ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นสำคัญที่สังคมจับตามองคือ ออสเตรเลียประกาศจับกุมลูกเรือชาวไทยหลังจับได้ว่าขนยาเสพติดเข้าประเทศ

กรณีของลูกเรือชาวไทยไม่ใช่ครั้งแรก ตลอดปีที่ผ่านมา มีการจับกุมยาเสพติดในต่างประเทศหลายครั้ง ต่างกรรม ต่างวาระ แต่พบว่ายาเสพติดมาจากประเทศไทย ข้อค้นพบเบื้องต้นแทบทุกครั้งชี้ไปที่จุดเดียวกัน ต้นทางของยาเสพติดในไทยเริ่มต้นจากพื้นที่ ‘สามเหลี่ยมทองคำ’ (The Golden Triangle) รอยต่อระหว่าง เมียนมา ไทย กับลาว หนึ่งในฐานที่มั่นสำคัญที่ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดดำรงอยู่มาได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

จริงๆ แล้วขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นหนึ่งใน ‘ปัญหาใหญ่’ ที่ส่งผลต่อภัยความมั่นคงของชาติและภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ทว่าเมื่อใดก็ตามที่ถามหาทางออกของปัญหานี้ กลับยากเหลือเกินที่จะได้มาซึ่งวิธีและหนทางในการกวาดล้างขบวนการดังกล่าว

ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า เรื่องนี้ถือเป็น ‘อาชญากรรมข้ามชาติ’ (Transnational Crime) ที่เป็นเรื่องข้ามพรมแดน มีความซับซ้อน มีผู้เล่นจำนวนมาก และอยู่ในหลายระดับ นับตั้งแต่ตัวเล็กไปจนถึงตัวใหญ่ ทำให้ยากต่อการจับหาต้นทางเพื่อยุติปัญหาดังกล่าว

ปัจจัยอะไรที่ทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นต้นทางของยาเสพติด ทางออกของปัญหานี้คืออะไร และไทยควรมีบทบาทอย่างไรบ้าง The Momentum มีโอกาสพูดคุยกับ สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษา Human Rights Watch ประจำประเทศไทย เพื่อตอบคำถามข้างต้น

ทำความรู้จัก ‘สามเหลี่ยมทองคำ’ (The Golden Triangle)

พื้นที่ ‘สามเหลี่ยมทองคำ’ เป็นพื้นที่ชายแดนเชื่อมระหว่างประเทศเมียนมา ไทย กับลาว มีจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำรวกกับแม่น้ำโขง ซึ่งแต่เดิมพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกฝิ่นที่ใหญ่ที่สุดของโลก

ขบวนการค้ายาเสพติดเริ่มเติบโตขึ้นภายในสามเหลี่ยมทองคำตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น (Cold War) โดยเริ่มต้นจากการส่งออกฝิ่นเป็นหลักและค่อยๆ พัฒนาเรื่อยมา จนกระทั่งในปัจจุบันเริ่มหันมาส่งออกยาเสพติดชนิดสังเคราะห์ โดยเฉพาะกลุ่มยาแอมเฟตามีน (ยาบ้า), เคตามีน (ยาเค), เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์), และเฮโรอีน ก่อนจะกระจายไปยังตลาดต่างๆ ทั่วโลกอย่างฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย รวมถึงสหรัฐอเมริกา

สุณัยกล่าวเพิ่มเติมว่า แต่เดิมพื้นที่เมียนมา ไทย และลาวเป็นฐานที่มั่นหลักที่มีการระบาดของยาเสพติดอย่างรุนแรง จนกระทั่งในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 ทางการไทยเดินหน้าปราบปราม ‘กองกำลังขุนส่า’ กองกำลังติดอาวุธและองค์กรค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ นำโดยขุนส่า หรือ จาง ซีฟู (Chang Chi-fu) ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ที่ชายแดนจังหวัดเชียงรายของประเทศไทย ออกจากประเทศได้สำเร็จ 

จนกองกำลังขุนส่าต้องหนีการปราบปรามของรัฐบาลไทยไปยังเขตรัฐฉานของประเทศเมียนมา ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้ขบวนการค้ายาเสพติดโดยส่วนมาก กบดานอยู่ในเมียนมาและลาวมาจนถึงปัจจุบัน

เปิดสาเหตุที่ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดยังคงเติบโตได้

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดยังดำรงอยู่และเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในทุกวันนี้ เนื่องจากสามเหลี่ยมทองคำคือ ‘พื้นที่เปราะบาง’ ทั้งในแง่การเมืองและเศรษฐกิจ โดยสุณัยได้เจาะลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริบทของแต่ละประเทศเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น

สำหรับประเทศลาว สุณัยอธิบายว่า ผู้นำหรือบุคคลสำคัญทางการเมืองของประเทศลาว คือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่นี้ และสามารถกระทำการคอร์รัปชันได้ง่าย โดยปราศจากการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ เนื่องจากลาวเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้การปกครองของระบอบเผด็จการ และเป็นการเมืองระบบปิดที่ประชาชนหรือแม้แต่หน่วยงานภายนอกก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่งผลให้ขบวนการค้ายาเสพติดดำเนินกิจกรรมและขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่บริบทของประเทศเมียนมาค่อนข้างซับซ้อนมากกว่า โดยสุณัยกล่าวว่า เมียนมามีลักษณะเป็นรัฐล้มเหลว (Failed State) ที่ไม่มีอำนาจในการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศได้ 

เมียนมาในยุคร่วมสมัยมีความขัดแย้งอย่างหนักระหว่างรัฐบาลกลางเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณพื้นที่รัฐฉาน ซึ่งในอดีตประเทศไทยเคยใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็น ‘รัฐกันชน’ กับเมียนมา และตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ดังกล่าวก็มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐฉานมีลักษณะคล้ายกับ ‘รัฐกึ่งอิสระ’ ที่ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ปัจจัยทางด้านภูมิศาสตร์ของรัฐฉาน ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อนและป่าไม้หนาแน่น ยังส่งผลให้รัฐบาลกลางมีข้อจำกัดในการใช้อำนาจรัฐเข้าไปควบคุมพื้นที่นั้นอย่างมีประสิทธิภาพ สุณัยกล่าวเพิ่มเติมว่า อำนาจการควบคุมพื้นที่ตกอยู่ที่กลุ่มชาติพันธุ์และกองกำลังติดอาวุธ จนในบางกรณี เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางอาจต้องขออนุญาตจากกลุ่มชาติพันธุ์ก่อนถึงจะเดินทางเข้าไปได้

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ ขบวนการค้ายาเสพติดยังถูกใช้เป็น ‘ท่อน้ำเลี้ยง’ ให้กับกองกำลังติดอาวุธ มีทุนเสริมสร้างขีดความสามารถทางการทหารเพื่อสู้รบกับกองทัพเมียนมา โดยเฉพาะกับกลุ่มโกกั้งและว้า ที่ขึ้นมามีอำนาจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่สามารถหาแหล่งรายได้จากการสนับสนุนธุรกิจผิดกฎหมายอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น สแกมเมอร์ การสัมปทานทรัพยากรธรรมชาติอย่างป่าไม้ อัญมณี หรือแร่แรร์เอิร์ธ เป็นต้น

ที่ปรึกษา Human Rights Watch ประจำประเทศไทยกล่าวเสริมว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นคือ การมีผู้เล่นใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น นั่นก็คือ กลุ่มอาชญากรชาวจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในพื้นที่นี้อย่างผิดกฎหมาย หรือที่คนไทยคุ้นชื่อกันดีในชื่อ ‘จีนเทา’ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้ามาเป็นทั้งผู้ค้า ตัวกลาง และผู้เล่นในขบวนการค้ายาเสพติดของพื้นที่นี้

The Momentum ถามถึงบทบาทของจีนในประเด็นนี้ สุณัยกล่าวว่า จีนเป็นชาติมหาอำนาจที่ดำเนินนโยบายแบบ ‘ยึดผลประโยชน์แห่งชาติ’ เป็นหลักสำคัญ ดังนั้นจีนอาจจะยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากต่อประเด็นดังกล่าว เนื่องจากในตอนนี้ประเทศจีนและชาวจีนยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง

หากเปรียบเทียบกับกรณีของขบวนการสแกมเมอร์ที่มีชาวจีนจำนวนมากถูกหลอกและลักพาตัว ทางการจีนมีการกดดันมายังกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการเดินหน้าปราบปรามขบวนการนี้อย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน การเร่งสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่นี้ภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) ยังอาจเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้การขนส่งยาเสพติดเป็นไปได้อย่างง่ายดายมากขึ้นอีกด้วย

ประเทศไทย = Transit Hub ยาเสพติด?

หลายครั้งเรามักเห็นการรายงานข่าวทำนองว่า มีการตรวจพบการขนส่งยาเสพติดผ่านประเทศไทยทั้งการนำเข้าและส่งออก สำหรับประเด็นนี้ สุณัยแสดงความคิดเห็นว่า มีปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นทางผ่านของยาเสพติด ดังนี้

– ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ตั้งอยู่ศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ไทยกลายเป็นทั้งศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและการคมนาคมไปโดยปริยาย

– ไทยเป็นหนึ่งในประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีระบบการคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ที่มีศักยภาพมากกว่าหลายประเทศ ทั้งการขนส่งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

ดังนั้น หากจะกล่าวว่าประเทศไทยเป็นทั้งศูนย์กลางการเดินทาง มนุษย์ และยาเสพติดก็คงจะไม่ใช่เรื่องเกินจริงนัก

ทว่าสุณัยมองว่า ปัจจัยที่ทำให้ยาเสพติดสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายของไทยยังไม่แข็งแรง นอกจากนี้ บ้านเราเองยังเกิดปัญหาการคอร์รัปชันทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้

อาเซียนยังคงล้มเหลวในการจัดการปัญหายาเสพติด

เมื่อถามถึงบทบาทของอาเซียน ที่ปรึกษา Human Rights Watch ประจำประเทศไทยกล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วทั้งอาเซียน อย่างไรก็ตาม การรวมตัวของกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ เป็นการรวมตัวที่ไม่เข้มแข็งเท่ากับการรวมกลุ่มอื่นๆ ในหลายพื้นที่ทั่วโลก

สำหรับประเด็นการจัดการกับขบวนการค้ายาเสพติด อาเซียนยังคงติดกับดัก ‘หลักฉันทมติ’ (Consensus) และ ‘หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน’ (Non-Intervention) ที่ปรากฏอยู่ในกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) จนไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ ซึ่งจริงๆ แล้ว หลักการเหล่านี้ก็ยังเป็นข้อจำกัดในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางการเมืองของเมียนมา และประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนในอาเซียนด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกัน สำหรับปัญหายาเสพติด อาเซียนมักได้รับความช่วยเหลือและความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมจากภายนอกมากกว่า อย่างออสเตรเลีย สหรัฐฯ หรือสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างชาติ การประสานงานและการร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญระดับสูง หรือปฏิบัติการลับในการจัดการกับปัญหายาเสพติด 

ทางออกของเรื่องนี้ควรเป็นอย่างไรต่อ?

สุณัยมองว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องซับซ้อนมาก และในระยะสั้น การแก้ปัญหายังคงเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเมียนมา ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในฐานะ Failed State ไปแล้ว

ขณะเดียวกันด้วยข้อจำกัดของอาเซียน การแก้ไขปัญหาแบบภาพใหญ่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศสมาชิกก็ยากที่จะเกิดขึ้น ในทางกลับกัน ปัญหานี้จะถูกแก้แบบ ‘แก้ใคร แก้มัน’ และจะแก้ก็ต่อเมื่อเกิดประเด็นใหญ่ต่อสังคมเท่านั้น 

สำหรับประเทศไทย สุณัยมองว่า ประเทศไทยมีกฎหมายที่ดีอยู่แล้ว รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ยังเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีคุณภาพและทำงานได้ดี แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ต่อเนื่องและจริงจัง

ไม่เพียงแค่นั้น การทำงานระหว่างหน่วยงานยังขาดความต่อเนื่อง ทำให้การประสานงานเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าวค่อนข้างขาดประสิทธิภาพ

สุณัยทิ้งท้ายไว้ว่า อีกหนึ่งประเด็นที่มีความสำคัญมากคือ รัฐบาลไทยจะต้องแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันให้หมดไปจากประเทศให้ได้ เพื่อป้องกันบรรดานักการเมืองของประเทศเข้าไปเอี่ยว หรือมีส่วนเกี่ยวข้องให้ขบวนการดังกล่าวเติบโตในประเทศไทยต่อไป

Tags: , , , , , , , , ,