‘วัคซีนพาสปอร์ต’ นโยบายที่หลายคนต่างคาดหวังว่าจะกลายเป็นความจริงในเร็ววัน หลังจากที่ภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บันเทิง และงานมหกรรมต่างๆ ต้องหยุดชะงักเพราะการระบาดของโควิด-19

วัคซีนพาสปอร์ตหมายถึงเอกสารหรือหลักฐานที่ยืนยันว่าผู้ถือครองได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว โดยอาจมีข้อมูลเพิ่มเติมถึงผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ล่าสุดอีกด้วย ผู้ถือครองพาสปอร์ตดังกล่าวจะเปรียบเสมือนชนชั้นพิเศษที่เดินทางเข้าออกประเทศหรือสถานที่ต่างๆ โดยเผชิญกับข้อจำกัดที่ผ่อนคลายลง เช่น ระยะเวลาการกักตัวที่น้อยลงหรือไม่ต้องกักตัวเลย เสมือนหนึ่งว่าโลกของคนเหล่านั้นได้ย้อนกลับสู่ความปกติก่อนการระบาดใหญ่

ปัจจุบัน หลากหลายองค์กรทั้งรัฐบาล สายการบิน กลุ่มอุตสาหกรรม องค์กรไม่แสวงหากำไร ไปจนถึงบริษัทเทคโนโลยี ต่างก็เดินหน้าสร้างพาสปอร์ตในเวอร์ชันของตัวเอง โดยจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะเดินบนเส้นทางดิจิตอลเพื่ออำนวยความสะดวกในการพกพาและตรวจสอบ

พาสปอร์ตดังกล่าวเป็นเพียงแนวคิดที่อยู่ระหว่างการศึกษาหาข้อมูลในหลายประเทศ เช่น ดิจิทัลกรีนพาส (Digital Green Pass) วัคซีนพาสปอร์ตสำหรับประชาชนในสหภาพยุโรป หรือคำสั่งจากประธานาธิบดีไบเดนแห่งสหรัฐอเมริกาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเป็นไปได้ของวัคซีนพาสปอร์ต ขณะที่รัฐบาลเดนมาร์กประกาศเดินหน้าวัคซีนพาสปอร์ตดิจิทัลสำหรับประชาชนที่พร้อมใช้จริงภายในสามถึงสี่เดือนนี้

แม้ว่าประโยชน์ของวัคซีนพาสปอร์ตจะชัดเจนในแง่เศรษฐกิจ แต่ก็มีเสียงคัดค้านพร้อมกับตั้งคำถามต่อแนวคิดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำและการเลือกปฏิบัติระหว่างผู้ที่ฉีดและไม่ฉีดวัคซีน ปัญหาความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะวัคซีนพาสปอร์ตในรูปแบบดิจิทัล รวมถึงความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของโรคเพราะยังไม่มีการศึกษายืนยันว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนจะมีอัตราแพร่เชื้อที่ต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนแต่อย่างใด

ภูมิทัศน์ปัจจุบันของนโยบายวัคซีนพาสปอร์ต

ประเทศแรกที่เปลี่ยนแนวคิดวัคซีนพาสปอร์ตให้กลายเป็นความจริงคืออิสราเอล ประเทศที่มีสัดส่วนผู้ฉีดวัคซีนสูงลิ่ว โดยตัวเลขเมื่อกลางเดือนมีนาคมอยู่ที่ราว 50 เปอร์เซ็นต์ของประชากร โดยผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีที่ได้รับวัคซีนแล้วมีสัดส่วนสูงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นโยบาย ‘กรีนพาส (greenpass)’ วัคซีนพาสปอร์ตในรูปแบบดิจิทัลบนแอพพลิเคชันเริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยมีเป้าหมายเพื่อการคลายล็อกดาวน์

แอพพลิเคชันดังกล่าวจะระบุว่าผู้ใช้ได้รับวัคซีนแล้วหรือยัง หรือมีภูมิคุ้มกันเนื่องจากเคยติดเชื้อโควิด-19 แล้วรักษาจนหายแล้วหรือไม่ รวมไปถึงเหล่าเด็กๆ และวัยรุ่นซึ่งอายุยังไม่เข้าเกณฑ์ที่สามารถฉีดวัคซีนได้ แอพพลิเคชันก็จะแสดงผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ล่าสุดว่าปกติหรือไม่ โดยเหล่าผู้ถือกรีนพาสจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้ายิม พักในโรงแรม เข้าชมภาพยนตร์ งานมหกรรมและคอนเสิร์ต ไปจนถึงการนั่งรับประทานอาหารในร้านอาหารและผับบาร์ หลังจากกิจกรรมเหล่านั้นถูกสั่งปิดมาเนิ่นนานเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรงภายในประเทศ

อย่างไรก็ดี แม้นโยบายกรีนพาสในอิสราเอลจะทำให้ประเทศเริ่มคลายจากการล็อกดาวน์ สถานการณ์ก็ยังคงไม่เข้าสู่ภาวะปกติ เพราะภาครัฐยังเข้มงวดเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย รวมถึงการเว้นระยะห่างภายในพื้นที่อาคารเพื่อป้องกันไม่ให้โควิด-19 กลับมาระบาดอีกครั้ง 

นอกจากประเทศอิสราเอล จีนก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เริ่มใช้วัคซีนพาสปอร์ตโดยฝังอยู่ใน WeChat แอพพลิเคชันสามัญประจำบ้านของชาวจีน แต่เป้าหมายของวัคซีนพาสปอร์ตดังกล่าวไม่ได้มีไว้สำหรับใช้เดินทางภายในประเทศ แต่จีนตั้งเป้าเพื่อใช้สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ โดยคาดหวังว่าชาวจีนผู้ถือวัคซีนพาสปอร์ตจะไม่ต้องโดนกักตัวซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย

แต่ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐที่เดินหน้าเรื่องวัคซีนพาสปอร์ต องค์กรระหว่างประเทศอย่างสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association) ที่พัฒนาแอพพลิเคชันสำหรับวัคซีนพาสปอร์ตเพื่อนำไปใช้เป็นมาตรฐานสากลในการเดินทางระหว่างประเทศ ส่วนภาคเอกชนอย่างสายการบินกาตาร์แอร์เวย์สก็เพิ่งเริ่มทดลองใช้แอพพลิเคชัน CommonPass ที่พัฒนาขึ้นภายใต้การผลักดันของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ซึ่งปัจจุบันแสดงผลการตรวจโควิด-19 ล่าสุดโดยคาดว่าจะเพิ่มฟังก์ชันแสดงการรับวัคซีนเร็วๆ นี้

วัคซีนพาสปอร์ตตอกย้ำความเหลื่อมล้ำ ทำลายความเป็นส่วนตัว?

แม้วัคซีนพาสปอร์ตจะเปรียบเสมือนความหวังที่ปลายอุโมงค์ของธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ แต่ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเหล่านักจริยศาสตร์มองว่าแนวคิดดังกล่าวมีปัญหาหลายประการโดยเฉพาะด้านความเหลื่อมล้ำและความเป็นส่วนตัว

ลองจินตนาการเล่นๆ ถึงโลกใบที่ประชาชนแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนรวมถึงได้รับการยืนยันโดยถือวัคซีนพาสปอร์ตติดตัว และกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ในโลกใบนี้ การแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็เสมือนมีสิทธิพิเศษ ได้รับการต้อนรับสู่ร้านอาหาร โรงแรม กิจกรรมสันทนาการต่างๆ ไปจนถึงอนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ขณะที่ประชากรกลุ่มหลังได้แต่มองตาปริบๆ ฉากดังกล่าวอ่านดูเผินๆ แล้วแทบไม่ต่างโลกดิสโทเปียในนวนิยายที่มีอภิสิทธิ์ชนถูกแบ่งแยกออกจากสามัญชนอย่างชัดเจน

ความเหลื่อมล้ำและการเลือกปฏิบัติคือประเด็นที่รัฐบาลในประเทศพัฒนาแล้วเลือกที่จะพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนบังคับใช้นโยบายดังกล่าว จากข้อเท็จจริงที่ว่ากลุ่มประชากรที่ได้รับวัคซีนกลุ่มแรกๆ คือกลุ่มผู้มีรายได้สูงและประชากรผิวขาว ขณะที่คนยากไร้และประชากรผิวสีอาจยังไม่ได้รับวัคซีน 

นอกจากนี้ หากนโยบายดังกล่าวถูกบังคับใช้ไปทั่วโลก ประชากรอีกกว่าพันล้านชีวิตในประเทศยากจนที่ไม่มีเอกสารระบุตัวตน ไม่ว่าจะเป็นบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ หรือสูติบัตรอาจถูกผลักให้ไปอยู่ชายขอบยิ่งกว่าเดิม การบังคับใช้นโยบายวัคซีนพาสปอร์ตจึงอาจทำให้ความเหลื่อมล้ำที่ย่ำแย่อยู่แล้วเพราะโควิด-19 เลวร้ายลงไปอีกขั้น พร้อมทั้งส่งผลให้ประชากรกลุ่มเปราะบางถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

อีกประเด็นที่หลายคนกังวลคือเรื่องความเป็นส่วนตัว ข้อมูลด้านสุขภาพส่วนบุคคลนับว่าเป็นข้อมูลอ่อนไหวที่ต้องระมัดระวังทั้งการส่งต่อ การเก็บรักษา และแหล่งที่มาของข้อมูล บางประเทศอาจพ่วงวัคซีนพาสปอร์ตเข้ากับแอพพลิเคชันซึ่งมีฟังก์ชันในการติดตามผู้สัมผัส (contact tracing) ซึ่งนับว่าเป็นการล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวเพราะจุดข้อมูลดังกล่าวจะแสดงผลว่าเราเดินทางไปที่ไหนบ้าง และอาจถึงขั้นนำไปวิเคราะห์ได้ว่าเราไปพบปะกับใคร

นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 รัฐบาลหลายประเทศริเริ่มแอพพลิเคชันติดตามผู้สัมผัสเพื่อหวังจำกัดการระบาด เช่น TraceTogether ของประเทศสิงคโปร์ที่แรกเริ่มเดิมทีประกาศชัดเจนว่าจะใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อป้องกันการระบาดเท่านั้น แต่เมื่อต้นปีนี้กลับมีการเปิดเผยว่าตำรวจสามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันนี้ได้เพื่อใช้ประกอบการสืบสวนคดีอาชญากรรมจนกระทั่งรัฐมนตรีต้องออกมาขอโทษพร้อมยอมรับว่าตนเอง ‘เข้าใจผิด

วัคซีนพาสปอร์ตอาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด

การมีวัคซีนพาสปอร์ตอาจทำให้เราเข้าใจว่าเป็นการแยกประชากรออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มปลอดภัยและกลุ่มเสี่ยง อย่างไรก็ดี ความเข้าใจดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผิดถนัดเพราะยังไม่มีการศึกษาที่ยืนยันว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วจะมีอัตราการแพร่เชื้อโควิด-19 ต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน

อ่านไม่ผิดหรอกครับ เพราะต่อให้เราจะฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว วัคซีนเหล่านั้นก็เป็นเพียงเครื่องมือป้องกัน ‘ความป่วยไข้’ ไม่ให้หนักหนาสาหัส แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีการศึกษาที่ยืนยันว่าเราจะไม่ติดเชื้อไวรัสหรือเราจะไม่แพร่เชื้อให้กับคนอื่นในอนาคต ล่าสุดมีเพียงข้อมูลเบื้องต้นว่าวัคซีนของไฟเซอร์/ไบออนเทค (Pfizer/BioNtech) จะช่วยลดการติดเชื้อของกลุ่มคนไข้ที่อาจติดเชื้อแล้วไม่มีอาการราว 90 เปอร์เซ็นต์ แต่หลักฐานสนับสนุนก็ยังมีไม่เพียงพอที่จะปักใจเชื่อ

นอกจากนี้ การกลายพันธุ์ของเชื้อ SARS-CoV-2 ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ เพราะการศึกษาที่ได้ข้อสรุปในวันนี้อาจกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยในอนาคตหากไวรัสมีการกลายพันธุ์ เราต่างคาดหวังว่าวัคซีนที่พัฒนาสำเร็จในปัจจุบันน่าจะจัดการกับสายพันธุ์ย่อยต่างๆ ได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่อาจถือกำเนิดขึ้นมาโดยที่เราตั้งตัวไม่ทัน ซึ่งนั่นจะทำให้โครงสร้างวัคซีนพาสปอร์ตไร้ค่าในพริบตาเดียว

สาเหตุทั้งสองประการทำให้องค์การอนามัยโลกแนะนำว่ายังเร็วเกินไปที่จะอนุญาตให้ใช้วัคซีนพาสปอร์ตในการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำว่าประชาชนที่ได้รับวัคซีนก็ไม่ควรได้รับการยกเว้นจากการล็อกดาวน์หรือการกักตัวตามปกติ

ท่าทีของรัฐบาลไทยต่อนโยบายวัคซีนพาสปอร์ตนั้นค่อนข้างแบ่งรับแบ่งสู้ โดยมีการผ่อนปรนจำนวนวันที่ต้องกักตัวสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติที่มีเอกสารยืนยันว่าได้รับวัคซีนครบถ้วน เตรียมเดินหน้าหารือวัคซีนพาสปอร์ตสำหรับ 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมถึงมหาอำนาจตัวตั้งตัวตีอย่างประเทศจีนอีกด้วย

แน่นอนว่าการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย เพราะเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเกิดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐก็ควรสำเหนียกว่าประชาชนในประเทศยังได้รับวัคซีนไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ดี การผ่อนคลายพรมแดนอาจนำไปสู่การระบาดระลอกใหม่จนต้องกลับมาล็อกดาวน์อีกครั้ง ถ้าเป็นเช่นนั้นสิ่งที่ได้ก็อาจไม่คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่าย

 

เอกสารประกอบการเขียน

Green pass: how are Covid vaccine passports working for Israel?

Coming Soon: The ‘Vaccine Passport’

Vaccine Passports, Covid’s Next Political Flash Point

‘A can of worms’: Experts weigh in on the vaccine passport debate

Covid vaccine passports are being considered. And health experts and rights groups are deeply concerned

Are vaccine passports a good idea?

Tags: , ,