“เจ้าคือทายาทคนต่อไป”
บทประพันธ์เรื่อง ทายาทอสูร ถูกนำมาถ่ายทอดอีกครั้งในรูปแบบภาพยนตร์ กับชื่อ ‘คุณยายวรนาฏ’ ที่จะเข้าฉายในเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ ซึ่งถ้าดูจากตัวอย่างและการมุ่งจุดสนใจมาที่ตัวละครวรนาฏแล้ว เชื่อว่าครั้งนี้จะมีการตีความทายาทอสูรในรูปแบบที่ต่างออกไปจากเดิม
ความโด่งดังตั้งแต่อดีตของทายาทอสูรไม่ได้สิ้นสุดแค่ปีที่ละครฉาย เพราะไม่ว่าจะเคยดูมาก่อนหรือไม่ พิธีคายตะขาบเพื่อสืบทอดทายาท ส่งต่ออำนาจชั่วร้าย หรือยื้อคงความสวยให้อยู่ยง แก่นเรื่องหลักที่โด่งดังมาหลายสิบปีเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เรานึกถึงทันทีเมื่อพูดถึง
หากอายุ 85 ปีแล้วยังสวยเช้งเหมือน ใหม่ ดาวิกา ใครบ้างจะปฏิเสธ เผลอๆ จะแย่งกันกลืนตะขาบด้วยซ้ำ อย่างไรก็ประหยัดกว่าค่าหัตถการและครีมบำรุงแน่นอน
แต่หากดูในรายละเอียดแล้ว อิงจากนวนิยายและละครเวอร์ชันแรกเมื่อปี 2535 เรื่องราวของทายาทอสูรเริ่มจากความพยาบาทของ เจ้าโขลน ช่างหลวงขี้เมา ซึ่งไปเกี้ยวพาราสีและลวนลามหญิงชาวบ้านคนหนึ่ง แต่ปรากฏว่าหญิงสาวคนนั้นคือนางคำหยาด ธิดาของพญาเมืองเชลียง เจ้าโขลนจึงถูกพญาเมืองเชลียงลงโทษปางตาย หลังจากหนีรอดออกมา เจ้าโขลนคับแค้นใจเป็นอย่างมาก จึงไปเรียนวิชาไสยดำ เขากลายร่างเป็นอสูรตะขาบและกลับมาสิงสู่ในร่างของนางคำหยาด รวมถึงหญิงสาวที่สืบทอดเชื้อสายตระกูลพญาเชลียง กักขังวิญญาณของผู้หญิงทุกคนไว้ในร่างเดียวกัน สิงสู่รุ่นสู่รุ่น กระทั่งถึงคราวของวรนาฏ
แท้จริงแล้ววรนาฏเป็นเพียงเหยื่อเท่านั้น ร่างของเธอเป็นเหมือนภาชนะหนึ่งที่มีอยู่เพื่อให้วิญญาณอสูรร้ายใช้กระทำสิ่งต่างๆ ดังนั้นต่อให้คงความสวยตามมาตรฐานความงามอีกกี่สิบปี มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอเลือกเอง วรนาฏไม่ได้ทำอะไรนอกจากเกิดมาเป็นผู้หญิงและอยู่ในตระกูลนี้ แต่กลับต้องผจญกับการจองจำ ทำให้ทั้งร่างกายและจิตใจไม่ได้เป็นของตัวเองอีกต่อไป
ก่อนการมาของคุณยายวรนาฏ ปีเดียวกันนี้ มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ชวนให้เรานึกถึงจุดร่วมบางอย่างคือ Obsession ว่าด้วยเรื่องของ ‘แบร์’ หนุ่มผู้แอบรักเพื่อนร่วมงานสาวชื่อ ‘นิกกี้’ เขาได้แต่เฝ้ามองนิกกี้และจินตนาการถึงเธอมานานหลายปี จนในที่สุดแบร์ก็ลงมือทำบางสิ่งที่เขาคิดว่าง่ายกว่าสารภาพรัก นั่นคือการขอพรจากกิ่งไม้วิลโลว์ให้นิกกี้รักเขามากกว่าใครในโลก
ผลคือนิกกี้รักแบร์จริง แต่เธอไม่ใช่นิกกี้คนเดิมแล้ว เพราะพรที่แบร์ขอนั้นทำให้เธอมีพฤติกรรมแปลกประหลาด ห่างไกลจากความปกติมากขึ้นทุกวัน และแม้ลึกๆ แบร์จะรับรู้ แต่เขากลับไม่ปฏิเสธที่จะตักตวงความสุขจากการใช้ชีวิตคู่กับเธอ แบร์ไม่ได้มองนิกกี้ในฐานะคนที่มีชีวิตจิตใจ แต่มองว่าเป็นวัตถุที่เอาไว้ครอบครอง แม้ปากจะพูดว่ารัก แต่จริงๆ คนที่เขารักเสียจนเห็นแก่ตัวก็คือตัวเอง
ปีศาจสาวที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัว แท้จริงแล้วคือเหยื่อผู้ถูกละเมิดสิทธิในร่างกาย ความน่ากลัวที่แท้จริงจึงเป็นการที่พวกเธอถูกพรากอำนาจในการใช้ชีวิตและตัดสินใจ ซึ่งไม่ได้เกิดแค่กับคุณยายวรนาฏหรือนิกกี้ แต่ยังรวมถึงผีผู้หญิง และมนุษย์เพศหญิงในโลกความเป็นจริงอีกมากมาย
ในบรรดาปีศาจหญิงทั้งหลาย ทั้งผีไทยอย่างกระสือ ปอบ หรือตะเคียน ผีสมัยใหม่อย่างผีขี่คอในเรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ รวมไปถึงผีจากวัฒนธรรมอื่น เช่น ซาดาโกะ จาก Ring หรือแม้แต่เมดูซา จากตำนานกรีก-โรมัน ผีผู้หญิงแทบทุกตนล้วนมีจุดร่วมบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ความสยองขวัญ แรงแค้น และแรงอาฆาต ซึ่งเกิดจากการทารุณกรรม ความรุนแรงทางเพศ การถูกทอดทิ้งระหว่างตั้งครรภ์ ฯลฯ และความสยองขวัญหลังความตายก็กลายเป็นอำนาจหนึ่งเดียวที่พวกเธอพึงมี
อานันท์ นาคคง นักมานุษยวิทยา ได้อธิบายไว้ในงานเสวนาหัวข้อ ‘พลัง สตรี ผี เฮี้ยน’ ว่า ผีผู้หญิงถูกนำมาใช้สั่งสอนผู้คนเพื่อไม่ให้กระทำบางอย่าง เช่น แม่มดที่ในอดีตใช้ตีตราผู้หญิงที่ต่อต้านศาสนจักร หรือกระสือ โดยผู้ที่โดนกล่าวหาว่าเป็นกระสือมักจะเป็นผู้หญิงที่ไม่ปฏิบัติตามบรรทัดฐาน การผลักคนแปลกแยกให้กลายเป็นผีร้าย จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งเพื่อธำรงไว้ซึ่งระเบียบเดิม
ขณะเดียวกัน อานันท์มองว่า ความเป็นอื่นของผียังสื่อถึงผู้คนที่ถูกผลักออกไปเพราะไม่เป็นไปตามกรอบสังคม อย่างกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ต่อให้ยังมีชีวิตและหายใจอยู่ ก็อาจเรียกว่าเป็นผีได้ (เรานึกถึงตัวละคร ‘แพนเค้ก’ ในเรื่อง หอแต๋วแตก ที่เส้นแบ่งระหว่างการเป็นผีกับคนค่อนข้างพร่ามัว เพราะถึงเธอจะเป็นผี แต่ก็มีบทบาทเป็นเพื่อนกับสมาชิกหอพักไม่ต่างจากตอนยังมีชีวิตอยู่)
ผีผู้ชายมีน้อยจนนับตัวได้ ผี LGBTQIA+ ยังใหม่ แต่ผีผู้หญิงเต็มไปหมด นั่นไม่ได้แปลว่าผู้หญิงในเรื่องเล่าเหล่านี้มีอิทธิฤทธิ์แต่อย่างใด เพราะแม้จะเฮี้ยนแค่ไหน มันก็เป็นแค่อำนาจชั่วคราวหลังความตายเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายแล้ว ผีผู้หญิงเหล่านี้ก็จะโดนหมอผีหรือพระปราบจนสำเร็จ หรือต้องยอมให้อภัยผู้กระทำไปเองถึงจะได้ไปผุดไปเกิด
หนำซ้ำผีที่น่าสงสารกว่าอย่างคุณยายวรนาฏที่ไม่มีสิทธิมีเสียง เพียงเพราะเกิดมาพร้อมร่างกายที่ต้องถูกอสูรยึดครองจนสิ้นอายุขัยก็ไม่อาจนับได้ว่ามีพลังอำนาจใดๆ เลย ความน่ากลัวของผีผู้หญิงจึงไม่ใช่ความเฮี้ยน หากแต่สะท้อนความเป็นจริงว่า ผู้หญิงเมื่อยังมีชีวิตอยู่ หรือแม้แต่ตอนจากไปแล้วนั้น ไร้อำนาจมากเพียงใด
ที่มา:
https://www.silpa-mag.com/news/article_46426
Tags: Gender, วัฒนธรรมผี, สิทธิสตรี, ความรุนแรงทางเพศ, ภาพยนตร์สยองขวัญ, ผีผู้หญิง, หนังผีไทย, ทายาทอสูร, คุณยายวรนาฏ, อำนาจผู้หญิง, อำนาจเหนือร่างกาย




