การมีผู้คนอยู่รอบตัวไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่รู้สึกเหงา และการส่งข้อความหาใครสักคนได้เพียงไม่กี่วินาทีก็ไม่ได้รับประกันว่าเราจะรู้สึกเชื่อมโยงกับคนคนนั้นอย่างแท้จริง นี่อาจเป็นหนึ่งในความย้อนแย้งของการสร้างความสัมพันธ์ในยุคดิจิทัล เมื่อเทคโนโลยีทำให้การพบปะผู้คนง่ายขึ้น แต่การพัฒนาความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งกลับยังเป็นเรื่องท้าทาย
ผลสำรวจ Match Group Asia Human Connection Survey ซึ่งจัดทำโดย Ipsos ร่วมกับ Match Group บริษัทแม่ของ Tinder เผยให้เห็นภาพดังกล่าวผ่านกลุ่มคนโสดอายุ 18-45 ปี ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และไทย ประเทศละประมาณ 1,000 คน รวมกลุ่มตัวอย่างทั่วเอเชียประมาณ 4,000 คน ระหว่างวันที่ 30 เมษายน-19 พฤษภาคม 2569
ผลสำรวจพบว่า 25% ของคนโสดในเอเชียรู้สึกเหงา ขณะที่ 75% ยังคงพยายามสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมใหม่ๆ สะท้อนว่าความเหงาไม่ได้ทำให้ผู้คนหยุดมองหาความสัมพันธ์ ตรงกันข้าม ความต้องการเชื่อมต่อกับผู้อื่นยังคงอยู่ แม้การสร้างความสัมพันธ์ในชีวิตจริงจะมีอุปสรรคมากขึ้นก็ตาม
เมื่อเจาะมาที่ประเทศไทย ตัวเลขดังกล่าวยิ่งสะท้อนภาพชัดเจนขึ้น เพราะ 85% ของคนโสดไทยยอมรับว่ามีช่วงเวลาที่รู้สึกเหงา ขณะเดียวกัน 62% ยังคงพยายามสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ในชีวิต
ตัวเลขนี้จึงไม่ได้บอกเพียงว่าคนโสดไทยกำลังเผชิญกับความเหงา แต่ยังสะท้อนว่าพวกเขายังไม่ละทิ้งความต้องการมีความสัมพันธ์กับใครสักคน เพียงแต่สิ่งที่กำลังมองหาอาจไม่ใช่แค่การมีคนคุยเพิ่มขึ้น แต่เป็นการพบคนที่เข้าใจและเชื่อมโยงกันได้อย่างแท้จริง
ไม่ได้อยากมีคนรอบตัวเยอะขึ้น แต่อยากมีคนที่เข้าใจกัน
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ คนโสดไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับจำนวนความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมองถึงคุณภาพของความสัมพันธ์ที่มีอยู่ด้วย ผลสำรวจพบว่า 72% ต้องการความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมาย มากกว่าการมีความสัมพันธ์จำนวนมากแต่ผิวเผิน ขณะที่ 53% ระบุว่าใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อรับมือกับความเหงา แทนการติดต่อหาเพื่อนหรือครอบครัว ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างทั้ง 4 ประเทศ
ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในวิธีที่คนโสดไทยรับมือกับความรู้สึกโดดเดี่ยว อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อจัดการความเหงาไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้มากขึ้นเสมอไป
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การมีช่องทางสื่อสารไม่ได้เท่ากับการมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง และการได้รู้จักคนใหม่ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะพบใครสักคนที่เข้ากันได้ โจทย์ของคนโสดในวันนี้จึงอาจไม่ใช่การเพิ่มจำนวนคนในชีวิต แต่เป็นการค้นหาความสัมพันธ์ที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองได้รับการรับฟัง เข้าใจ และเป็นตัวเองได้
ยังเชื่อในความรัก แต่เลือกมากขึ้นกับอนาคตที่ต้องการ
แม้ความเหงาจะเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์คนโสด แต่ความต้องการมีความรักก็ยังไม่ได้หายไปจากสมการ
ผลสำรวจพบว่า 60% ของคนโสดไทยกำลังมองหาความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกในปัจจุบัน และตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 74% เมื่อถามถึงการมองหาความสัมพันธ์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน 46% ระบุว่าจะเดตเฉพาะคนที่มองเห็นอนาคตร่วมกันในระยะยาว ส่วน 58% เชื่อว่าตัวเองจะได้พบคนที่ใช่ และ 41% เชื่อว่าจะได้แต่งงานในอนาคต
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ความรักยังเป็นสิ่งที่คนโสดไทยจำนวนมากให้ความสำคัญ แต่การเริ่มต้นความสัมพันธ์อาจไม่ได้หมายถึงการลองคุยกับใครก็ได้อีกต่อไป เพราะนอกจากความรู้สึกที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแล้ว ความเข้ากันได้และความเป็นไปได้ที่จะเดินไปด้วยกันในระยะยาวก็เป็นปัจจัยที่ผู้คนคำนึงถึง กล่าวอีกอย่างคือ คนโสดยังเปิดรับความรัก แต่ก็ต้องการความสัมพันธ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตของตัวเองด้วย
แอปฯ หาคู่ช่วยเปิดประตู แต่ความสัมพันธ์ต้องไปต่อในชีวิตจริง
เมื่อการพบปะผู้คนใหม่ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายเสมอไปในชีวิตประจำวัน แอปพลิเคชันหาคู่จึงกลายเป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้คนโสดมีโอกาสทำความรู้จักกัน
ผลสำรวจระบุว่า 46% ของคนโสดไทยเคยใช้แอปฯ หาคู่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และ 60% มองว่าการใช้แอปฯ หาคู่เป็นเรื่องปกติของชีวิตในปัจจุบัน ขณะที่ 67% ระบุว่าแอปฯ หาคู่ช่วยให้รู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นมากขึ้นและรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง ส่วน 46% มองว่าแอปฯ หาคู่เป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจับคู่เพื่อความรัก แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ผู้คนได้เริ่มต้นบทสนทนาและขยายโอกาสในการพบเจอคนใหม่ๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม การเชื่อมต่อผ่านหน้าจอเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เพราะการทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้งยังต้องอาศัยเวลา การสื่อสาร และความไว้วางใจ
ประเด็นเรื่องความปลอดภัยจึงยังเป็นสิ่งสำคัญในการใช้แอปฯ หาคู่ โดย 46% ของคนโสดไทยระบุว่า โปรไฟล์ที่ผ่านการยืนยันตัวตนและมาตรการความปลอดภัยที่เข้มแข็งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้แอปฯ นั่นหมายความว่า นอกจากการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบกันแล้ว แพลตฟอร์มยังต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยในการสร้างความสัมพันธ์ด้วย
เมื่อความเหงาเป็นเรื่องที่สังคมต้องช่วยกันมองเห็น
รณัสถ์ ศรีรุ่งเรืองเดชา ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย Tinder Thailand กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า แม้คนโสดไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับความเหงา แต่ความต้องการสร้างความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่อย่างชัดเจน โดยผู้คนกำลังมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมายและลึกซึ้งมากกว่าการมีคนอยู่รอบตัวเพิ่มขึ้น
เขามองว่าเทคโนโลยีช่วยเปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบปะและสร้างความเชื่อมโยงใหม่ๆ แต่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดความสัมพันธ์อย่างปลอดภัยและมีความหมายก็สำคัญไม่แพ้กัน
ด้วยเหตุนี้ Match Group และ Tinder จึงร่วมกับ AIS กรมสุขภาพจิต TIMS และ GILC ขับเคลื่อนแคมเปญ Human Connection เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาความเหงา และส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและแข็งแรงในประเทศไทย
ด้าน เคธี่ ปีเตอร์ส รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายกิจการองค์กร Match Group กล่าวว่า แม้ปัจจุบันผู้คนจะติดต่อกันได้ง่ายกว่าที่เคย แต่การสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงกลับเป็นเรื่องยากขึ้น งานวิจัยนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อทำความเข้าใจจากข้อมูลว่า อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้คนโสดในเอเชียรู้สึกขาดการเชื่อมต่อกับผู้อื่น
เคธี่มองว่า คนรุ่นใหม่ในเอเชียไม่ได้ละทิ้งความต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริง แต่มีความตั้งใจและพิถีพิถันมากขึ้นในการมองหาความสัมพันธ์เหล่านั้น
ท้ายที่สุด ตัวเลขคนโสดไทยที่รู้สึกเหงาถึง 85% อาจเป็นภาพสะท้อนหนึ่งของชีวิตในยุคที่ผู้คนมีช่องทางเชื่อมต่อกันมากมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้นตามไปด้วย
ขณะเดียวกัน การที่คนโสดไทย 62% ยังคงพยายามสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ก็แสดงให้เห็นว่า แม้การตามหาความสัมพันธ์จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ความต้องการมีใครสักคนที่เข้าใจกันยังคงอยู่ เพราะสิ่งที่ผู้คนกำลังตามหาอาจไม่ใช่แค่ใครสักคนที่พร้อมตอบข้อความ แต่เป็นใครสักคนที่พร้อมรับฟัง แบ่งปันชีวิต และทำให้การมีความสัมพันธ์มีความหมายมากกว่าการได้รู้จักกันเพียงชั่วคราว
Tags: Business, คนไทย, Tinder, ทินเดอร์, คนโสด, Biz Moment, Match Group




