ยิน) เข้าไปในบ้านอย่างเสียไม่ได้ ซึ่งทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะป็น ‘ชนชั้นปรสิต’ แต่อย่างใด

  ในเมื่อหมอกควันเป็นการจัดหามาให้โดยรัฐ

  อย่างไรก็ตามหากไม่ต้องการใช้บริการนี้ (เกาหลีใต้มีผู้ป่วยไข้เลือดออก แต่ผมไม่แน่ใจว่าที่เห็นในภาพยนตร์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือบริษัทรับจ้างกำจัดแมลงของเอกชน) ครอบครัวนายคิมก็มีทางเลือกอื่นที่รบกวนการพับกล่องพิซซ่าน้อยกว่านี้ และอาจทำให้พับกล่องได้ดีขึ้น แต่จะต้องแลกกับค่าใช้จ่ายในการซื้อสเปรย์ฉีดยุงกระป๋องมาใช้ ซึ่งก็ขึ้นกับว่าเขาเห็นความสำคัญของการกำจัดยุงมากกว่าเรื่องอื่นหรือไม่

สำหรับประเทศไทยเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยได้นำสเปรย์กระป๋องมาใช้ในการควบคุมโรคบ้างแล้ว (อย่างน้อยในอำเภอที่ผมเคยทำงานอยู่) เพราะปัญหาประชาชนไม่ยอมให้เข้าไปพ่นหมอกควันในบ้าน และปัญหาความล่าช้าของการเข้าไปพ่นยาในพื้นที่ ซึ่งจะต้องพ่นภายใน 1 วันหลังจากได้รับรายงาน และพ่นซ้ำอีกครั้งภายใน 1 สัปดาห์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่นบางแห่งไม่เพียงพอ

แต่ถ้าหากต้องการซื้อมาใช้เองก็ควรเลือกสเปรย์กระป๋องชนิดที่ใช้กับแมลงบินโดยเฉพาะ (ยุงและแมลงวัน) เพราะละอองฝอยจะลอยอยู่ในอากาศได้นาน ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับยุงได้มากกว่าชนิดที่ใช้กับแมลงคลาน ซึ่งละอองจะต้องตกลงบนพื้นผิวเพื่อฆ่ามด ปลวก แมลงสาบ โดยควรปฏิบัติตามฉลากข้างกระป๋อง และพ่นยาในช่วงเวลากลางวันที่ยุงลายบ้านออกหากิน คือ 9.00-10.00 น. หรือ 14.00-15.00 น หากตกกลางคืนเป็นยุงรำคาญออกหากิน 

หน้าต่างเดียวของบ้านซึ่งอยู่ระดับเดียวกับถนนถูกผู้กำกับชวนให้นึกถึงหน้าจอทีวีหลังข่าวภาคค่ำ ครอบครัวของพระเอกนั่งกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมกับมองความเคลื่อนไหวที่แสงสีเหลืองของไฟทางอาบไล้อยู่ข้างบนนั้น ผมเองก็มองพวกเขาผ่านจอในโรงหนังอีกที ถ้าคุณเป็นนายคิมจะสั่งให้ลูกเปิดหน้าต่างให้ควันเข้ามากำจัดแมลงหรือไม่ แต่บางทีคุณก็อาจมีทางเลือกอื่น

 

เอกสารประกอบการเขียน

คู่มือวิชาการโรคติดเชื้อเดงกี และโรคไข้เลือดออกเดงกี ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

Tags: , ,