จากผลการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่า คะแนนแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายชัดเจน คือ ฝ่ายเสรีนิยมอียูและกรีน กับฝ่ายที่ไม่เอาอียูและขวาจัด ทำให้การหาข้อตกลงร่วมกันยากขึ้นกว่าเดิม และทำให้ทิศทางของรัฐสภายุโรปเปลี่ยนไป โดยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2019 ผู้นำชาติสมาชิกอียู 28 ประเทศร่วมประชุมกันเพื่อหาข้อสรุปว่า ใครควรจะเป็นประธานคณะกรรมาธิการยุโรปคนใหม่ที่จะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี นับจากนี้

ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป มีหน้าที่เจรจาการค้า ติดตามงบประมาณของประเทศสมาชิก และเสนอนโยบายตั้งแต่ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไปจนถึงการกำกับดูและเทคโนโลยี

แต่การหารือครั้งนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยข้อเสนอจาก อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีไม่ได้รับการตอบรับจากผู้นำชาติอื่นๆ เพราะขณะที่แมร์เคิลเสนอชื่อ แมนเฟรด เวเบอร์ จากพรรคกลางขวา แต่ชาติอื่นๆ นำโดยฝรั่งเศสไม่เห็นด้วย

ส่วนประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสระบุว่า ควรจะมีการเสนอชื่อผู้ชาย 2 คน และผู้หญิง 2 คน เพื่อให้มีสมดุลทางเพศ ตัวเลือกที่ฝรั่งเศสสนใจคือ มาร์เกร็ธ เวสเตเจอร์ ผู้เจรจาเบร็กซิตชาวเดนมาร์ก และมิแช็ล บาร์นิเออร์ ชาวฝรั่งเศส และฟรานส์ ทิมเมอร์แมน จากเนเธอร์แลนด์

ในเวลานี้ พรรคกลางขวาและกลางซ้ายมีสัดส่วนที่นั่งน้อยลงในสภายุโรป จนไม่สามารถตัดสินใจเลือกประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเองได้ดังใจ ทำให้ต้องขอเสียงสนับสนุนจากพรรคเสรีนิยมและพรรคกรีนเพื่อให้ได้ผู้ที่ตนเองต้องการ

การหาข้อสรุปในการส่งผู้ชิงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการยุโรปของผู้นำชาติต่างๆ จะมีขึ้นในวันที่ 20-21 มิถุนายนนี้ จากนั้นรัฐสภายุโรปจะลงคะแนนในวันที่ 2 กรกฎาคม วันที่ 1 พฤศจิกายน คณะกรรมาธิการชุดใหม่ปฏิบัติหน้าที่

 

ที่มา:

ภาพ: YVES HERMAN / POOL / AFP

Tags: , , , , ,