ในโลกธุรกิจกาแฟ ชื่อของแบรนด์มักบ่งบอกถึงระดับชั้นของตลาดอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือกาแฟพรีเมียมที่เติบโตจากวัฒนธรรม Third Wave Coffee อย่าง Blue Bottle Coffee ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองโอ๊กแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ขณะที่อีกด้านหนึ่งคือกาแฟพรีเมียมที่เติบโตจากโมเดลเทคโนโลยีและราคาที่เข้าถึงง่ายอย่าง Luckin Coffee
แต่ดีลล่าสุดที่ Centurium Capital ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Luckin Coffee เชนกาแฟของจีน พร้อมซื้อกิจการร้านกาแฟของ Blue Bottle Coffee จาก Nestle ด้วยมูลค่าประมาณ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังทำให้โลกกาแฟเริ่มทับซ้อนกัน เพราะดีลนี้อาจไม่ใช่แค่การซื้อแบรนด์กาแฟ แต่เป็นการวางหมากใหม่ของอุตสาหกรรมกาแฟระดับโลก
ทั้งนี้สำนักข่าว Yicai Global ของจีนรายงานว่า ข้อตกลงดังกล่าวมีการลงนามแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์
ดีลที่ราคาต่ำกว่าที่คาดไว้
จากมูลค่าราคาซื้อขายที่ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือว่าต่ำกว่าที่ Nestle เคยตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และยังต่ำกว่ามูลค่าที่ Nestle เคยจ่ายไปในปี 2017 เพื่อซื้อหุ้น 68% ของ Blue Bottle Coffee ที่ราคา 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.3 หมื่นล้านบาท
ตัวเลขนี้กำลังบอกข้อเท็จจริง 2 เรื่องคือ Blue Bottle Coffee แม้จะเป็นแบรนด์ Specialty Coffee ที่มีภาพลักษณ์แข็งแรง แต่การขยายตัวในระดับโลกอาจไม่ได้เร็วอย่างที่ตลาดเคยคาดหวัง
เรื่องต่อมาคือ Nestle กำลังจัดพอร์ตของธุรกิจกาแฟใหม่ ซึ่งภายใต้ดีลนี้ Nestle เลือกเก็บเฉพาะธุรกิจเครื่องชงกาแฟ และแคปซูลของ Blue Bottle Coffee เอาไว้ โดยขายเฉพาะธุรกิจร้านกาแฟออกไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของธุรกิจอาหารยักษ์ใหญ่ ที่เริ่มถอยออกจากธุรกิจรีเทลหน้าร้าน ไปสู่โมเดลที่คล่องตัวกว่า และทำรายได้สม่ำเสมอมากกว่า
Luckin กับการเปลี่ยนบทบาทจากกาแฟราคาถูก
ในอีกด้านหนึ่ง การเข้าซื้อครั้งนี้แสดงให้เห็นการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของ Luckin Coffee อย่างชัดเจน หลังจากสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยโมเดลธุรกิจกาแฟราคาถูก และสั่งผ่านแอปฯ ได้ง่ายจนขยายสาขาได้มากกว่า 3 หมื่นแห่งทั่วโลก และมีรายได้สูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025
แต่เมื่อสงครามราคากาแฟในจีนเริ่มเย็นลง บริษัทก็เริ่มพูดถึงเฟสใหม่ของธุรกิจ นั่นคือการยกระดับความเป็นมืออาชีพของแบรนด์ และขยายช่วงราคาของสินค้า เพราะการมี Blue Bottle Coffee อยู่ในพอร์ต เป็นเหมือนการเติมยอดชั้นบนสุดของพีระมิดแบรนด์
จากเดิมที่ Luckin Coffee แข็งแรงในตลาดแมส การได้แบรนด์ Specialty Coffee ระดับโลกเข้ามา ช่วยเปิดประตูสู่ตลาดพรีเมียม โดยไม่ต้องสร้างแบรนด์ใหม่จากศูนย์
หมากสำคัญในการท้าชน Starbucks
นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ดีลนี้เป็นหนึ่งในก้าวที่ทะเยอทะยานที่สุดของ Luckin Coffee ในการท้าทาย Starbucks ที่ผ่านมา Starbucks ครองตำแหน่งแบรนด์กาแฟระดับโลกที่สามารถทำทั้งตลาดพรีเมียมและขยายสเกลได้พร้อมกัน ขณะที่ Luckin Coffee แข็งแรงในด้านสเกล แต่ยังขาดภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม
แม้รายงานข่าวระบุว่า Luckin Coffee และ Blue Bottle Coffee จะยังคงดำเนินงานแยกกันอย่างอิสระ แต่ในเชิงยุทธศาสตร์ การมีแบรนด์ Specialty Coffee อยู่ในระบบเดียวกัน ย่อมสร้างความได้เปรียบในหลายมิติ ตั้งแต่ซัพพลายเชน เทคโนโลยี ไปจนถึงการขยายตลาด
เกมใหม่ของอุตสาหกรรมกาแฟโลก
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในดีลนี้ อาจไม่ใช่เรื่องของกาแฟ แต่คือการเคลื่อนตัวของ ‘ทุนจีน’
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจจีนจำนวนมากเริ่มขยายเข้าสู่ตลาดตะวันตก ไม่ใช่ในฐานะผู้ผลิตเบื้องหลัง แต่ในฐานะเจ้าของแบรนด์ระดับโลก การที่กองทุนจีนเข้าซื้อแบรนด์ Specialty Coffee สัญชาติอเมริกัน จึงสะท้อนการเปลี่ยนสมดุลอำนาจในเศรษฐกิจโลกอย่างเงียบๆ
และในโลกที่กาแฟหนึ่งแก้วอาจเริ่มต้นจากไร่ในเอธิโอเปีย คั่วในญี่ปุ่น ขายผ่านแอปฯ จีน และดื่มในนิวยอร์ก ดีลนี้ก็อาจเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความจริงใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ที่เส้นแบ่งระหว่างตะวันตกกับตะวันออกกำลังเลือนลงเรื่อยๆ และบางครั้งการเปลี่ยนแปลงระดับโลก ก็เริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ อย่างร้านกาแฟ 1 ร้านเสมอ
ที่มา:
– https://sprudge.com/luckin-coffee-acquires-blue-bottle-coffee-797068.html
– https://finance.yahoo.com/news/chinese-coffee-titan-set-buy-110000114.html
Tags: Business, คาเฟ่, กาแฟ, ร้านกาแฟ, Luckin Coffee, ธุรกิจกาแฟ, Blue Bottle, Biz Moment




