เมื่อไม่กี่วันก่อนวันแห่งความรักจะมาถึง บังเอิญเลื่อนไปเจอคอลัมน์แนะนำหนังที่ชื่อว่า The Best Anti-Valentine’s Day. Movies To Watch พร้อมกับรายชื่อภาพยนตร์ประมาณ 10 เรื่อง เช่น 500 Days of Summer (2009), Past Lives (2023), Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) และ The Lobster (2017) 

แม้จะไม่เคยดูหนังทั้งหมดที่ถูกจัดหมวดหมู่ว่าเป็น Anti-Valentine’s Day แต่ภาพยนตร์ที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นหนังที่เคยดูและชื่นชอบมากทั้งนั้น ทั้งยังคิดมาตลอดว่านี่คือหนังรัก!! 

แต่ก็ไม่แปลกและไม่มีอะไรผิดถูก อาจจะเพราะหลายๆ เรื่องที่กล่าวมาข้างต้น คู่พระนางไม่ได้ลงเอยกันอย่างแฮปปี้เอนดิง เฉกเช่นหนังรัก Romantic movies ควรจะเป็น หรือบางเรื่องคู่รักที่คบกันอย่างราบรื่น ลงตัว ที่แม้แค่นั่งดูก็ทำให้อมยิ้มตามได้ง่ายๆ แต่จู่ๆ กลับเลิกรากันไปเสียอย่างนั้น อย่างในหนังเรื่อง 500 Days of Summer (2009)

Summer: I just… I just woke up one day and I knew.

Tom: Knew what?

Summer: What I was never sure of with you.

การพูดคุยระหว่างซัมเมอร์กับทอมข้างต้น คงเป็นบทสนทนาที่น่าจะบาดใจ และทำให้ใครหลายคนรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย ที่อยู่ๆ เช้าวันหนึ่งคนรักของเรากลับตื่นมาและรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่มันก็เป็นเรื่องปกติของความสัมพันธ์ไม่ใช่เหรอ ที่มีรัก ก็ต้องมีเลิกรัก และเราควรจะเคารพความรู้สึกของอีกฝ่าย เมื่ออีกฝ่ายชัดเจนแล้วว่า ความรักระหว่างเราไม่ได้เท่ากันอีกต่อไป พูดไปก็เหมือนทำง่าย แต่ก็รู้แหละว่า ฝ่ายที่โดนบอกเลิกต้องรู้สึกเจ็บปวดมากแค่ไหน แต่ก็ดีกว่าการที่ดันทุรังคบกันไป แล้วอีกฝ่ายเปลี่ยนไปหรือนอกใจ นอกกาย เรื่องราวจะไม่ยิ่งไปกันใหญ่หรอกเหรอ 

แต่ทั้งนี้ใช่ว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจะไม่ใช่ความรักเสียหน่อย อย่างเช่นที่ สก็อต นอยสแตดเตอร์ (Scott Neustadter) ผู้เขียนบท 500 Days of Summer กล่าวใน Shooting script ว่า 

“People change, feelings change, but that doesn’t mean that the love once shared wasn’t true and real. It simply means that sometimes when people grow, they grow apart” 

แม้ว่าวันนี้ความรู้สึกของเรา ณ ปัจจุบัน อาจจะเปลี่ยนไป อาจจะตื่นลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ใช่ว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นระหว่างคน 2 คนไม่ใช่เรื่องจริงและไม่มีค่า บางครั้งเมื่อพวกเราเติบโตขึ้นก็แค่ต้องแยกห่างกันเพียงเท่านั้น แต่ก็ยังเชื่อเสมอว่า เศษเสี้ยวใดเสี้ยวหนึ่งของเขาก็จะเติบโตไปพร้อมกับเรา อาจฟังดู Cliche แต่อาจจะจริงอย่างใครหลายคนพูดว่า คนบางคนถูกลิขิตมาเพื่อให้ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน แต่ไม่ถูกกำหนดให้ใช้ชีวิตร่วมกัน

“Some people are meant to fall in love with each other, but not meant to be together.” (500) Days of Summer: The Shooting Script.

หรือหันมาดูหนังลบเธอไม่ให้ลืม อย่าง Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) แม้ในหนังจะพูดถึงการที่คู่รักต้องการจะลบ ลืม ภาพอดีต ทุกโมเมนต์ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ลบใครสักคนออกไปจากชีวิต แต่หากมาดูให้ดี หนังเรื่องนี้กำลังจะบอกอะไรเราอยู่ 

แน่นอนว่า ความรักย่อมมีทั้งสุข ทุกข์ หรือบางวันเบื่อ ไม่ชอบการกระทำหลายอย่างของคนรัก แต่หัวใจของความสำคัญในความสัมพันธ์คือ ‘ความรู้สึก’ ที่ยังอยากจะจับมือกันต่อ แม้แต่ในวันที่คนรักของเราไม่ได้น่ารัก หรือเป็นแฟนเป็นคนรักในอุดมคติอยู่หรือเปล่า ดังบทสนทนาระหว่างทั้ง 2 นักแสดงนำว่า 

[Last Lines]

Joel Barish: I can’t see anything that I don’t like about you.

Clementine Kruczynski: But you will! But you will. You know, you will think of things. And I’ll get bored with you and feel trapped because that’s what happens with me.

Joel Barish: Okay.

Clementine Kruczynski: [pauses] Okay.

มานั่งคิดดูอีกหลายตลบ อย่างไรหนังเหล่านี้ก็คือหนังรักชัดๆ ก็อย่างที่บอกคำว่ารักไม่มีคำนิยามตายตัว ไม่มีสูตรสำเร็จ จึงนับเป็นคำถามที่สนุก และชวนคุยกันต่อไปได้ว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่เราพูดถึงเมื่อเราพูดถึงความรัก มันคืออะไรกันแน่?

 

 

Tags: , , , , , ,