คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเพลงที่ดังที่สุดในโลกในตอนนี้ก็คือ ‘Old Town Road’ ของ ลิล แนส เอ็กซ์ (Lil Nas X) ที่ร่วมฟีเจอริ่งกับบิลลี เรย์ ไซรัส ซึ่งตอนนี้ค้างเติ่งอยู่อันดับหนึ่งบนบิลบอร์ดชาร์ตมานานถึง 17 สัปดาห์แล้ว สร้างสถิติล้มแชมป์ไปมากมายทั้ง Uptown Funk ของบรูโน มาร์ส และมาร์ค รอนสัน ที่เคยทำไว้ 14 สัปดาห์ ในปี 2015 รวมไปถึง I Gotta Feeling ของ เดอะ แบล็กอายด์พีส์, We Belong Together ของมาราย์ แครีย์, Candle in the Wind 1997 และ Something About the Way You Look Tonight ของแอลตัน จอห์น, Macarena (Bayside Boys Mix) ของ ลอส เดล ริโอ, I’ll Make Love to You ของบอยทูเมน และ I Will Always Love You ของวิทนีย์ ฮูสตัน ที่เคยทำสถิติไว้ 14 สัปดาห์เช่นเดียวกัน และล่าสุดได้โค่นอันดับหนึ่งตลอดกาลอย่าง One Sweet Day ของมารายห์ แครีย์และบอยทูเมน และ Depacito ของแดดดี แยงกี และลูอิส ฟอนซี ที่เคยทำไว้ 16 สัปดาห์ลงได้ ทำให้เพลง ‘Old Town Road’ กลายเป็นเพลงที่อยู่อันดับหนึ่งบนชาร์ทบิลบอร์ดนานที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วในตอนนี้

ความเก๋ของเพลง Old Town Road ก็คือมันดังมาจากแอป TikTok และจากความโด่งดังนั้น ลิล แนส เอ็กซ์ ก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายใหญ่อย่าง Columbia Recoeds และทางค่ายก็เตรียมเข็นเพลงนี้ออกมาเป็นซิงเกิลแรก โดยได้บิลลี เรย์ ไซรัส ศิลปินคันทรีสุดเก๋าพ่อของไมลีย์ ไซรัส มาร่วมฟีเจอริ่งด้วย และผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่รู้กันในตอนนี้ว่าตัวเพลงนั้นดังมากแค่ไหน และทั่วโลกก็ค้นหากันให้ควักว่าศิลปินอายุเพียง 20 ปีที่ชื่อ ลิล แนส เอ็กซ์ นี้เป็นใครมาจากไหน

ลิส แนส เอ็กซ์

ลิล แนส เอ็กซ์ เป็นเด็กจากรัฐจอร์เจีย หลังจากจบมัธยมก็เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยจอร์เจีย ก่อนจะดร็อปหลังจากเรียนไปเพียงปีเดียว ความสนใจของเขาอยู่ในโลกออนไลน์และเพลงแร็ป มีไอดอลเป็นนิกกี มินาจและแนส แร็ปเปอร์ชื่อดัง เขาเองเคยสร้างทวิตเตอร์แอคเคาต์แฟนคลับของนิกกี มินาจ โดยใช้ชื่อว่า ‘NasMaraj’

ในปี 2018 ลิล แนส เอ็กซ์ ทำเพลงแร็ปคันทรี่ ซึ่งก็คือต้นแบบเพลง Old Town Road ที่เราได้ฟังกันในตอนนี้ โดยซื้อบีตเพลงมาจากออนไลน์ในราคา 30 เหรียญฯ และแซมเปิลเพลง 34 Ghost IV ของ Nine Inch Nails ลงไปด้วย ความโด่งดังของเพลง Old Town Road ที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดียในช่วงแรก ไม่ได้มาจากตัวเพลงล้วนๆ แต่มาจาก ‘มีม’ ที่ลิล แนส เอ็กซ์ สร้างขึ้นเพื่อโปรโมตเพลงตัวเอง โดยทำมีมชาเลนจ์ด้วยท่าเต้นที่ชื่อ ‘yeehaw’ ประกอบเพลง ทำให้มีคนทำชาเลนจ์มากมายกว่าล้านคนและมีคนดูมากถึง 67 ล้านครั้งในแอป TikTok ก่อนจะกลายเป็นไวรัลซึ่งทำให้ทั้งมีมและตัวเพลงนี้โด่งดังจนไปเตะหูค่ายเพลงใหญ่และทำให้เขาได้เป็นศิลปิน

เรื่องราวของมีมนี้ก็คงคล้ายๆ กับที่ก่อนหน้านี้เรามีมีมขับรถเปิดประตูแล้วเต้นประกอบเพลง In My Feeling ของเดรค นั่นแหละ (หลายคนเรียกว่าเพลง ‘กีกี้’)

ปัญหาของเพลง Old Town Road เริ่มจากการจัดหมวดหมู่ของเพลง ว่าเพลงนี้ควรจะอยู่ในหมวดหมู่เพลงแร็ป/ฮิปฮอป หรือว่าเพลงคันทรี่ดี Old Town Road เดบิวต์บนคันทรี่ชาร์ตในอันดับที่ 19 หลังจากนั้นบิลบอร์ดก็ถอดเพลง Old Town Road ออกจากคันทรี่ชาร์ต ด้วยเหตุผลที่ว่าเพลงมันฟังดู “คันทรี่ไม่พอ”

บิลลี เรย์ ไซรัส และลิล แนส เอ็กซ์

แน่นอนว่าแค่เห็นหน้าคนร้องซึ่งเป็นเด็กหนุ่มผิวดำ มันก็ไม่คันทรี่แล้ว อีกทั้งเขายังเป็นคนแร็ปในเพลง ส่วนที่เป็นคันทรี่ก็คือการร้องของบิลลี่ เรย์ ไซรัส แต่ถ้าพิจารณาถึงองค์ประกอบของเพลงนี้ก็จะพบว่า แม้ตัวดนตรีจะฟังดูเป็นแนวดนตรีที่เรียกว่า ‘แทร็ป’ (Trap) มากกว่า แต่วิธีการร้องแร็ปของลิล แนส เอ็กซ์ คือสไตล์ที่เรียกว่า Hillbilly Music อันเป็นสไตล์ทางใต้ และในวงการเพลงคันที่ในช่วงแรกๆ เองก็มีสไตล์ที่เรียกว่า Black Hillbillies ปรากฏอยู่ ไม่เพียงแค่นั้นภายใต้การใช้แซมเปิลเพลงของ Nine Inch Nails ซึ่งเป็นเพลงร็อก ใน Old Town Road ใช้แบนโจ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่เกือบจะเป็นตัวแทนของเพลงคันทรี่ของอเมริกาด้วยซ้ำในการเล่นไลน์เมโลดี้ของแซมเปิลนี้ แทนที่จะเป็นกีตาร์ไฟฟ้าในแบบร็อกดั้งเดิมของเพลง นี่ยังไม่นับว่าในเพลงมีการฟีเจอริ่งกับบิลลี เรย์ ไซรัส ซึ่งเป็นนักร้องเพลงคันทรี่อีกด้วย

แต่สุดท้ายบิลบอร์ดก็ตัดสินใจให้ Old Town Road ไม่ใช่เพลงคันทรี่

หากย้อนประวัติศาสตร์ชาร์ตเพลงคันทรี่ก็จะพบว่า นี่ไม่ใช่กรณีแรกของเพลงคันทรี่แร็ปบนชาร์ตเพลงคันทรี่ ในปี 2001 คีธ โทบี้ ออกเพลง I Wanna Talk About Me โดยตัวเพลงนั้นเป็นเพลงคันทรี่แต่มีการแร็ปในช่วงกลางเพลงด้วย ซึ่งปรากฏบนชาร์ตเพลงคันทรี่อย่างไม่มีปัญหา หรือจะเป็นเพลง Cowboy ของคิด ร็อค ในปี 1999 ซึ่งสามารถเรียกได้ว่าเป็นเพลงคันทรี่แร็ปเพลงแรกๆ เลยก็ได้ แต่เพลงนี้ก็อยู่ในชาร์ตเพลงร็อค

จะเรียกว่าชาร์ตเพลงคันทรี่ของบิลบอร์ดนั้น ‘แช่แข็ง’ ความเป็นคันทรี่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะก่อนหน้านี้เพลงอย่าง Body Like A Back Road ของแซม ฮันต์ ที่ฟังอย่างไรก็ดูไม่ค่อยเป็นคันทรี่ก็ยังสามารถขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งบนคันทรี่ชาร์ตได้ หรือเพลง Meant To Be ของบีบี เรจา ที่ฟีเจอริ่งกับฟลอริดา จอร์เจีย ไลน์ ที่ฟังดูจะเป็นเพลงป๊อปมากกว่าก็ยังขึ้นอันดับสองบนคันทรี่ชาร์ตได้เลย จนมีข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาในหลายๆ กรณีชาร์ตเพลงคันทรี่นั้นดูจะอะลุ่มอล่วย แต่พอเป็นลิล แนส เอ็กซ์ ทำไมถึงขั้นต้องถอดเพลงนี้ออกจากชาร์ต หรือว่าเป็นเพราะเขาเป็นนักร้องผิวดำ?

บีบี เจรา

วงการเพลงคันทรี่ได้ชื่อว่าเป็นวงการของคนผิวขาวมาโดยตลอด แม้ในทางประวัติศาสตร์เพลงคันทรี่กับเพลงบลูก็แทบจะแยกกันไม่ออกและส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ก็เป็นคนผิวดำด้วย จนมีคำพูดล้อเลียนว่า Country Music Is So White แม้แต่การแสดงบนเวที Country Music Associations ของบียอนเซ่ในปี 2016 ร่วมกับ Dixie Chicks วงสาวสามคันทรี่ยังไม่ค่อยได้รับการตอบรับเท่าไรจากวงการคันทรี่ และเต็มไปด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าบียอนเซ่ไม่ควรจะได้ขึ้นเวที CMAs ด้วยซ้ำไป หรือแม้กระทั่งนักร้องเพลงคันทรี่ผิวดำที่สามารถพาตัวเองไปสู่อันดับหนึ่งของชาร์ตได้ก็เพิ่งจะเกิดขึ้นในปี 2018 นี่เอง กับเพลง Best Shot ของจิมมี อัลเลน

การได้ขึ้นแสดงบนเวที CMAs ในปีนี้ของลิล แนส เอ็กซ์ ก็เต็มไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์และความไม่ใส่ใจของนักร้องคันทรี่ในวงการ ไม่ต่างจากที่เคยเกิดขึ้นกับบียอนเซ่

ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อช่วงเดือนไพรด์ที่ผ่านมา ลิล แนส เอ็กซ์ ได้ประกาศตัวว่าเป็น ‘เกย์’ ในขณะที่เพลง Old Town Road กำลังพีคสุดๆ การ come out ครั้งนี้ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากลุ่ม LGBTQ+ และกระแสสังคมที่โอบรับเรื่อง LGBTQ+ ไว้เป็นวาระของโลกในช่วงสองสามปีมานี้ แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ในวงการเพลง

ยัง ทัก (Young Thug) แร็ปเปอร์ชื่อดังที่มีผลงานฟีเจอริ่งกับลิล แนส เอ็กซ์ ด้วย ออกมาแสดงความเป็นห่วงการ come out ของลิล แนส เอ็กซ์ว่า เขาไม่น่าจะ come out เพราะเขาอายุยังน้อยและโลกมันโหดร้ายเกินไป โดยเฉพาะเมื่อเขาเป็นคนผิวดำอีกด้วย และในวงการเพลง แม้ว่าเพลง Old Town Road จะดังแค่ไหน แต่ต่อจากนี้ไป เพลงใหม่ของเขาอาจจะถูกปฏิเสธ และไม่ว่าจะออกผลงานอะไรมาก็จะถูกบุลลี่จากโซเชียลมีเดียว่า ‘ไอ้เกย์ตูดหมึก’ มากกว่าจะรอฟังกันที่ผลงานเพลง

การเป็นเกย์และเป็นคนผิวดำด้วยนั้น มักจะถูกเหยียดอย่างมากจากสังคมคนผิวดำ ด้วยเพราะเป็นสังคมที่มีระบบชายเป็นใหญ่และต่อต้านเกย์อย่างสูง มากไปกว่านั้น ลิล แนส เอ็กซ์ เหมือนต้องเผชิญเคราะห์กรรมซ้ำสองซ้ำสาม เมื่อวงการฮิปฮอปซึ่งครอบครองไปด้วยศิลปินผิวดำนั้นก็เหยียดเกย์ไม่น้อย หรือจะเรียกได้ว่าเป็นวงการโฮโมโฟเบียก็ยังได้ และวงการเพลงคันทรี่ก็ไม่ค่อยจะต้อนรับเกย์เท่าไร

ไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมากมาย เพราะในมิวสิกวิดีโอแร็ป/ฮิปฮอป ของศิลปินผิวดำเต็มไปด้วยสาวนุ่งน้อยห่มน้อยนมทะลักจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของมิวสิกวิดีโอเพลงฮิปฮอปไปแล้ว หรือเมื่อพิจารณาจากเนื้อเพลงของศิลปินแร็ป/ฮิปฮอปหลากหลายคนก็จะเห็นถึงการเหยียดไปจนกระทั่งความเป็นโฮโมโฟเบีย ดังเช่นเพลง Run This Town ของเจย์ ซี ริฮานน่า และคานเย เวสต์ ที่มีท่อนแร็ปของเคานเยซึ่งร้องว่า “It’s crazy how you can go from being Joe Blow / to everybody on your dick…no homo.”

ที่สำคัญก็คือ การเหยียดเกย์ เกลียดเกย์ในวัฒนธรรมดนตรีแร็ป/ฮิปฮอปซึ่งครองโดยผู้ชายผิวดำนั้น แม้มองในเชิงสิทธิมนุษยชนจะผิดเต็มประตู แต่ก็ไม่ค่อยมีใครออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้เเท่าไร ทำไมถึงไม่มีใครบอยคอตต์คานเย เวสต์ และศิลปินชายผิวดำอีกหลายคนที่เกลียดเกย์ ก็เพราะโลกของฮิปฮอปมันถูกปกครองไปด้วยผู้ชายจนกลายเป็นว่าสิ่งเหล่านี้คือแนวความคิดอันชอบธรรมและเป็นธรรมดาของแร็ปเปอร์ชายผิวดำไปจนไม่อาจจะใช้ความถูกต้องทางการเมืองมางัดค้างได้

แม้แต่ผู้หญิงเอง กว่าที่คาร์ดิ บี จะพาเพลง Bodak Yellow ขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตบิลบอร์ดได้ เพลงแร็ปอันดับหนึ่งบนชาร์ตของศิลปินหญิงก่อนหน้าคาร์ดิ บี คือเพลง Doo Wop (That Thing) ของลอรีน ฮิลล์ เมื่อ 17 ปีที่แล้ว ก็คิดดูเอาเองแล้วกัน

คาร์ดิ บี

ไม่เพียงแค่วงการเพลงแร็ป/ฮิปฮอปเท่านั้น วงการเพลงคันทรี่ก็เป็นอีกหนึ่งวงการที่เหล่า LGBTQ+ แจ้งเกิดได้ยาก ต่างกันตรงที่วงการคันทรี่ไม่ได้แสดงความเกลียดชังโดยตรงผ่านการแสดงออกออกทั้งตัวบุคคล หรือในเนื้อเพลงดังเช่นวงการฮิปฮอป แต่ด้วยสิ่งที่เป็นหัวใจหลักของวงการคันทรี่ซึ่งก็คือเพลงซึ้งๆ หวานๆ มันมีความเป็น ชาย-หญิง อยู่สูง จะเรียกว่าวงการคันทรี่เป็นวงการเพลงที่ ‘คอนเซอเวทีฟ’ ก็ได้

ในปี 2010 เชลี ไรท์ นักร้องหญิงเพลงคันทรี่ประกาศตัวว่าเธอเป็น ‘เลสเบี้ยน’ หลังจากที่เก็บงำเพศสภาพของตัวเองมานาน การออกมาเปิดเผยรสนิยมทางเพศของเธอก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวงการเพลงคันทรี่มากมาย ทั้งแบรนดอน สแตนเซล นักร้องคันทรี่ผู้ประกาศตัวเป็นเกย์ตั้งแต่แรกมาพร้อมมิวสิกวิดีโอที่ผู้ชายสองคนแสดงความรักต่อกัน ซึ่งอาจจะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการเพลงคันทรี่ก็ว่าได้ และ เคซี มัสเกรฟ ซึ่งได้รางวัล ‘Song of The Year’ ในปี 2014 จากเวที Country Music Associations กับเพลง ‘Follow Your Arrow’ ซึ่งเคซี่เพิ่งจะให้สัมภาษณ์ไปว่ามีความสัมพันธ์กับเพื่อนสาวในวงมาได้สักพัก และเนื้อเพลง Follow Your Arrow ก็บ่งบอกได้ถึงการโปร LGBTQ+ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า “Kiss lots of boys or kiss lots of girls, if that something you’re into.”

แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นศิลปิน ‘ผิวขาว’

เคซี มัสเกรฟ

ความท้าทายของลิล แนส เอ็กซ์ ศิลปินผิวดำที่เหยียบอยู่ระหว่างเพลงแร็ปและเพลงคันทรี่ คือต่อจากนี้จะสานต่อความสำเร็จจาก Old Town Road ได้อย่างไร ในเมื่อพื้นที่ของหมวดหมู่เพลงที่เขาอยู่นั้นเต็มไปด้วยการแบ่งแยกกีดกัน ไม่เพียงแค่สีผิวแต่ยังรวมไปถึงเพศสภาพของเขาอีกด้วย

 

อ้างอิง

https://www.okayplayer.com/originals/is-lil-nas-x-old-town-road-country-or-rap.html

https://www.refinery29.com/en-us/2018/06/201264/country-music-lgbtq-singers-coming-out

https://www.glsen.org/blog/no-homo-hip-hop-and-homophobia-part-1

Tags: , , , , , , ,