กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่นเผย จำนวนเด็กเกิดใหม่ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 ว่าเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี โดยมีเด็กเกิดใหม่รวมทั้งสิ้น 342,068 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 เมื่อเทียบกับปี 2025
ขณะที่อัตราการเสียชีวิตลดลงร้อยละ 6.9 โดยมีจำนวนอยู่ที่ 778,982 คน ส่งผลให้การลดลงของประชากรตามธรรมชาติ (A natural decrease in population) หรือส่วนต่างระหว่างจำนวนการเกิดกับการเสียชีวิตช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 436,914 คน
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมญี่ปุ่นยังมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ต่ำกว่า 4 แสนคนต่อปี ติดต่อกันเป็นปีที่ 5
สำหรับกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นและหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ มีอัตราการเกิดเพิ่มขึ้น 2,278 คนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 ซึ่งก่อนหน้านี้โตเกียวมีอัตราการเกิดเพียงร้อยละ 0.96 เท่านั้น โดยถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในญี่ปุ่น
ยูริโกะ โคอิเกะ (Yuriko Koike) ผู้ว่าราชการหญิงคนแรกของกรุงโตเกียว หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ผลักดันนโยบายด้านประชากรและการส่งเสริมการมีบุตรของเมืองมาอย่างต่อเนื่อง ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลกรุงโตเกียวให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาประชากรอย่างเป็นองค์รวม โดยวางมาตรการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การส่งเสริมให้คนหนุ่มสาวได้พบและทำความรู้จักกัน การสนับสนุนการแต่งงาน การคลอดบุตร การเลี้ยงดูบุตร ไปจนถึงการศึกษา
ความสำเร็จของยุทธศาสตร์และนโยบายด้านประชากรที่โคอิเกะผลักดันในกรุงโตเกียวถูกนำไปต่อยอดในระดับรัฐบาลกลางของญี่ปุ่น และยังได้รับความสนใจจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรในลักษณะใกล้เคียงกับญี่ปุ่น โดย มาซาโกส ซุลกิฟลี (Masagos Zulkifli) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัวของสิงคโปร์ ได้เดินทางเยือนกรุงโตเกียวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และเข้าพบผู้ว่าฯ กรุงโตเกียวเพื่อหารือในประเด็นดังกล่าว
มาตรการสนับสนุนการมีบุตรของโตเกียว
ในช่วงเดือนกันยายน 2024 รัฐบาลโตเกียวได้เปิดตัว ‘TOKYO Enmusubi’ แอปพลิเคชันหาคู่ที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อช่วยจับคู่ผู้ใช้งานที่เข้ากันได้ และส่งเสริมให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปสู่การคบหาที่จริงจังมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือคนหนุ่มสาวที่ยังโสดและต้องการแต่งงาน ทั้งนี้ผู้สมัครใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบเอกสารเพื่อยืนยันสถานะโสดตามกฎหมาย รวมถึงผ่านการสัมภาษณ์ออนไลน์ก่อนเริ่มใช้งาน
จนถึงปัจจุบัน มีผู้สนใจลงทะเบียนใช้งาน TOKYO Enmusubi แล้วมากกว่า 3.8 หมื่นคน และมีคู่สมรสจากการพบกันในแอปพลิเคชันดังกล่าวมากกว่า 300 คู่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจต่ำกว่าความเป็นจริง
นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม 2025 รัฐบาลโตเกียวยังริเริ่มให้เงินสนับสนุนการเก็บรักษาไข่สำหรับผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 18-39 ปีเป็นจำนวน 2 แสนเยน (ราว 42,529 บาท) ขณะที่เมื่อใกล้คลอดบุตรแล้ว ยังได้รับเงินอุดหนุนเฉพาะค่ายาชาสำหรับการคลอดบุตรอีก 1 แสนเยน (ราว 21,227 บาท) เพื่อสนับสนุนให้มารดาคลอดบุตรโดยไม่เจ็บปวดหรือทรมานเกินไป
หลังจากเด็กเกิดแล้ว รัฐบาลกรุงโตเกียวยังมีมาตรการสนับสนุนทางการเงินและสวัสดิการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลมารดาหลังคลอด การเลี้ยงดูบุตร การจัดบริการดูแลเด็กโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการสนับสนุนอาหารกลางวันในโรงเรียนและการศึกษาฟรีจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นการสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาลกลางที่รับผิดชอบการศึกษาภาคบังคับตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น
นอกเหนือจากมาตรการด้านเงินอุดหนุน โคอิเกะยังสนับสนุนให้ทั้งบิดาและมารดาใช้สิทธิลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้ และสร้างความตระหนักรู้ต่อสาธารณชนอย่างจริงจังว่า การใช้สิทธิลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรไม่ใช่เรื่องที่ ‘ผิด’ หรือ ‘น่าอาย’ ซึ่งข้อมูลในปี 2025 พบว่า ผู้ชายในกรุงโตเกียวใช้สิทธิลาดังกล่าวถึงร้อยละ 61.2
“ฉันเชื่อว่าการสร้างระบบนิเวศที่ดี จะช่วยให้คู่รักวางแผนชีวิตได้อย่างสบายใจมากขึ้น ดังนั้นโตเกียวจึงประสบความสำเร็จในการเพิ่มจำนวนเด็กเกิดใหม่” ผู้ว่าฯ กรุงโตเกียวกล่าว
ที่มา:
– https://www.japantimes.co.jp/news/2026/07/28/japan/ai-marriage-app-tokyo/
– https://www.nippon.com/en/japan-data/h02872/
– https://www.straitstimes.com/asia/east-asia/tokyo-reverses-baby-bust-with-ai-matchmaking-and-generous-subsidies
Tags: สังคมสูงวัย, Japan, ญี่ปุ่น, สังคม, โตเกียว, เอเชียตะวันออก, อัตราการเกิด, โครงสร้างประชากร




