นอกเหนือจากอิทธิพลของ K-Pop และอุตสาหกรรมเพลงที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกมานานกว่าทศวรรษ ‘เกาหลีใต้’ ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความโดดเด่นทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่ยุคพัฒนาประเทศในช่วงทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมา รวมถึงการมีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกอย่าง LG, Samsung หรือ Hyundai ซึ่งต่างก็มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศทั้งสิ้น 

และในยุคที่อิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) กำลังถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว ‘เซมิคอนดักเตอร์’ (Semiconductor) ได้กลายมาเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่ทั่วโลกต้องการมากที่สุด และบริษัทที่กำลังก้าวกระโดดขึ้นมาและมีอิทธิพลในเรื่องนี้อย่างมากคือ ‘SK Hynix’ อีกหนึ่งผู้ผลิตด้านเซมิคอนดักเตอร์จากแดนกิมจิที่มีแนวโน้มจะเข้ามามีอิทธิพลในวงการเทคโนโลยีในระดับโลก และในอนาคตอาจเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญของโลกได้เช่นกัน

วันนี้ The Momentum ชวนทำความรู้จักกับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ SK Hynix หนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่มีแนวโน้มสร้างความแข็งแกร่งให้กับเกาหลีใต้ได้ในอนาคต

ทำความรู้จักกับ SK Hynix

SK Hynix เป็นบริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติเกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1983 ในชื่อ ‘Hyundai Electronics Industries’ ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Hyundai ก่อนที่ภายหลังจะแยกตัวออกมาและเปลี่ยนชื่อเป็น Hynix ในปี 2001 โดยคำว่า ‘Hynix’ มาจากการรวมกันระหว่างคำว่า ‘Hy’ ที่มาจากคำว่า Hyun และ ‘nix’ ที่มาจากคำว่า Electronics 

ในช่วงแรก Hynix เน้นการผลิตชิปหน่วยความจำอย่าง DRAM, NAND Flash และ MCP ที่มีความสำคัญกับโลกเทคโนโลยีตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 มาจนถึงปัจจุบัน

ก่อนที่ในปี 2012 กลุ่มธุรกิจ SK ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศ นอกเหนือจากเครือของ Samsung และ Hyundai จะเข้าซื้อบริษัท Hynix และเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น ‘SK Hynix’ จวบจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2013 SK Hynix กลายเป็นบริษัทแรกที่สามารถผลิตหน่วยความจำ ‘High Bandwidth Memory’ (HBM) ได้สำเร็จเป็นที่แรกของโลก

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า HBM ถือเป็นหน่วยความจำที่มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงมากกว่าหน่วยความจำชนิดอื่นๆ ที่ SK Hynix เคยพัฒนามาก่อนหน้านี้ ไม่เพียงแค่นั้น HBM ยังมีความสำคัญอย่างมากกับการทำงานของโมเดล AI ขนาดใหญ่ในยุคปัจจุบันอย่าง ChatGPT, Gemini หรือแม้กระทั่ง Claude ที่จำเป็นต้องใช้การประมวลข้อมูลด้วยความรวดเร็ว

การพัฒนา HBM ได้สำเร็จตั้งแต่ปี 2013 อาจนับเป็นการวางรากฐานที่สำคัญของ SK Hynix ถึงแม้ว่าในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา โลกยังไม่ได้เข้าสู่ยุคของการพัฒนาโมเดล AI อย่างก้าวกระโดดเทียบเท่ากับปัจจุบัน ทว่าตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา SK Hynix กลับได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของอุตสาหกรรมด้านเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกได้

ปัจจุบัน SK Hynix อยู่ภายใต้การบริหารของ กวัก โนจอง (Kwak Noh-Jung) และมีมูลค่าบริษัทสูงมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 32 ล้านล้านบาท) 

‘SK Hynix’ vs ‘Samsung’ 

หากพูดถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของเกาหลีใต้ หนึ่งในชื่อแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น ‘Samsung’ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 88 ปี และมีบทบาทอยู่ในแทบทุกมิติของชีวิตชาวเกาหลีใต้ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเติบโตและความสำคัญของ AI ส่งผลให้ SK Hynix โดดเด่นขึ้นมาเทียบเท่า Samsung หนึ่งในธุรกิจที่ครองมูลค่าในตลาดชิปมาอย่างยาวนาน โดย SK Hynix สร้างกำไรได้มากสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1 ล้านล้านบาท) ขณะที่ Samsung มีกำไรอยู่ที่ 2.85 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 9.3 แสนล้านบาท)

เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่ทำให้ SK Hynix ก้าวกระโดดได้มากถึงเพียงนี้ อาจเป็นเพราะในวันที่โลกกำลังเร่งพัฒนา AI ส่งผลให้เซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลนอย่างหนัก SK Hynix คือบริษัทที่เน้นผลิตชิปหน่วยความจำเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่มีการพัฒนา HBM ที่จำเป็นสำหรับโมเดล AI ในปัจจุบันมาอย่างต่อเนื่องนานกว่าทศวรรษ โดยในปัจจุบันยังคงเดินหน้าผลิต HBM4 ซึ่งถือเป็นการพัฒนาชิปชั้นสูงล่าสุดของโลกในช่วงเวลานี้

ขณะที่ธุรกิจเครือ Samsung ดำเนินการผลิตสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ชิปหน่วยความจำ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

ฮวัง (Hwang) ผู้เชี่ยวชาญด้านเซมิคอนดักเตอร์และผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของสถาบัน Counterpoint Research ระบุว่า SK Hynix กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็น ‘ผู้ชนะ’ ของตลาด AI ในอนาคต ด้วยความพร้อมและความสามารถด้านการจัดหาชิป HBM ที่มีคุณภาพเป็นอันดับต้นๆ ของตลาดดังกล่าว

บทวิเคราะห์ของฮวัง ได้รับการพิสูจน์จริงเมื่อ ‘Nvidia’ บริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิป GPU รายใหญ่ของโลก เพิ่งประกาศจับมือกับ SK Hynix สำหรับการจัดหาชิป HBM4E ชิปล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผล AI ที่มีข้อมูลมหาศาลโดยเฉพาะ สามารถส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงสุด 16 กิกะบิตต่อวินาทีต่อพิน (Gbps Per Pin) และมีประสิทธิภาพด้านพลังงานดีขึ้นกว่าเดิมมากกว่า 20%

โดยเมื่อวานนี้ (18 มิถุนายน 2026) ทาง SK Hynix เพิ่งจะประกาศว่า ทางบริษัทได้ดำเนินการส่งตัวอย่างชิป HBM4E ให้กับทาง Nvidia เรียบร้อยแล้ว ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทความสำคัญของ SK Hynix ที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

และแม้ว่า Samsung จะมีแผนในการพัฒนา HBM4 อยู่เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ SK Hynix ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สร้างแรงกดดันต่อ Samsung ทั้งในด้านธุรกิจและภายในองค์กร โดยเฉพาะเมื่อผลประกอบการและผลตอบแทนของพนักงานในอุตสาหกรรมเริ่มถูกนำมาเปรียบเทียบกันอย่างชัดเจน ความแตกต่างดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่พนักงานของ Samsung จนนำไปสู่การเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงาน ซึ่งขู่ว่าจะหยุดงานนานถึง 18 วัน เพื่อเรียกร้องให้บริษัทปรับปรุงระบบโบนัสและส่วนแบ่งผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลกำไรที่ได้รับมากขึ้นจากอุตสาหกรรมชิป

ข้อมูลจากสำนักข่าว CNN ระบุว่า จากการคาดการณ์การเติบโตของ SK Hynix ในปีนี้คาดว่า พนักงานจะได้รับโบนัสมากถึง 9 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 29.5 ล้านบาท) ขณะที่พนักงานของ Samsung อาจได้รับราว 4 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 13 ล้านบาท)

ปูทาง ‘เกาหลีใต้’ ขึ้นสู่หนึ่งในมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีของโลกได้จริงหรือไม่?

การเติบโตของ SK Hynix และการแข่งขันทางเทคโนโลยีของบริบทโลก กำลังกลายเป็นตัวเร่งสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ และเปิดโอกาสให้ประเทศขึ้นมามีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลกมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (Reasearch and Development: R&D) สูงที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 5% ของ GDP ประเทศ

นอกจากนี้กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ ยังประกาศขยายแผนสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อเร่งสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังพยายามเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่ กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กระจายไปยังภาคส่วนต่างๆ ของประเทศเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ นโยบายเหล่านี้กำลังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเกาหลีใต้ในการส่งเสริมอธิปไตยทางด้านเทคโนโลยี และใช้ความได้เปรียบของเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเพิ่มอำนาจภายในภูมิภาคมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องการลดความเสี่ยงของการแข่งขันกันด้านเทคโนโลยีระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน

อย่างไรก็ตาม สถาบัน Think Tank ด้านนโยบายสาธารณะชั้นนำระดับโลกของสหรัฐฯ (The Center for Strategic and International Studies: CSIS) วิเคราะห์ความท้าทายในประเด็นดังกล่าวของเกาหลีใต้เอาไว้ว่า เกาหลีใต้อาจจะยังไม่สามารถก้าวไปสู่จุดของมหาอำนาจทางด้านเทคโนโลยี หรือการเป็นอธิปไตยทางด้านเทคโนโลยีได้ในตอนนี้

แม้ว่าเกาหลีใต้จะมีความโดดเด่นในการผลิตหน่วยความจำสำคัญอย่าง HBM จาก SK Hynix แต่ยังคงขาดความสามารถในการพัฒนาองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อสร้างเทคโนโลยีที่สมบูรณ์อย่างชิปหน่วยประมวลผลกราฟิก (Graphics Processing Unit: GPU) ที่บริษัท Nvidia หรือแม้แต่บริษัทของไต้หวันอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) สามารถทำได้

ดังนั้น เกาหลีใต้จึงยังต้องการพึ่งพิงความสามารถจากนานาประเทศ โดยเฉพาะพันธมิตรที่สำคัญอย่างสหรัฐฯ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็งให้กับตลาดเทคโนโลยี

อีกด้านหนึ่ง เกาหลีใต้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากสังคมสูงวัย และอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน ญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้แรงงานทักษะสูงภายในประเทศมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ในทางกลับกัน ประเด็นนี้อาจสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ เวียดนาม หรือแม้กระทั่งประเทศไทยด้วยก็ตาม ซึ่งอาจยกระดับความรู้และทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม AI เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตของเกาหลีใต้ได้เช่นกัน

ที่มา:

https://www.skhynix.com/company/UI-FR-CP02

https://www.zippia.com/sk-hynix-america-careers-38537/history/

https://baike.baidu.com/en/item/Hynix/1450964 

https://www.cnbc.com/2026/01/29/sk-hynix-beats-samsung-2025-profit-ai-memory-hbm.html

https://www.reuters.com/world/asia-pacific/sk-hynix-says-ships-samples-12-layer-next-gen-hbm4e-chips-major-customers-2026-06-17/ 

https://edition.cnn.com/2026/05/29/business/sk-hynix-chips-trillion-dollar-club-intl-hnk 

https://www.asiae.co.kr/en/article/2026020908290692374

https://dig.watch/updates/south-korea-expands-industrial-policy-support-for-ai-manufacturing-technologies

https://www.oecd.org/en/publications/korean-focus-areas_f91f3b75-en/a-global-powerhouse-in-science-and-technology_61cbd1ad-en.html#section-d1e457

https://sgai.md/benchmarking/south-korea-strategy-3-ai-semiconductor-strategy/ 

Tags: , , , , , , , ,