“แต่ทำไมมันยากเหลือเกิน สุดท้ายจะบอกว่าเป็นเงินผู้ประกันตน
เพราะพอมันเข้ามาปุ๊บ มันคือเงินผู้ประกันตน นายจ้างไม่มีสิทธิมาใช้ รัฐบาลก็ไม่มีสิทธิมาใช้”
“นายจ้างได้สิทธิทางอ้อมก็มี”
“เพราะฉะนั้นยังบอกไม่ได้ว่าเป็นเงินผู้ประกันตนทั้งหมด”
“ก็ยืนยันว่าเป็นเงิน ‘กองทุนประกันสังคม’ เพื่อประโยชน์ผู้ประกันตนดีกว่าค่ะ”
ข้างต้นคือบทสัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ระหว่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ และนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา
จริงอยู่ หากมองตามวัตถุประสงค์ ประกันสังคมคือแผนการออมเงินภาคบังคับ ที่รัฐออกแบบให้แรงงานมีหลักประกันในชีวิต มีเงินสำรองยามเจ็บป่วย ว่างงาน หรือแก่ชรา ซึ่งเงินก้อนนี้มาจากการหักเงินเดือนลูกจ้างทุกเดือน โดยมีนายจ้างและรัฐร่วมสมทบ
แต่ในฐานะ ‘ผู้ประกันตน’ คนหนึ่งที่เงินถูกหักไปทุกเดือน ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งมันจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของชีวิต คงปฏิเสธไม่ได้ว่า วันนี้ (หรืออาจจะเกิดขึ้นนานแล้วแต่ไม่ทราบเรื่อง) ‘ประกันสังคม’ มีปัญหาจริง
ทั้งการลงทุนที่ไม่เห็นหัวประชาชน และการใช้จ่ายที่สุรุ่ยสุร่าย ตั้งแต่บินชั้นธุรกิจไปดูงานต่างประเทศ เบี้ยเลี้ยง ค่าทำพาสปอร์ต ไปจนถึงของฝาก ยังไม่รวมทรัพย์สินที่ผู้ประกันตนเพิ่งรู้ว่า ‘ตัวเองเป็นเจ้าของ’ ทั้งตึก SKYY9 Centre ศูนย์อาหารกระทรวงแรงงาน การใช้งบ 450 ล้านบาททำปฏิทินและแอปพลิเคชัน SSO Plus มูลค่า 850 ล้านบาท ที่วันนี้ยังมีปัญหาขัดข้อง และกำลังจะของบเพิ่ม
คำถามคือ เงินเหล่านี้คุณ ‘กล้าใช้’ โดยไม่คิดให้ถี่ถ้วนได้อย่างไร เงินที่แรงงานถือเป็นที่พึ่งยามเกษียณ เพียงเพราะมองว่า นี่ไม่ใช่เงิน ‘ผู้ประกันตน’ แต่เป็นเงินของ ‘ประกันสังคม’ อย่างนั้นหรือ
อีกหนึ่งในข้ออ้างสุดฮิต ที่สำนักงานประกันสังคมมักหยิบมาใช้ คือการใช้เงินไม่เกินกรอบ 10% ไม่ผิดกฎหมาย แต่หากมาดูที่รายละเอียดแล้วกรอบเหล่านี้คิดเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว
แม้จะอ้างว่า ‘ใช้ไม่เกิน’ แต่คำถามคือ จิตสำนึกในการใช้เงินของผู้อื่น อยู่ตรงไหน? ยังไม่รวมการลงทุนที่ดูคลุมเครือ การฮั้ว ประโยชน์ทับซ้อน ทั้งเอื้อเพื่อนฝูง คนรัก และคนรู้จัก ไปจนถึงการยอมซื้อกิจการขาดทุน ในราคาสูงกว่ามูลค่าประเมินอย่างมหาศาล
และการจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งเหล่านี้ ‘น่าเกลียด’ เกินไปหรือไม่
กิตติ สิงหาปัด เปิดเผยข้อมูลว่า ปีงบประมาณ 2567 สำนักงานประกันสังคม (ส่วนกลาง) ใช้งบประมาณ 14,758,378,660.87 บาท มีการจัดซื้อจัดจ้าง 804 ครั้ง ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงไปแล้ว 719 ครั้ง
‘ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงไปแล้ว 719 ครั้ง’
ยังไม่รวมกรณีตัดสูทจากเงินผู้ประกันตนให้พนักงงานประกันสังคมกว่า 7,000 คน ซึ่งใช้วิธีเฉพาะเจาะจงเช่นเดียวกัน แถมข้อมูลใหม่เปิดเผยว่ามีการเปลี่ยนสูททุก 5 ปี อีกด้วย!
พูดตรงๆ ในฐานะผู้ประกันตนคนหนึ่ง เรา ‘โกรธมาก’ จึงอยากชวนบอร์ดผู้บริหารประกันสังคมทุกฝ่าย และรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ตั้งคำถามง่ายๆ ว่า ผู้ประกันตนในมาตรา 33, 39 และ 40
เวลาซื้อสูทไปออกงาน หรือต้องใช้ทำงาน ใช้เงินคนอื่นตัดไหม หรือเบิกประกันสังคมได้หรือเปล่า
เวลาบินกลับบ้านหรือไปเที่ยว ได้นั่งชั้นธุรกิจหรือเปล่า
ค่าทำพาสปอร์ต ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวขอเบิกประกันสังคมบ้างหรือไม่
อยากให้สำนักงานประกันสังคมสำนึกสักนิดว่า นี่ไม่ใช่เงินของคุณที่จะเอาไปทำอะไรก็ได้
มีการประเมินกันว่า หากไม่เปลี่ยนแปลง ประกันสังคมอาจล้มละลายภายใน 30 ปี หากวันนั้นมาถึงจริง เงินที่แรงงานหลายล้านคนคิดว่าเป็นที่พึ่งสุดท้าย ใครต้องรับผิดชอบ
บอร์ดประกันสังคม?
รัฐมนตรีแรงงานที่อนุมัติการซื้อและการลงทุน? (ในทุกยุค)
หรือจะไม่มีใครต้องรับผิดเลย?
เราจะเอาผิดคนเหล่านี้ได้หรือไม่
อีกหนึ่งการเปรียบเทียบที่ชวนให้เราเห็นภาพได้อย่างดีคือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งผลประกอบการปี 2568 ระบุว่าทำกำไรได้ถึง 5.18%
ขณะที่ประกันสังคมระบุว่า ปี 2568 ทำเงินได้ 8 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 6.1% จากเงินทุน 2.85 ล้านล้านบาท
แต่เมื่อคำนวณอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนจริง โดยใช้เงินลงทุนทั้งหมดเป็นฐาน แล้วนำกำไรที่เพิ่มขึ้นมาหาร กำไรของประกันสังคมแท้จริง อยู่เพียงราว 2% กว่าๆ เท่านั้น ไม่ทราบเหมือนกันว่าประกันสังคมใช้สูตรไหนมาคิดผลกระกอบการนี้
มากไปกว่าความไม่โปร่งใสที่เปิดเผยไม่ได้ แม้กระทั่งวิธีคิดคำนวณ นั่นคือประชาชนไม่ไม่อาจรู้ได้ว่า เงินของตัวเองถูกบริหารอย่างไร และจะมีให้ใช้ในยามแก่หรือไม่ เงินที่ถูกหักไปอย่างอัตโนมัติในทุกๆๆ เดือน
ที่น่าสังเกตคือ กบข. ที่มีชื่อว่า ‘กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ’ กลับเป็นองค์กรที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ แต่กลับให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนดูแลแทน
คำถามคือ แม้แต่เงินข้าราชการ ยังไม่ให้ระบบราชการบริหาร แล้วเหตุใดเงินประกันสังคมที่เป็นเอกชน เงินของแรงงาน จึงยังต้องอยู่ในมือระบบราชการ
ถึงเวลาแล้วหรือยัง กับการรื้อโครงสร้างประกันสังคมทั้งระบบ ดึงเงินของผู้ประกันตน ไปให้มืออาชีพที่ไม่มักมาก ไม่เอื้อพวกพ้อง มาบริหารการลงทุนแทน
เพราะนี่ไม่ใช่เงินของพวกคุณ
แต่มันคือเงินของผู้ประกันตน
ของแรงงาน
ของลูกจ้างทุกคนในประเทศ
จำใส่กะโหลกไว้เสียบ้าง
Tags: ประกันสังคม, From The Desk, บอร์ดประกันสังคม, ลูกจ้าง, เงินประกันตน, เลือกตั้งประกันสังคม




