อีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศอังกฤษที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ การบังคับใช้กฎหมายห้ามขายบุหรี่ให้แก่ผู้ที่เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม 2009 เป็นต้นไป เพื่อให้คนรุ่นใหม่เป็นรุ่นปลอดบุหรี่ (The Smoke-Free Generation) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2027 โดยเหตุผลสำคัญเป็นเรื่องสุขภาพร่างกายของประชากรในอนาคต

“การสูบบุหรี่ยังเป็นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนในสหราชอาณาจักรเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและมีปัญหาสุขภาพ โดยมีผลกระทบต่อทั้งระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ และมะเร็ง นำไปสู่โรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ มะเร็งปอด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง” ฮาเซล ชีสแมน (Hazel Cheeseman) ประธานบริหารขององค์กร Action on Smoking and Health กล่าว

ทั้งนี้รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังตั้งเป้าหมายให้มีผู้สูบบุหรี่น้อยกว่า 5 ใน 100 คน ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตามมีงานศึกษาที่ประเมินว่า มีนักสูบหน้าใหม่อายุระหว่าง 18-25 ปี ราว 1.2 แสนคน ที่เริ่มสูบบุหรี่ในแต่ละปี และผลสำรวจจาก Action on Smoking and Health ซึ่งเผยแพร่ในวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า 69% ของเด็ก (อายุ 11-17 ปี) ที่สูบบุหรี่ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ คงไม่ริสูบบุหรี่แต่แรก และในเด็กเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่บอกว่าอยากเลิกสูบ ซึ่งเยาวชนที่สูบบุหรี่ 60% ก็สนับสนุนกฎหมายเลิกขายบุหรี่ให้เด็กเช่นกัน โดยมีเยาวชนที่คัดค้าน 18 % 

ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคนรุ่นต่อไปจะได้รับการปกป้องจากการควันบุหรี่ เด็กเกิดปี 2009 ที่จะอายุ 18 ปีบริบูรณ์เมื่อบังคับใช้กฎหมายนี้จะไม่มีโอกาสเข้าถึงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้อีกต่อไป 

อย่างไรก็ตามสหราชอาณาจักรแบนเพียงบุหรี่ (ยาสูบ) กับบุหรี่ไฟฟ้า ที่เป็นการสูบเข้าร่างกายแล้วพ่นควันออกมา ซึ่งวิธีสูบเช่นนี้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ ทว่าไม่ได้ห้ามการใช้นิโคตินแต่อย่างใด โดยถุงนิโคติน หรือซองนิโคติน (Nicotine Pouch) ยังคงได้รับข้อยกเว้น หากอายุถึง 18 ปี แล้วก็สามารถซื้อขาย รับเอานิโคตินในรูปแบบนี้เข้าสู่ร่างกายได้

The Momentum ชวนรู้จักซองนิโคตินที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรเห็นว่า มีความเสี่ยงต่ำกว่าการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นอีกตัวเลือกให้กับคนสูบบุหรี่ รวมไปถึงข้อห้ามการจำหน่ายในบริบทประเทศไทย

อังกฤษมองซองนิโคตินปลอดภัยกว่าบุหรี่

ซองนิโคตินมีลักษณะเป็นซองเล็กๆ คล้ายถุงชาสีขาว ภายในบรรจุผงนิโคติน วิธีการใช้คือนำซองมาสอดไว้ระหว่างเหงือกกับริมฝีปาก เพื่อให้นิโคตินซึมผ่านทางช่องปาก เพียงแค่สอดไว้ห้ามเคี้ยวหรือกลืน ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หรือเมื่อรู้สึกว่าได้รับนิโคตินมากพอแล้ว โดย 1 ซองเล็กๆ ตามมาตรฐานจะมีนิโคติน 1-6 มิลลิกรัม มากกว่าบุหรี่ 1 มวน ที่มีนิโคตินราว 10-12 มิลลิกรัม แต่ถูกดูดซึมเข้าร่างกายจริง 1-2 มิลลิกรัม

นิโคตินแบบซองเป็นการรับเอานิโคตินเข้าสู่ร่างกาย โดยที่ไม่ต้องใช้การสูบหรือเผาไหม้ แต่ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 16 ยังมีสิ่งที่เป็นถุงหรือซองคล้ายคลึงกันเรียกว่า ‘สนูส’ (Snus) ซึ่งเป็นวัฒนธรรมยาสูบในประเทศสวีเดน จะนำใบยาสูบมาป่นผสมกับเกลือและน้ำ เอาใส่ซองเล็กๆ แล้วสอดไว้ตรงริมฝีปาก อันเป็นจุดกำเนิดของซองนิโคตินแบบปัจจุบันที่ไม่ได้ผสมใบยาสูบ อย่างไรก็ตามสนูสมีปริมาณนิโคตินสูงกว่าซองนิโคติน และทั้ง 2 สิ่งนี้ยังคงได้รับความนิยมในแถบสแกนดิเนเวียและสหรัฐอเมริกา

สำหรับร่างกฎหมายยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าของสหราชอาณาจักรผ่อนปรนให้กับซองนิโคตินเท่านั้น (ไม่ใช่สนูส) โดยการพิจารณาละเว้นซองนิโคติน มีหัวหอกหลักคือกลุ่มผู้รณรงค์ลดอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์นิโคติน รวมตัวกันในแคมเปญที่ชื่อว่า ‘20isPlenty’ ซึ่งระบุว่าซองนิโคตินปลอดภัยกว่าบุหรี่ โดยมีข้อเรียกร้องให้กำหนดขนาดปริมาณนิโคตินสูงสุดไม่เกิน 20 มิลลิกรัม และกำหนดอายุขั้นต่ำในการซื้อ พร้อมให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

ในขณะเดียวกันรายงานของคณะกรรมการพิษวิทยาระบุว่า ซองนิโคตินมีความเสี่ยงน้อยกว่าการสูบบุหรี่ และอาจเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดอันตรายได้ เนื่องจากไม่ต้องสูดดมสารอันตรายที่เกิดจากการเผาไหม้ของบุหรี่ เช่น น้ำมันดินหรือทาร์ (Tar) และคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide)

นอกจากนี้หลายคนยังเลือกใช้ซองนิโคตินเป็นตัวช่วยในการเลิกสูบบุหรี่อีกด้วย อย่างไรก็ตามในอีกแง่หนึ่งก็มีคนมองว่า ซองนิโคตินอาจทำให้คนเข้าถึงการสูบบุหรี่ได้ง่ายกว่าเดิม

ด้านรัฐบาลกล่าวว่า “การวิจัยหรือหลักฐานเกี่ยวกับอันตราย การใช้ซองนิโคตินเป็นเครื่องช่วยเลิกบุหรี่ในปัจจุบันยังมีจำกัด โดยอ้างถึงรายงานของคณะกรรมการด้านพิษวิทยา และกล่าวว่าได้มอบหมายให้ทำการวิจัยเพิ่มเติมผ่านสถาบันวิจัยสุขภาพและการดูแลแห่งชาติ (National Institute for Health and Care Research)”

นอกจากนี้ แบรนด์ซองนิโคตินอย่าง ‘ZYN’ ภายใต้บริษัท Philip Morris International (ผู้ผลิตบุหรี่ Marlboro) ก็เริ่มขยับตัวอย่างรวดเร็ว โดยได้เปิดตัวซองนิโคตินแบบนิโคตินต่ำ เจาะตลาดสหราชอาณาจักร เพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่มองหาตัวเลือกใหม่ หรือผู้ที่เพิ่งลองใช้นิโคตินแบบไร้ควันเป็นครั้งแรก

ไทยตีความว่าเป็น ‘ยาสูบ’ และห้ามร้านค้าปลีกวางโชว์

หากมองมาที่ประเทศไทย เรามีพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ตัวบทกฎหมายที่หลายคนจำได้ขึ้นใจคือ ห้ามผู้ใดขายหรือให้ซึ่งผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลmujมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์

แต่เมื่อได้รู้จักกับซองนิโคติน หลายคนคงคิดเห็นว่า ลักษณะวิธีการใช้ห่างไกลคำว่า ‘สูบ’ อีกทั้งยังไม่มีควันที่พ่นออกมาแม้แต่น้อย ซึ่งแทบไม่ส่งผลอันตรายต่อคนรอบข้าง ทว่าซองนิโคตินยังถูกตีความว่าเป็น ‘ผลิตภัณฑ์ยาสูบ’

เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า

“ผลิตภัณฑ์นิโคตินถุงถือเป็น ผลิตภัณฑ์ยาสูบตามนิยามในมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารนิโคตินเป็นส่วนประกอบ และสามารถบริโภคได้โดยการอมไว้ในช่องปาก จึงอยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายดังกล่าว”

นำมาสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทสนูส กับซองนิโคตินในพื้นที่ กทม. และเกิดการปรับเงินร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้วางไว้อย่างเปิดเผยอย่างชัดเจน โดยกรมควบคุมโรคระบุว่า 

“เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 36 วรรคหนึ่ง ซึ่งห้ามแสดงผลิตภัณฑ์ยาสูบในสถานที่ขายปลีก มีโทษปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท”

แม้ซองนิโคตินไม่ได้รับความนิยมมากนักในกลุ่มคนไทย แต่ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่อาจตอบโจทย์ใครหลายคน ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้ได้รับการพิจารณาทางกฎหมาย เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์กับข้อเสีย ตามรอยสถานการณ์ในสหราชอาณาจักร เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างถูกต้องมากกว่าปิดบังซุกเก็บเอาไว้ในที่ลับ เพราะมองเป็นเพียงแค่ของอันตราย

อ้างอิง:

https://www.2firsts.com/news/uk-government-letter-agrees-nicotine-pouches-are-lower-risk-than-smoking-and-a-harm-reduction-tool 

https://ash.org.uk/media-centre/news/press-releases/most-young-smokers-wish-they-had-never-started-one-year-ahead-of-landmark-smokefree-generation-policy
https://www.talkingretail.com/featured/ash-ceo-writes-letter-to-retailers-ahead-of-smokefree-generation-law-06-01-2026/ 

https://ash.org.uk/media-centre/news/press-releases/majority-of-public-support-smokefree-generation-as-new-polling-shows-overwhelming-public-backing-for-tougher-action-on-tobacco 

https://medicalxpress.com/news/2025-01-young-people-idea-free-generation.html 

https://www.hfocus.org/content/2025/11/35910 

https://academic.oup.com/ntr/article-abstract/23/9/1590/6285126?redirectedFrom=fulltext 

https://www.swedishmatch.com/Our-business/smokefree/History-of-snuff/

Tags: , , , , ,