ก่อนอื่น เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเข้าใจผิดจนต้องเสียเวลาเข้ามาคอมเมนต์จวกว่าบทความเข้าใจความหมายที่ ‘แท้จริง’ ของคำว่าพิกมี (Pick Me) ผิด ขอชี้แจงก่อนว่า บทความนี้ต้องการสำรวจความหมายของ Pick Me ตามความเข้าใจของผู้ใช้ และผลที่เกิดขึ้นจากการที่ลักษณะการใช้งานเช่นนั้นแพร่ไปไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทัศนคติเกลียดชังผู้หญิงด้วยกัน (Internalized Misogyny)

พจนานุกรม Merriam-Webster นิยามความหมายของ ‘Pick Me’ เอาไว้ว่า คำสแลงใช้เรียกหญิงสาวที่ทำพฤติกรรมอันน่าดูแคลนเพื่อเรียกร้องความสนใจและการยอมรับจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะจากผู้ชายรอบตัว 

การพยายามทำตัวให้แตกต่างจากคนอื่นเพื่อให้ตัวเองเป็นที่ชื่นชอบนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเราคิดคำศัพท์ใหม่ๆ ขึ้นมาใช้เรียกพฤติกรรมเหล่านี้เสมอ และเมื่อคำเหล่านั้นแพร่หลายขึ้น ความหมายของมันไม่ได้หยุดนิ่ง หากค่อยๆ ขยับไปตามบริบทและวิธีที่ผู้คนใช้คำเหล่านั้นในชีวิตจริง

หากจะให้เทียบกัน ‘จริตสาวญี่ปุ่น’ ที่เพิ่งกลายเป็นวลีไวรัลในไทยจากคลิปสั้นเกี่ยวกับกำแพงภาษาที่ไม่เป็นปัญหาการสื่อสารระหว่างสาวญี่ปุ่นกับหนุ่มฝรั่ง ก็มีชื่อเรียกของมันในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคำที่แฝงด้วยเจตนาได้มากมายหลายขั้ว ถึงขั้นที่ว่าอินฟลูเอนเซอร์สายภาษาขนานนามให้ผู้หญิงกลุ่มนี้ว่าเป็น Pick Me เวอร์ชันญี่ปุ่น

あざとい女子

Azatoi Joshi

@teliksmith We can use body language 😊 #kawaiigirl #japanesegirl #animegirl #cutegirl #internationalcouple ♬ original sound – Telik Smith

‘Azatoi’ แปลตรงๆ ได้ว่า มารยา มีเล่ห์เหลี่ยม หวังผล เดิมทีจึงมีน้ำเสียงลบชัดเจน แต่ปัจจุบันความหมายของ ‘Azatoi Joshi’ เบาลงมากแล้ว มักใช้กล่าวถึงผู้หญิงที่รู้จักใช้เสน่ห์ของตัวเอง หรือรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชายสนใจ จึงจงใจวางตัวแบบนั้น สามารถใช้เพื่อชมเชยว่าฉลาด เซ็กซี่ มีชั้นเชิงได้บ้าง แต่ไม่ถึงกับปลอดภัย 100% เพราะขณะเดียวกัน ยังมีกรณีที่ถูกใช้เพื่อกระทบกระเทียบและตำหนิ

แบบสำรวจผู้เข้าร่วมชาวญี่ปุ่น 200 คน ของ Happy Mail แพลตฟอร์มหาคู่ของญี่ปุ่น เมื่อปี 2025 เผยว่า ผู้ชายประมาณ 30% ชอบผู้หญิงที่น่ารักอย่างวางแผนและจงใจ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มีเสน่ห์สไตล์ Azatoi Kawaii (あざとかわいい) ซึ่งมีคุณลักษณะ เช่น 

– อ่านบรรยากาศเก่ง

– รู้ว่าควรแสดงรีแอกชันอย่างไร รู้จักเล่นใหญ่เอาใจคู่สนทนา

– รู้ว่าควรเผยมุมที่อ่อนแอน่าปกป้องตอนไหน

– รู้วิธีแต่งหน้าแต่งตัวในแบบที่ผู้ชายชอบ

ขณะที่ 20% บอกว่าไม่ชอบ ส่วนตัวเลขผู้หญิงด้วยกันที่ไม่ชอบ Azatoi Joshi นั้นมากกว่าผู้ชาย 2 เท่า อยู่ที่ 40% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด โดยทั้งผู้ชายและผู้หญิงให้เหตุผลคล้ายกัน เช่น

– ชอบเรียกร้องความสนใจ

– ทำตัวต่อหน้าผู้ชายกับผู้หญิงไม่เหมือนกัน

– ใช้ผู้หญิงคนอื่นเป็นเครื่องมือให้ตัวเองดูดี

– เข้าหาผู้ชายหน้าตาดีและกันไม่ให้เขาใกล้ชิดผู้หญิงคนอื่น

จะเห็นว่า เหตุผลที่ทำให้คนรอบข้างเกิดความรู้สึกไม่ชอบ ไม่ได้เป็นเรื่องของความน่ารักและเสน่ห์แพรวพราวโดยตัวมันเอง หากเป็นพฤติกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อคนอื่นจริง เช่น มีแพตเทิร์นพฤติกรรมชอบหลอกใช้ (Manipulation) หรือกีดกัน (Social Exclusion) ผู้อื่น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สามารถและสมควรวิจารณ์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องดูแคลนนิสัยหรือคุณสมบัติอื่นๆ ของเจ้าตัว

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ เวลาคนพูดถึง Azatoi Joshi บนโลกอินเทอร์เน็ต หรือต่อให้ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของบทความนี้คือคำว่า Pick Me คุณลักษณะที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยมักเป็นสิ่งแรกๆ ในตัวผู้หญิงเหล่านี้ที่ถูกจ้องจับผิดและล้อเลียน ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูด สีหน้า สายตา ท่าทางการกิน วิธีการแต่งหน้าหรือแต่งตัว ส่วนนิสัยไม่ดีอย่างอื่นเป็นเรื่องรองที่ตามมาทีหลัง

@aki_yamaguchi เทคนิคทำตัวน่ารักของสาวแบ๊วญี่ปุ่น เอาไว้ตกผู้ชาย ver. การกิน อันนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งนะคะ ##สาวญี่ปุ่น##แฟนญี่ปุ่น##ความรัก##สาวแบ๊ว ♬ original sound – Aki Yamaguchi

อคตินี้แพร่ไปไกลในระดับที่สามารถเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึม ถึงขั้นที่ว่าหากลองเสิร์ชคำว่า Pick Me ในแพลตฟอร์มสร้างมูดบอร์ดอย่าง Pinterest ผลการค้นหาที่แสดงขึ้นมาคือ ผู้หญิงแต่งตัวสไตล์หวานๆ หรือโพสท่าแบ๊วๆ เสียส่วนใหญ่

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่เส้นแบ่งระหว่าง ‘การวิจารณ์พฤติกรรมที่เป็นปัญหา’ กับ ‘การล้อเลียนผู้หญิงที่มีลักษณะบางอย่าง’ เลือนรางลง จากคำที่มีความหมายซับซ้อน Pick Me จึงค่อยๆ กลายเป็นป้ายแปะดาษดื่น เอาไว้ใช้จัดหมวดหมู่ผู้หญิงที่ตัวเองไม่ชอบโดยใช้สิ่งตื้นเขินเป็นเกณฑ์

เป็นไปได้ไหมว่า เพราะความสับสนลักษณะนี้ ที่ทำให้จู่ๆ ไอดอลหญิงหลายคนก็เริ่มถูกโจมตีหนักว่าเป็น Pick Me เพียงเพราะถือสตรอว์เบอร์รีรับประทานด้วยมือสองข้าง 

หรือเพียงเพราะพูดคำว่า ‘Bless me’ อย่างขี้เล่นหลังตัวเองจาม 

หรือเพียงเพราะตอบคำถามโดยใช้คำแบ๊วๆ อย่าง ‘อ๊บไสไม้’

เพราะหากใช่ เราอาจกำลังสร้างความเกลียดชังให้กับคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดอยู่โดยไม่รู้ตัว 

อย่างไรก็ดี ภารกิจสำคัญไม่ใช่การตามหาว่าใครคือผู้หญิงที่สมควรโดนเกลียดตัวจริง หากเป็นการย้อนกลับมาดูว่า เรากำลังใช้คำว่า Pick Me เป็นข้ออ้างในการลงโทษผู้หญิงที่แสดงความเป็นผู้หญิงในแบบที่ไม่ถูกใจเราอยู่หรือเปล่า

ที่มา:

https://withonline.jp/love/aY2Ss 

https://news.mynavi.jp/article/20250528-3338168

https://www.tiktok.com/@teliksmith/video/7665950023380634894 

https://dailytrojan.com/2023/04/05/non-stop-k-pop-picking-apart-the-pick-mes 

Tags: , , ,