‘จะผิดอีกกี่ครั้งถึงจะพอ’ คงเป็นคำถามในใจใครหลายคน หลังการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเสร็จสิ้นลง และพบความผิดพลาดซ้ำๆ เดิมๆ และความสะเพร่า ‘ใหม่’ ที่ไม่ควรเกิดขึ้น ท่ามกลางงบประมาณ 6,174 ล้านบาท ที่ใช้ในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดกลับพบข้ออ้างและเหตุผลเดิมๆ ที่แสนง่ายว่า
‘Human Error’
ความผิดพลาดของมนุษย์ ที่ถูกจ้างและจัดตั้งมาเพื่อทำงาน ควบคุม ดูแลการเลือกตั้งให้ลุล่วงเรียบร้อย กลับส่งผลถึงคะแนนเสียงของผู้ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตที่มีจำนวนถึง 740,966 คน คิดเป็น 87.60% ขณะที่การใช้สิทธิล่วงหน้าในเขตสูงถึง 96.47%
ท่ามกลางความผิดพลาดมากมายที่ไม่ควรเกิดขึ้น เช่น การเขียนรหัสจังหวัดเลือกตั้งผิดพลาด เขียนรหัสเขตผิดแต่ไม่ยอมรับว่าตนเองผิด ข้อมูลผู้สมัครหาย QR Code ผิดปี ไปจนถึงให้ข้อมูลเท็จแจ้งว่า ผู้สมัครสมาชิกผู้แทนราษฎรถูกตัดสิทธิ
จนนำไปสู่คำถามเดิมๆ ที่ไม่ต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ว่า กกต.มีไว้ทำไม แล้วใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบความสะเพร่า ไปจนถึงการเรียกร้องให้ กกต.ลาออก
The Momentum รวม 5 คำขอโทษและ (ยัง) ไม่ขอโทษ จากปาก แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยหวังว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป กกต.จะไม่ต้องออกมาขอโทษเนื่องจากความผิดพลาด และ Human Error อีกต่อไป
1. ไม่ขอโทษ แต่กลับลำจากพรรคการเมือง ไม่สามารถแสดงจุดยืนเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบต่อประชามติได้ เปลี่ยนเป็นสามารถทำได้แต่อย่าให้ข้อมูลเท็จ
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 แสวงให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงกับการทำประชามติว่า พรรคการเมืองสามารถพูดนโยบายปราศรัยหาเสียงได้ เช่น การจะแก้ไขแล้วจะทำอย่างไร แต่ไม่ใช่การเสนอว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบประชามติ โดยระบุว่า
“การรณรงค์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มันข้ามไปเรื่องกฎหมายประชามติแล้ว ครั้งที่แล้วมีการแก้รัฐธรรมนูญ มีบางพรรคเสนอด้วยไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ถ้าบอกว่าไปตั้งเวทีรณรงค์ เพื่อให้มีการเห็นด้วยไม่เห็นด้วย เป็นกฎหมายประชามติ ต้องอยู่ในกรอบกฎหมายประชามติต้องระมัดระวัง” แสวงกล่าว
ในเวลาต่อมา มีผู้แย้งหลายคนว่า แสวง ‘มั่ว’ ข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาเอง ซึ่งทำให้หลายพรรคการเมืองหวาดกลัว ไม่กล้าแสดงความเห็นชี้นำ เพราะกลัวจะมีโทษในภายหลัง
และในที่สุดแสวงก็ให้ข้อมูลใหม่อีกครั้ง ยืนยันว่าพรรคการเมืองสามารถรณรงค์เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ได้ เป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา กกต.ออกหนังสือแจ้งเตือนการรณรงค์และข้อห้ามการออกเสียงประชามติให้ผู้สมัคร สส. พรรคการเมือง ประชาชน และองค์กรต่างๆ โดยระบุว่า สามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่การแสดงความเห็นต้องไม่ผิดไปจากข้อเท็จจริง ไม่รุนแรงก้าวร้าว หยาบคายหรือปลุกระดม ไม่ฝ่าฝืนมาตรา 77, 78, 79 และ 80 และขัดต่อกฎหมายอื่นๆ
2. ขอโทษ แจ้งข้อมูลผิดว่าพรรคการเมืองเตรียมเงินซื้อเสียงได้ แต่ห้ามแจกไม่ผิด
“หากใครคิดจะเตรียมเงินไว้ซื้อเสียงสามารถเตรียมได้ แต่อย่านำไปแจก” แสวงให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องการป้องกันการซื้อเสียง โดยหลังจากการให้สัมภาษณ์และมีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำพูดดังกล่าว
เพราะกฎหมายระบุชัดเจนว่า แม้เตรียมเงินก็ผิดแล้ว
ส่งผลให้วันที่ 31 มกราคม 2569 เลขาธิการ กกต.โพสต์ Facebook ส่วนตัวว่า “ไปกันใหญ่…”
โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า “วันนี้ได้ให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องการป้องกันการซื้อเสียง อาจจะพูดสั้นไป พูดเร็วไป หรือพูดไม่ได้ศัพท์ ทำให้มีคนเข้าใจบริบทที่พูดคลาดเคลื่อนไปจากสิ่งที่ต้องการสื่อ โดยได้พูดก่อนหน้านี้ว่า กกต.มีมาตรการอย่างไรในการซื้อเสียง คือต้องซื้อไม่ได้ และได้สั่งการไปแล้ว แม้จะเตรียมการซื้อเสียงได้ แต่อย่าแจก…ต้องขออภัยที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด ที่สื่อสารไม่ดีเอง”
3. ขอโทษ ใช้ข้อมูลปี 2566 แปะหน้ากระดานผู้สมัครปี 2569
เมื่อวานนี้ หลังจากการเปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า และพบข้อผิดพลาดจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการใช้ QR Code ข้อมูลผู้สมัคร สส. หน้าเขตเลือกตั้งผิด โดยพบว่าเขตบางบอน QR Code ลิงก์กับข้อมูลผู้สมัครปี 2566
โดยแสวงระบุว่า ต้องขอโทษกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หลังคณะกรรมการของกรุงเทพฯ มีจุดประสงค์หวังดีต้องการอำนวยความสะดวกให้ข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ แต่ผิดพลาดด้านการตรวจสอบ
แต่ขณะเดียวกันกลับปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ ชลณัฏฐ์ โกยกุล ผู้สมัคร สส.กรุงเทพ เขต 28 พรรคประชาชน ระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ฟ้อง หลังเปิดเผยข้อมูลเรื่อง QR Code ผิด ด้านแสวงชี้แจงว่า ไม่มีใครโทร.ไปข่มขู่ เพราะคนของ กกต.ถูกอบรมมาให้ข้อมูลประชาชนอย่างดี
4. ขอโทษ รายชื่อผู้สมัครบางคนหายจากกระดาษ
กกต.ออกมาขอโทษ หลังพบข้อผิดพลาดข้อมูลผู้สมัครหน้าคูหาเลือกตั้งหายจากกระดาษ โดยส่วนใหญ่พบเป็นผู้สมัครจากพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย โดย กกต.ชี้แจงว่า หลังจากการตรวจสอบพบว่ามีความผิดพลาด 2 แห่งทั่วประเทศคือ จังหวัดชลบุรีและจังหวัดเชียงราย
โดยเฉพาะกรณีของ ทิพา ปวีณาเสถียร ผู้สมัคร สส.เขต 1 ลำปาง เบอร์ 8 พรรคประชาชน ที่แทบหายไปจากกระดานในหลายจังหวัด หลายพื้นที่
ภายหลังพบว่า เหตุต้นทางมาจากคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดลำปางที่ส่งชุดเอกสารบกพร่อง โดยพิมพ์หมายเลข 6 ซ้ำกันส่งไปที่จังหวัดชลบุรี และไม่มีข้อมูลผู้สมัครหมายเลข 8 ส่วนจังหวัดเชียงรายพบว่า เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครหมายเลข 8 ไปอยู่ในเขตอื่น
5. (ยัง) ไม่ขอโทษ กรณีเจ้าหน้าที่ใส่เลขเขตซองบัตรเลือกตั้งผิด
“ต้องใช้หลักฐาน ผมฟังจากข่าว ถ้าผิดพลาดจะมีสมุดรายงานเหตุ ต้องขอตรวจดูก่อน” คือคำกล่าวของแสวง หลังแถลงข่าวยอมรับปัญหาว่า เจ้าหน้าที่เขียนรหัสเลือกตั้งหน้าซองใส่บัตรผิด
โดยชี้แจงว่า รหัสเขตเลือกตั้งใน 1 เขตจะมีหลายอำเภอ แต่ละอำเภอมีเลขไปรษณีย์ต่างกัน และบางเขตเลขซ้ำกัน ดังนั้นทางไปรษณีย์จึงกำหนดเขตรหัสการเลือกตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกันกลับไม่ระบุถึงจำนวนใบเลือกตั้งที่มีความผิดพลาด
ส่วนกรณีประเด็นบัตรเลือกตั้งจะกลายเป็นบัตรเสียหรือบัตรเขย่งหรือไม่ แสวงระบุว่า “เราป้องกันเจตจำนงประชาชน คนกับบัตรตรงกัน ตอนเย็นจะตรวจสอบว่า กรอกรหัสถูกไหมหรือไม่ได้กรอก ถ้าปล่อยให้ไปถึงเขต กลับมายาก ดังนั้น ณ เวลาก่อนมอบ เขาจะตรวจสอบอีกครั้ง”
ทั้งนี้เลขาธิการ กกต.ยังระบุต่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้จะไม่ส่งผลกระทบการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพราะไม่มีเรื่องการใช้รหัสเขตการเลือกตั้งหรือ QR Code อีกต่อไป และจะนำความผิดพลาดทุกอย่างไปปรับใช้ในวันเลือกตั้งจริง
ที่มา
– https://www.thaipbs.or.th/news/content/501683
– https://www.thairath.co.th/news/politic/2911500
– https://www.matichon.co.th/politics/news_5576206
– https://www.khaosod.co.th/politics/news_10121395
– https://www.bangkokbiznews.com/politics/1219268
– https://www.naewna.com/politic/944433
Tags: การเลือกตั้ง, Feature, ประชามติ, กกต., คณะกรรมการการเลือกตั้ง, เลือกตั้งล่วงหน้า, สิทธิเลือกตั้ง, แสวง บุญมี




