กิน มู ช็อป หรือไปดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกงมีแพลนให้เลือกเต็มไปหมด ทว่าเมื่อได้มาเที่ยวในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ก็ได้เห็นเสน่ห์ของเมืองอีกแบบ ผ่านหนึ่งในเทศกาลจีนดั้งเดิมที่มีชีวิตชีวาที่สุดของฮ่องกง และมีรากฐานจากประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานหลายศตวรรษ
ตลอดเทศกาล หลายพื้นที่ของฮ่องกงเต็มไปด้วยโคมไฟ กิจกรรม และการแสดงที่นำประเพณีดั้งเดิมมาผสมกับความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ๆ ทำให้ได้เห็นเมืองในบรรยากาศที่ต่างออกไป ทั้งความร่วมสมัยและกลิ่นอายของวัฒนธรรมท้องถิ่น
The Momentum ชวนมาดูกันว่า ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่เพิ่งผ่านไป ฮ่องกงมีอะไรให้ชมและสัมผัสบ้าง
โคมหลากวัฒนธรรม เติมสีสันให้กับเทศกาลดั้งเดิม
หนึ่งในจุดหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้คือ Victoria Park ตั้งอยู่ในย่านคอสเวย์เบย์ (Causeway Bay) ซึ่งเป็นสถานที่จัด ‘International Lantern Spectacular’ งานแสดงโคมนานาชาติครั้งแรกของฮ่องกง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 กันยายน-7 ตุลาคม 2026 ภายใต้ธีม ‘Reunion’ หรือ ‘การกลับมาพบกัน’ เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ผ่านแสงไฟ ศิลปะ และวัฒนธรรมจากหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 3 โซนหลัก ดังนี้
จุดแรกคือ World Lantern Boulevard ที่รวบรวมโคมไฟกว่า 3,000 ดวงจาก 20 ประเทศ ตั้งเรียงรายให้เดินชมต่อเนื่องกัน โดยแต่ละพื้นที่จะนำเอกลักษณ์ของตัวเองมาเล่าผ่านโคม สะท้อนภาพของฮ่องกงในฐานะเมืองนานาชาติที่นำวัฒนธรรมจากหลากหลายพื้นที่มาอยู่ร่วมกับเทศกาลดั้งเดิมของจีนได้อย่างกลมกลืน
นอกจากโคมจากนานาประเทศแล้ว อีกโซนที่น่าสนใจคือ Hong Kong Lantern Galleria บริเวณ Hill Knoll Pavilion ใน Victoria Park ซึ่งนำโคมทำมือแบบดั้งเดิมของฮ่องกงกว่า 400 ดวงมาจัดแสดง ทั้งโคมรูปกระต่าย มะเฟือง และปลาทอง ถ่ายทอดบรรยากาศ ‘ถนนโคม’ แบบที่ชาวฮ่องกงคุ้นเคยมาหลายชั่วอายุคน และช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ของเทศกาลในแบบท้องถิ่น
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีโคมฉินหวยแห่งนครหนานจิง (Nanjing Qinhuai Lanterns) งานหัตถกรรมเก่าแก่กว่า 1,700 ปี ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติของจีน โดยทีมช่างจากหนานจิงได้รังสรรค์ผลงานชิ้นเอก 4 ชุดสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Shadowlight โคมยักษ์สูง 8 เมตรบริเวณทางเข้าหลักของงาน ได้แรงบันดาลใจจากต้นไทร สื่อถึงฮ่องกงในฐานะเมืองที่เชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมจากทั่วโลก จากนั้นต่อด้วย Lotus Fish ที่ถ่ายทอดภาพใบบัวขนาดใหญ่กับปลาคาร์ปสีสันสดใส ก่อนเข้าสู่ Dragon Gate ซึ่งนำเสนอปลาคาร์ปคู่กำลังกระโจนขึ้นจากน้ำ โดยเส้นโค้งของปลาทั้งสองมาบรรจบกันเป็นวงกลม สื่อถึงความสมบูรณ์และโชคดี และปิดท้ายด้วย Moonlit Lotus โคมพระจันทร์ยักษ์สูง 7 เมตรเหนือสระน้ำ เคียงคู่กับโคมดอกบัว สื่อถึงการมาพบกันใต้พระจันทร์เต็มดวง
147 ปีกับประเพณีเชิดมังกรไฟไท่หาง
ผู้เขียนยังได้สัมผัสอีกด้านของเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของคนฮ่องกงมากขึ้น โดยหมุดหมายถัดมาคือย่านไท่หาง (Tai Hang) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่านคอสเวย์เบย์ ที่นี่เป็นสถานที่จัดเทศกาลเชิดมังกรไฟไท่หาง (Tai Hang Fire Dragon Dance) ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ และเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของฮ่องกงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติของจีน
โดยปีนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 147 เมื่อถึงช่วงการแสดง ผู้คนจะออกมายืนเรียงรายตามถนนและตรอกซอกซอยของย่านไท่หาง เพื่อรอชมมังกรไฟยาว 67 เมตรที่ประดับด้วยธูปจุดไฟกว่า 1.2 หมื่นดอก เคลื่อนผ่านชุมชนท่ามกลางแสงไฟและควันธูป
เรื่องราวของมังกรไฟเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่าศตวรรษก่อน ในเวลานั้นไท่หางยังเป็นชุมชนของเกษตรกรและชาวประมงที่ต้องเผชิญทั้งไต้ฝุ่น โรคระบาด และเหตุร้ายต่างๆ ชาวบ้านจึงสร้างมังกรจากฟางข้าว ปักธูปลงบนตัวมังกร และแห่ไปรอบหมู่บ้านเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ตามความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าความโชคร้าย เมื่อเหตุร้ายคลี่คลาย การเชิดมังกรไฟจึงกลายเป็นประเพณีประจำปีที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ การแสดงแต่ละครั้งต้องอาศัยผู้เชิดมังกรกว่า 300 คน ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนกันมาเชิด เนื่องจากมังกรไฟมีขนาดใหญ่และหนัก ตัวมังกรแบ่งเป็นส่วนหัว ลำตัว และหาง ทุกส่วนต้องเคลื่อนไหวให้สัมพันธ์กัน เพื่อให้มังกรดูเหมือนกำลังเคลื่อนตัวผ่านถนนอย่างมีชีวิต โดยมีทีมโคมไฟและทีมดนตรีร่วมขบวนด้วย
จากการพูดคุยกับ Angus Wong, Jack Wong และ Michael Tsoi จาก Tai Hang Residents’ Welfare Association ทำให้เห็นความผูกพันของคนในชุมชนกับประเพณีนี้ โดยระบุว่า เบื้องหลังมังกรไฟที่เห็นในคืนแสดงต้องใช้เวลาเตรียมนานถึง 3-4 เดือน เริ่มจากการหาไม้ไผ่สำหรับเป็นก้านเชิดมังกร ใช้เชือกป่านเชื่อมส่วนลำตัว ไปจนถึงนำหญ้าไข่มุกแคระมาพันรอบลำตัวเพื่อให้ปักธูปได้แน่น จากนั้นจึงเคลือบด้วยน้ำมันกันไฟ เมื่อสร้างเสร็จมังกรจะถูกนำไปปลุกเสกที่วัดหลินฟ้า ก่อนนำธูปมาปักและออกเชิดในช่วงเทศกาล
เดิมผู้เชิดต้องเป็นคนในไท่หางเท่านั้น แต่ปัจจุบันเปิดรับอาสาสมัครทั่วไป รวมถึงชาวต่างชาติ ให้เข้ามาร่วมเชิดมังกรได้ การรับสมัครได้รับความสนใจอย่างมาก จนมีผู้สมัครเต็มจำนวนอย่างรวดเร็ว
การเชิดมังกรไฟแบ่งออกเป็น 2 รอบ เริ่มจากกิจกรรมของเด็กๆ ทั้งการแสดงศิลปะ กังฟู เทควันโด และการเชิดมังกรไฟจำลอง LED ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เพิ่มเข้ามาตั้งแต่ปี 2019 เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมกับประเพณีของชุมชน
หลังจบการเชิดรอบแรก จะมีการเปลี่ยนธูปใหม่ ก่อนนำมังกรออกเชิดรอบย่านเป็นครั้งที่ 2 โดยมีช่วงที่มังกรเคลื่อนไหวเป็นวงกลมคล้าย ‘มังกรกินหาง’ ซึ่งเป็นจังหวะที่สวยงามและได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้มาเยือนไท่หางในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ก็ยังแวะมาเดินเล่นในย่านนี้ได้ โดยสถานที่ที่ไม่ควรพลาดคือวัดหลินฟ้า วัดเก่าแก่ของชุมชนที่สร้างขึ้นราวปี 1863 ในสมัยราชวงศ์ชิง และเป็นสถานที่บูชาเจ้าแม่กวนอิม วัดแห่งนี้ยังมีความผูกพันกับไท่หางและเทศกาลเชิดมังกรไฟ เพราะเป็นสถานที่ประกอบพิธีก่อนการแสดง
ชื่อ ‘หลินฟ้า’ มีความหมายเกี่ยวกับดอกบัว ตามความเชื่อว่าเจ้าแม่กวนอิมทรงศึกษาการเทศนาธรรมบนดอกบัว และมีตำนานว่าเจ้าแม่กวนอิมเคยปรากฏกายบนก้อนหินขนาดใหญ่ในบริเวณนี้ ชาวบ้านจึงสร้างวัดขึ้นเพื่อสักการะ และเรียกก้อนหินดังกล่าวว่า ‘หินดอกบัว’ ปัจจุบันผู้คนยังเดินทางมาสักการะและขอพรเรื่องโชคลาภ การเงิน การค้า และหน้าที่การงาน
กางปฏิทินอีเวนต์ฮ่องกง
หลังเทศกาลไหว้พระจันทร์ผ่านพ้นไป ฮ่องกงยังมีอีเวนต์ต่อเนื่องตลอดช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดย Andrew Yeung, General Manager, Event & Product Development ของการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) กล่าวว่า การเพิ่มการโปรโมตทั้งเทศกาลจีนและเทศกาลตะวันตก ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และตอกย้ำภาพฮ่องกงในฐานะเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก
ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ HKTB ได้เปิดตัวงาน International Lantern Spectacular เป็นครั้งแรก พร้อมเพิ่มประสบการณ์ใหม่ให้กับเทศกาล Tai Hang Fire Dragon Dance ต่อด้วยการจัด ‘Halloween Month’ ในเดือนตุลาคมนี้ ภายใต้ธีมคอสเพลย์ เพื่อสร้างบรรยากาศฮาโลวีนทั่วเมือง และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดระยะใกล้
สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนเดินทางมาในช่วงปลายปี งานที่น่าสนใจสำหรับสายกินคือ Hong Kong Wine & Dine Festival ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2026 ริม Victoria Harbour ภายในงานมีบูทมากกว่า 300 บูท ทั้งไวน์จากนานาประเทศและร้านอาหารกว่า 100 แห่ง ตั้งแต่ร้านมิชลิน โรงแรมหรู ไปจนถึงร้านอาหารท้องถิ่นที่นำเมนูซิกเนเจอร์มานำเสนอในแบบ ‘Only in Hong Kong’ จากนั้นตลอดเดือนพฤศจิกายนยังมี Hong Kong Wine & Dine Month
นอกจากนี้ เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี ฮ่องกงจะเปลี่ยนบรรยากาศเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสผ่าน Hong Kong WinterFest ซึ่งมีทั้ง Christmas Town กิจกรรมช็อปปิง และเมนูอาหารตามฤดูกาล เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสฮ่องกงในบรรยากาศฤดูหนาว
ถัดมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2027 จะเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นอีกช่วงที่เหมาะกับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมจีน ตั้งแต่ตลาดดอกไม้รับปีใหม่ การไหว้พระตามวัด ไปจนถึง International Chinese New Year Night Parade ที่มีขบวนรถแห่และการแสดงจากนานาประเทศ
ส่วนฤดูใบไม้ผลิยังมี 2 อีเวนต์ใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคนละกลุ่ม ได้แก่ Art Basel Hong Kong ในเดือนมีนาคมสำหรับคนรักศิลปะ และ Hong Kong Sevens ในเดือนเมษายน สำหรับแฟนกีฬา
สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะมาเที่ยวฮ่องกงช่วงไหนดี อาจลองเลือกจากอีเวนต์ที่สนใจ เพราะแทบทุกเดือนมีงานให้ตามไปสัมผัส ตั้งแต่งานศิลปะ คอนเสิร์ต กีฬา ไปจนถึงเทศกาลประเพณี รวมแล้วกว่า 200 งานต่อปี ซึ่งอาจทำให้การกลับมาฮ่องกงแต่ละครั้งได้ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนเดิม




