ตื่นเช้า งัวเงียบนเตียง อาบน้ำ แต่งตัวชิคๆ เก๋ๆ คว้ากระเป๋า สวมรองเท้าคู่โปรดเดินออกจากบ้าน แวะซื้อกาแฟแก้วหนึ่งก่อนเข้าออฟฟิศ ก่อนนอนโทรเมาท์กับเพื่อนสาวนิดหน่อย วันหยุดออกไปปิกนิก พักผ่อนหย่อนใจในสวนกับน้องหมาและหนังสือดีๆ สักเล่ม กิจวัตรแสนเรียบง่ายของนางเอกหนังรอมคอม (Rom-Com) ในยุค 2000s อาจฟังดูธรรมดา แต่กลับเป็นภาพชีวิตที่ผู้หญิงยุคนี้โหยหา
ปีนี้เทรนด์อยากเป็นนางเอกหนังรอมคอมปรากฏบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง ผู้หญิงหลายคนออกมาทำคอนเทนต์ลง TikTok กล่าวว่าอยากมีชีวิตแบบนั้น
แล้วชีวิตนางเอกหนังรอมคอมยุค 2000s เป็นเช่นไร แล้วไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงในภาพยนตร์สะท้อนอะไรออกมา จึงทำให้สาวๆ ยุคใหม่มีอารมณ์ร่วมและรู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน จนกระทั่งโหยหาการใช้ชีวิตในยุคสมัยที่หลายคนเกิดไม่ทันเสียด้วยซ้ำ
ชีวิตนางเอกรอมคอม เป็นแบบใด?
ช่วงปี 2000s เป็นยุครุ่งเรืองของภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอเมดี หรือรอมคอม โดยแกนหลักของหนังสไตล์นี้ในยุคนั้น จะมีพระเอกกับนางเอกที่เจอกันโดยบังเอิญ ราวกับเป็นพรหมลิขิต อาจเป็นรักแรกพบ หรือเกลียดแรกพบก็ย่อมได้ แต่ระหว่างทางต้องประสบพบเจออุปสรรคไปพร้อมกับเหตุการณ์ที่ช่วยบ่มเพาะมิตรภาพและความรักให้เติบโตอย่างงดงาม หัวเราะร้องไห้ไปด้วยกัน ให้สมกับคำว่าตลกและโรแมนติก และเมื่อถึงตอนสุดท้าย พระเอกนางเอกก็จะลงเอยกัน
มีหลายเรื่องคลาสสิกที่ตราตรึงใจคนทั้งโลก และเรื่องที่ถูกหยิบมาใส่ในคอนเทนต์ของสาวๆ ยุค TikTok มักเป็นแนว ‘Female Lead’ หรือเล่าผ่านนางเอกเป็นแกนหลัก อย่างเช่น Bridget Jones’s Diary (2001), Legally Blonde (2001), The Princess Diaries (2001), How to Lose a Guy in 10 Days (2003), The Sisterhood of the Traveling Pants (2005) และ Confessions of a Shopaholic (2009)
ไปจนถึงหนังรอมคอมปี 2009 ที่มักเกิดข้อโต้เถียงในโซเชียลฯ เป็นพักๆ ว่าจะเลือกอยู่ทีมพระเอกหรือนางเอก อย่าง (500) Days Of Summer ซึ่งหลายคนก็ชอบไลฟ์สไตล์ของ ‘ซัมเมอร์’ (Summer) นางเอกในเรื่องเช่นกัน
ฝั่งประเทศไทยสมัยนั้นก็มี เช่น Sexphone คลื่นเหงา สาวข้างบ้าน (2546) ที่ให้บรรยากาศกรุงเทพฯ ในยุค 2000s และหนังดังในช่วงปลายยุคอย่าง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (2552) หรือจะเป็นละครเรื่อง นางสาวจริงใจกับนายแสนดี (2547)
จุดร่วมของนางเอกเหล่านี้คือ มีหน้าที่การงานเป็นหลักแหล่ง หรือยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ เช่น แอล วูดส์ (Elle Woods) นางเอก Legally Blonde ที่เป็นทนายความ หรือรีเบกกา บลูมวูด (Rebecca Bloomwood) จากเรื่อง Confessions of a Shopaholic ที่ทำงานให้กับนิตยสารการเงิน
เมื่อผู้หญิงจำนวนหนึ่งกำลังรู้สึกว่าภาพการใช้ชีวิต (ในภาพยนตร์) ของพวกเธอเต็มไปด้วยความเริงร่า สดใส มีสุขเศร้าเคล้าน้ำตาบ้าง แต่ภาพรวมไม่เคยรู้จักคำว่ารันทด พวกเธอเลือกเส้นทางเดินด้วยตัวเอง เลือกชุดที่ใส่แล้วสวยที่สุดในซอย ก้าวขาออกจากบ้านด้วยความมั่นใจ อยากเต้นหรือร้องเพลงบนถนนก็ทำได้โดยไม่ต้องอายใคร พกพาความฝันและความหวังติดตัวไปทุกที่ และแน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องรวยล้นฟ้าก็ทำเรื่องสนุกได้ทุกวัน นี่คือบุคลิกที่สาวยุคนี้อยากทำให้ได้เหมือนนางเอกหนัง
เมื่อภาพความเรียบง่ายปรากฏขึ้นตอนชีวิตวุ่นวาย
หากลองพิจารณาชีวิตของนางเอกหนังรอมคอม 2000s หลายคนอาจงงว่าทำไมคนยุคใหม่ถึงอยากเป็นแบบนั้น ทั้งที่นางเอกในดวงใจไม่ได้มีชีวิตหวือหวา ไม่ได้เป็นผู้หญิงประเภทออกเดตสุดหรูบนเรือยอช์ต หรือฟลุกเจอพระเอกอภิมหาเศรษฐีแล้วจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่
ทว่าเป็นภาพชีวิตเรียบง่าย อย่างการตื่นนอนเป็นเวลาในห้องนอนที่เต็มไปด้วยของสะสมแสนรัก ออกจากบ้านไปซื้อกาแฟ หรือไปนั่งเล่นในสวน ภาพตอนที่นางเอกทำงานในออฟฟิศไม่ได้ราบรื่นทุกวัน แต่ก็ไม่ถึงขั้นกดดันจนซึมเศร้า เป็นภาพที่ดึงดูดความสนใจผู้หญิงยุคนี้มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นไลฟ์สไตล์ที่พวกเธอกำลังมองหา
เพราะเมื่อมองกลับมาที่ชีวิตจริงของหลายคนที่ต้องเจอสถานการณ์ยุ่งยาก ชีวิตเร่งรีบวุ่นวายเกินพอดี บางคนต้องตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตี 5 เพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน พอคิดถึงการเบียดเสียดบนขนส่งสาธารณะท่ามกลางสภาพจราจรติดขัด ก็ทำให้ไม่อยากใส่ชุดสวยออกไปบุกตะลุย ไม่มีโมเมนต์เดินสับในส้นสูงไปซื้อกาแฟ เพราะเมื่อถึงออฟฟิศก็ต้องตะบี้ตะบันทำงานทั้งวัน
พอถึงวันสุดสัปดาห์ก็หมดแรงจะออกไปเที่ยวเล่นหย่อนใจ ทำได้เพียงนอนพักผ่อน หลายคนทำงานจนตกอยู่ในภาวะหมดไฟ (Burnout) และหลายคนต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์
มากไปกว่านั้น สภาพเศรษฐกิจก็ไม่เอื้อให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่สามารถช็อปปิงได้ตามใจอยาก หรือไม่มีเงินมากพอจะไปออกทริปกับกลุ่มเพื่อนสาว
นี่คือชีวิตผู้หญิงวัยทำงานในกรุงเทพฯ ที่เมื่อเทียบกันแล้ว แตกต่างจากนางเอกหนังรอมคอมโดยสิ้นเชิง จึงไม่แปลกที่พวกเธอจะโหยหาวิถีชีวิตเรียบง่าย และตอกย้ำว่า หลายคนไม่ได้อยากถึงขั้นมีชีวิตเพียบพร้อมเหมือนในเทพนิยาย แค่อยากใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ และมีความสุขในทุกวัน
มากกว่า ‘Nostalgia’ คือ ‘Anemoia’
ภาพฉากต่างๆ ของหนังรอมคอม 2000s ถูกผลิตซ้ำและส่งต่อในโซเชียลฯ ปีแล้วปีเล่า จากคน Gen X และ Gen Y ที่อยู่ร่วมสมัยกับตอนหนังฉาย จนส่งต่อไปถึงหน้าจอของคน Gen Z ที่แม้เกิดไม่ทัน ไม่เคยดูหนัง แต่ก็เข้าใจคอนเซปต์กับคาแรกเตอร์ของนางเอกภาพยนตร์แนวนี้ได้ไม่ยาก และรู้สึกอยากมีชีวิตอยู่ในยุคสมัยนั้นไม่ต่างกัน
เสน่ห์ของหนังรอมคอม 2000s ที่ทำให้คนอยากเป็นเหมือนนางเอก ไม่ใช่แค่บุคลิกหรือนิสัย แต่แผ่ขยายไปถึงแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ในยุคนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์เอวต่ำ ทรงผม การแต่งหน้าทาตาสโมกกี้อาย โทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋ว เครื่องเล่นแผ่นซีดี ไปจนถึงบรรยากาศบนโลกอินเทอร์เน็ตในสมัยนั้น
สำหรับคนที่เกิดทันแล้วอยากกลับไปสู่ยุค Y2K อาจนิยามความรู้สึกได้ด้วยคำว่า ‘Nostalgia’ หรือการโหยหาอดีต แต่หากเป็น Gen Z ผู้ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ร่วมมาก่อน แต่กลับรู้สึกโหยหามัน มีศัพท์หนึ่งที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ คือ ‘Anemoia’
คำว่า Anemoia ถูกบัญญัติขึ้นในปี 2012 โดย จอห์น เคอนิก (John Koenig) เพื่อบ่งบอกถึงความรู้สึกโหยหาอดีต ในช่วงเวลาหรือสถานที่ที่เราไม่เคยสัมผัสด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ Gen Z จะไม่มีประสบการณ์หรือความทรงจำร่วม แต่ก็สามารถมองเห็นแง่งามของอดีตที่ล่วงมาแล้ว สุดท้ายนี้ สิ่งที่ผู้หญิงยุค TikTok ต้องการ คือภาพชีวิตนางเอกในหนังสุดอบอุ่นใจ อันเป็นภาพที่สร้างเสริมต่อเติมจากจินตนาการ หลายคนอาจไม่ได้อยากย้อนอดีตกลับไปอาศัยในช่วงเวลานั้น เพราะรู้ดีว่าชีวิตจริงของสาวยุค 2000s ก็ต้องสู้ชีวิตไม่ต่างกัน และไม่ได้สุขสนุกสดใสเท่าโลกในภาพยนตร์
อ้างอิง:
Tags: ภาพยนตร์, ไลฟ์สไตล์, lifestyle, 2000s RomCom, 2000s, RomCom, Romantic Comedy, trend, นางเอกหนังรอมคอม, Feature, หนัง




