NINEOKMAI (นายโอเคมั้ย) วงป็อปร็อกแนวใหม่ ที่ใครต่างก็บอกว่าดนตรีของพวกเขาทำให้นึกถึงเพลงเปิดอนิเมะ มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น เป็นซาวนด์ประเภทที่ฟังแล้วรู้สึกถึงขุมพลังในร่างกายจนอยากลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง โดยเฉพาะเพลง นายโอเคมั้ย? ชื่อเพลงเปิดตัวที่เหมือนกับชื่อวง ซึ่งพวกเขาอธิบายว่า ตั้งชื่อให้ล้อไปกับวง ONE OK ROCK ตำนานที่ยังมีลมหายใจแห่งแดนอาทิตย์อุทัย

ไม่นานมานี้ NINEOKMAI มีเพลงใหม่อย่าง Single Player พูดถึงสถานการณ์ที่ต้องข้ามผ่านปัญหาให้ได้ด้วยตัวเอง แต่ในใจก็ยังอยากมีใครสักคนคอยอยู่เคียงข้าง และโอกาสนี้ The Momentum ได้พูดคุยถึงที่มาของเพลงใหม่กับสมาชิกวง 4 คน ได้แก่ คีตะ แจ้งวัฒนะ (ร้องนำ, กีตาร์), ต่อ-พนิต มนทการติวงศ์ (กีตาร์), โบ๊ท-นิธิศ วารายานนท์ (เบส) และ บูม-ถิรรัฐ ภู่ม่วง (กลอง)

มากกว่าเรื่องเพลงใหม่คือการชวนคุยเกี่ยวกับการ์ตูนญี่ปุ่น เพราะสมาชิกทุกคนล้วนมีมังงะกับอนิเมะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการเติบโต แต่ละคนมีเรื่องโปรดเป็นของตัวเอง และหากย้อนกลับไปในวัยเด็ก Gen Y หรือ Gen Z ตอนต้นจะมีประสบการณ์คล้ายกัน ระหว่างรอดูการ์ตูนที่รักมาทั้งสัปดาห์ การได้ยินอินโทรเพลงเปิดเป็นสัญญาณบอกว่าการรอคอยสิ้นสุดลง และช่วงเวลาแห่งความบันเทิงกำลังจะเริ่มต้น โปรดจงรีบทำภารกิจให้เสร็จสิ้นก่อนเพลงจะจบลง และนั่งดูการ์ตูนอย่างสบายใจ

หลายคนจึงมีเพลงประกอบอนิเมะซึ่งยังติดตรึงอยู่ในใจตั้งแต่ยุคที่ฉายบนโทรทัศน์ ไม่มีปุ่มให้กดข้ามเพลงเปิดเหมือนแพลตฟอร์มสตรีมมิงในปัจจุบัน ทั้งนี้การฟังเพลงอนิเมะอาจช่วยปลุกสัญชาตญาณศิลปิน และหล่อหลอม NINEOKMAI ซึ่งพวกเขาได้รับอิทธิพลทางดนตรีมาจากเพลงเหล่านี้อยู่ไม่น้อย

เพลงของวง NINEOKMAI ส่วนใหญ่แล้ว ได้ไอเดียในการทำเพลงมาจากอะไร

คีตะ: พวกเราทั้งหมดเป็นนักดนตรี ไม่มีใครเป็นนักแต่งเพลง เลยต้องเริ่มจากการทำดนตรีก่อน ทดลองทำกันตามความชอบ เราชอบอะไรในช่วงนั้นก็ลองเอามาทดลองดูว่าแบบไหนจะเหมาะสมกับเพลง ส่วนเรื่องเนื้อเพลง ในช่วงที่ผ่านมาเป็นฟังก์ชันที่มาทีหลัง ถ้าเพลงแรกๆ ขึ้นอยู่กับว่าดนตรีจะพาให้เรารู้สึกไปทางไหน แล้วจึงดูเนื้อหา ค่อยๆ ช่วยกันคราฟต์เนื้อเพลงขึ้นมา

ต่อ: แรกๆ ช่วยกัน แต่หลังๆ ยกให้คีตะสื่อสารสิ่งที่เขาต้องการมากกว่า

โบ๊ท: แม้ส่วนใหญ่อยากให้เกี่ยวกับชีวิตคีตะเป็นหลัก แต่เราก็ร่วมกันตกผลึกตลอด เพราะบางทีต้องผสมให้มันสมบูรณ์มากที่สุด เลยคุยกันเองบ้าง หรือมีรุ่นพี่ในวงการเข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาบ้างบางเพลง

เหตุผลที่คีตะรับบทบาทหลักในการคิดเนื้อหาของเพลง

คีตะ: ด้วยความที่ต้องเป็นคนสื่อสารหรือร้องเองด้วย ซึ่งเราเริ่มมาจากการเล่นกีตาร์อย่างเดียวก่อน เคยแค่ร้องสมทบ ไม่เคยเป็นนักร้องหลัก พอเปลี่ยนบทบาทมาเป็นนักร้องนำเลยคิดว่า ถ้าเราแสดงออกในสิ่งที่รู้สึก เราน่าจะสื่อสารออกไปได้ดีกว่า แต่สุดท้ายมันคือการตีความมากกว่า ต่อให้สารหรือเนื้อเพลงจะไม่ได้สร้างจากตัวเรา ก็อยากสื่อสารออกไปให้ได้ อีกอย่างหนึ่งคือ เราอยากฝึกคิดฝึกเขียนเนื้อเพลงด้วย

โบ๊ท: คีตะเป็นคนที่อยู่ตรงกลางระหว่าง Gen Y กับ Gen Z พวกผมอยู่ Gen Y คีตะอยู่ Gen Z ตอนต้น และเราต้องการคนเล่าเรื่องที่ปัจจุบันที่สุด เขาจึงเหมาะสมที่สุด เหมือนเป็นการเชื่อมโยงเจเนอเรชัน

บูม: วงเราอยากสื่อสารกับคน Gen Z มากกว่า ด้วยความที่เนื้อหาเพลงต้องใหม่อยู่ในกระแส แต่ถ้าพวกเราเป็นคนพูด มันอาจจะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจโลกไปแบบหนึ่ง ไม่เหมือนคนรุ่นปัจจุบันที่เขาจะตั้งคำถามในหัว มีความคิดเห็นเยอะ

ต่อ: ในฐานะวงดนตรีวงหนึ่ง ฐานแฟนเพลงที่เป็นวัยรุ่นจะทำให้วงไปได้ไกลกว่า เพราะถ้ามองตรงๆ วัยรุ่นไม่ได้มีภาระความรับผิดชอบเหมือนผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่มีเงิน แต่เขามีสิ่งที่ต้องใช้จ่าย เพราะจากประสบการณ์ที่เจอแฟนๆ ตั้งแต่วงเก่า พอเริ่มโต เขาก็จะบอกว่ามาคอนเสิร์ตไม่ค่อยได้แล้วนะ เพราะมีครอบครัวต้องดูแล แต่วัยรุ่นจะยังมาได้ ไปกับเพื่อน ใช้เงินได้ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แล้วสุดท้ายเด็กจะค่อยๆ โตไปพร้อมกับเราด้วย ซึ่งคีตะเป็นตัวกลางที่เหมาะที่สุดในการสื่อสาร

แฟนเพลงกล่าวว่า เพลงมีกลิ่นอายของ ‘เพลงเปิดอนิเมะ’ ตั้งใจให้เป็นคอนเซปต์ของวง NINEOKMAI หรือไม่

โบ๊ท: ไม่ได้ตั้งใจ ไม่เคยคุยกันเลยว่าเราจะทำเพลงให้เป็นแบบอนิเมะ 

บูม: ด้วยความที่ Input ของแต่ละคนคือชอบฟังเพลงญี่ปุ่นกันอยู่แล้ว พอตอนแรกเราไม่ได้กำหนดว่า NINEOKMAI จะเป็นวงแนวอะไร ทุกคนอยากเล่นอะไรก็ใส่ไป มันเลยเหมือนเพลงอนิเมะไปโดยธรรมชาติ

คีตะ: พอชีวิตส่วนใหญ่มีแต่เพลงญี่ปุ่น ทั้งเพลงการ์ตูน เพลงวงดนตรีญี่ปุ่น เวลาขึ้นคอร์ดเพลง ผมก็จะเริ่มจากสิ่งที่เคยฟังมาทั้งชีวิตนั่นแหละ ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่นวงที่เล่นเพลงญี่ปุ่น 100% มาก่อน เลยสลัดออกยาก เพราะมันคือธรรมชาติของเรา คนฟังเลยได้กลิ่นนั้น 

ต่อ: ตอนเด็กเราเป็นคนที่ดูอนิเมะ มันอยู่กับเราตั้งแต่เกิด การ์ตูนทุกเรื่องจะมีเพลงเปิด เราฟังมา เราจำเนื้อร้องทำนองได้ เราไม่รู้หรอกว่าจะหยิบมาใช้ตอนไหน แต่พอมาทำจริง เราก็ได้ยินเสียงนั้นเสียงนี้ ซึ่งสนุกที่เราได้หยอดอะไรลงไป 

โบ๊ท: ผมชอบที่เขาทักกันว่าเหมือนเพลงเปิดอนิเมะ โดยที่เราไม่ได้ตั้งต้นว่าจะทำ เพราะฉะนั้นก็ดีใจที่รับรู้ถึงมัน แล้วนึกถึงกันด้วย และไม่ต้องห่วง จากนี้คุณก็น่าจะชอบเราไม่ยาก เพราะเราก็จะทำรสชาติประมาณนี้แหละ เป็นลายเซ็นของเรา 

บูม: เสริมอีกเรื่อง เราเล่นดนตรี มันก็คล้ายๆ กับว่าเราพูดภาษาไหนเยอะสุด สมมติเราเป็นคนไทย เราก็ฟังภาษาไทย พูดภาษาไทยคล่อง แต่ในทางภาษาดนตรี Input ที่เราได้มาเป็นเพลงญี่ปุ่น ดังนั้นสิ่งที่เราเล่นออกมาก็จะกลายเป็นสิ่งที่เราฟัง มันเลยออกมาแบบที่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็น

ขยายความ ‘เพลงเปิดอนิเมะ’ โครงสร้างหรือลักษณะเด่นของเพลงประเภทนี้คืออะไร ทั้งในแง่ทำนองดนตรี และเนื้อหา รวมถึงเสน่ห์ของมัน

คีตะ: ความจริงโครงสร้างมันไม่ได้แตกต่างอะไรจากเพลงสากลหรือเพลงไทยที่เราฟัง สิ่งที่แตกต่างคือซาวนด์ จังหวะของบีตที่เลือกใช้ จะเป็นเรื่องของการออกแบบซาวนด์ จริตการเลือกใช้เมโลดี วิธีเล่าเรื่อง รวมถึงภาษา 

ต่อ: ถ้าพูดถึงเมโลดีเพลงการ์ตูน เราจะนึกถึงอะไรที่มันขับเคลื่อน เห็นการวิ่ง มีความเร็ว ภาพตัดมาเร็วๆ ไวๆ ผมว่าคนเคยดู เคยได้ยินอะไรแบบนั้นมา ภาพในหัวเลยเป็นไปแบบนั้น

โบ๊ท: ผมชอบความเจ๋งของเพลงเปิดอนิเมะตรงที่ว่า มันช่วยเสริม Mood and Tone ของเรื่องนั้นๆ เช่น เรื่องนี้ตัวละครต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค เพลงก็จะขับเคลื่อนไปข้างหน้า หรือจะเป็นเรื่องความรักสดใส เราก็จะรับรู้ได้จากเพลงเปิดเรื่อง

แต่ละคนชอบเพลงประกอบอนิเมะเพลงไหน จากเรื่องอะไรบ้าง

ต่อ: ผมชอบเพลงจาก City Hunter เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับนักสืบหรือตำรวจนอกเครื่องแบบ เวลาเพลงประกอบดังขึ้น ได้ยินแล้วจะนึกถึงตอนเด็กที่เราดูทุกคืน 

โบ๊ท: ถ้าเก่าๆ ของผมน่าจะเป็น Dragon Ball แล้วก็ Great Teacher Onizuka (GTO) ซึ่ง GTO เป็นอีกเรื่องที่ผมชอบที่สุด ดูซ้ำบ่อยมาก เพลงประกอบเป็นของวง L’Arc-en-Ciel วงโปรดอีกวงหนึ่งเหมือนกัน และเพลงใน Slam Dunk บางเพลงก็ชอบ

คีตะ: เพลงจาก Attack on Titan ผมชอบมากทุกเพลง ชอบสุดอาจจะเป็น Red Swan อีกเพลงหนึ่งคือเพลงเปิดลำดับที่ 2 ของ Death Note ชื่อ What’s Up People?! ของวง Maximum the Hormone เป็นครั้งแรกๆ ที่ผมได้ยินเพลงแบบเมทัลที่ฮาร์ดคอร์พังก์ แล้วมันบ้าบอสกปรกหูมากเลย แต่เจ๋งมาก รู้สึกว่าเข้ากับเนื้อเรื่องสุดๆ

บูม: ถ้าช่วงเด็กๆ ผมจะซื้อเทป ‘ช่อง 9 การ์ตูน’  มันจะมีเพลงพวก Dragon Ball Z หรือ ดร.สลัมป์ กับหนูน้อยอาราเล่ และเพลงจากมังงะแนวดนตรีเรื่อง BECK จะมีซาวนด์แทร็ก แล้วมีศิลปินแต่ละวงของญี่ปุ่นมาทำ 2 ซีดี มีของวง Beat Crusaders เพลง HIT IN THE USA และ MOON ON THE WATER ตอนอ่านมังงะเราไม่ได้ยินเสียง เราอาจจะจินตนาการเพลงใน BECK ว่ามันเพราะมาก ซึ่งเอาจริงมันก็เพราะระดับหนึ่ง ไม่ได้ถึงขั้นในจินตนาการขนาดนั้น แต่ช่วงหนึ่งที่ผมทำวงแล้วเป็นวงพังก์ มันเป็นเพราะอิทธิพลจากการ์ตูนเรื่อง BECK พอโตมาจริงๆ ก็ชอบ Attack on Titan เหมือนกัน พอเราดูการ์ตูนจบแล้วจะมีความรู้สึกงงๆ อะไรไม่รู้ แล้วเพลงมันสื่อถึงอารมณ์นั้นได้ 

เล่าถึงอนิเมะหรือมังงะเรื่องโปรด

บูม: เยอะมาก เราโตมากับช่อง 9 การ์ตูน แต่ถ้าเป็นเรื่องที่มีอิทธิพลต่อชีวิตมากๆ และวันนี้ยังดูอยู่ก็ One Piece เราดูมาตั้งแต่สมัยยังอยู่ในนิตยสารการ์ตูน C-KiDs Express แล้วทุกวันนี้ยังตามอยู่ทุกอาทิตย์ เพราะอยากรู้ว่าเรื่องถึงไหนแล้ว

อีกเรื่องที่สำคัญมาก ก็คือ BECK (บูมโชว์รอยสักจากเรื่อง BECK ที่แขน) มันเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับการเล่นดนตรี เด็กคนหนึ่งมีพรสวรรค์ในการร้องเพลงมาก แต่เล่นกีตาร์ไม่เก่ง แล้วบังเอิญไปเจอกับคนที่กำลังทำวงดนตรีอยู่ ผมชอบตอนจบที่ว่า สุดท้ายวงนี้ไปเล่นที่สหรัฐอเมริกา ไปทัวร์มาทั่วโลก แต่พอกลับมาญี่ปุ่น ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ยังนั่งรถตู้พังๆ ไม่มีค่ายเหมือนเดิม 

แต่ผมอาจจะเป็นคนชอบอ่านมังงะมากกว่า พอมันไม่มีเสียง เราก็จะจินตนาการได้ว่า โห ตัวนี้เล่นเบสเก่งมาก แล้วมันเป็นช่วงที่เราเริ่มเล่นดนตรีพอดีด้วย เลยรู้สึกว่าเชื่อมโยงกับชีวิตเรามาก อีกเรื่องคือ Cromartie High School ชอบอะไรค่อนข้างถอดสมองด้วย

โบ๊ท: เรื่อง CROWS เรียกเขาว่าอีกา เป็นเรื่องนักเลงต่อยตี แต่แฝงเรื่องปรัชญาของความมีเกียรติ ความเป็นลูกผู้ชาย การต่อสู้ด้วยกำปั้น

ต่อ: Detective Conan ชอบสืบสวน คดีความที่ต้องสืบหาความจริง เราอ่านการ์ตูนที่เป็นคอมิกมาตั้งแต่เด็ก แต่พอเป็นอนิเมะบางตอนก็ไม่ได้ดู หรืออย่างตอนยาวๆ ก็พลาดไป แต่ก็ยังรู้สึกชอบมันอยู่

คีตะ: ผมดูเยอะมากเหมือนกัน เอาที่ตอนนี้ยังตราตรึงใจอยู่คือ Attack on Titan เนื้อเรื่องเข้มข้น แล้วก็ Death Note กับ NANA ดูตอนโตจะชอบเนื้อเรื่องที่จริงจังขึ้นมาหน่อย แต่ตอนเด็กชอบดูอนิเมะรอมคอมพวกไม่กี่ตอนจบ Toradora!, Seto no Hanayome เงือกสาวยากูซ่า หรือ Detective Conan กับ Doraemon ดูแน่นอน ดูเยอะมาก เป็นเด็กติดการ์ตูนคนหนึ่ง

สมมติว่า NINEOKMAI มีโอกาสได้ทำเพลงเปิดอนิเมะจริงๆ อยากให้เป็นอนิเมะแบบไหน และเพลงจะเป็นประมาณไหน

ต่อ: อะไรก็ได้ที่มีพลังขับเคลื่อนทุกอย่าง เรื่องที่ทำให้รู้สึกว่า เพลงของเราเติมเต็มให้กับอนิเมะเรื่องนี้ได้

คีตะ: อย่างเรื่อง Hunter × Hunter เป็นการ์ตูนที่ใช้เพลงเปิดเพลงเดียวเท่านั้น ผมอยากให้เป็นอนิเมะที่ใช้เพลงของเราเพลงเดียวตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนล่าสุด

โบ๊ท: อยากให้เป็นอนิเมะแนว High School อยู่บนดาดฟ้า ท้องฟ้าแบบในการ์ตูนญี่ปุ่น แล้วมีต่อยกัน ของคนอื่นอาจจะจีบกัน เอาข้าวกล่องมาให้ แต่ผมต่อยกันอยู่ (หัวเราะ)

บูม: ของผมอยากได้อะไรที่มีเอเลียน แนวไซไฟ ยิงกัน ต่อสู้กัน โลกแตก อารมณ์แบบ Neon Genesis Evangelion

สังเกตว่าทุกคนชอบเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องความรักเลย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องมิตรภาพ ชีวิตประจำวัน แล้วในเพลงใหม่ของเรา Single Player รวมถึงเพลงอื่นที่ผ่านมาเล่ามุมของความรักไหม

โบ๊ท: แมตช์ได้หมดนะ Single Player ก็แมตช์ได้ ชีวิตจริงแต่ละคนมีอุปสรรคที่ต้องสู้ด้วยตัวเองไม่เหมือนกัน แล้วแต่โจทย์ชีวิต คุณคือ Single Player ของเกมชีวิตคุณ

คีตะ: ใจความหลักของ Single Player มาจากที่ผมรู้สึกว่า บางเรื่องเราจำเป็นจะต้องผ่านมันไปด้วยตัวคนเดียว เป็นปัญหาส่วนตัวบางอย่างที่เราต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ อาจจะเป็นในแง่ของปัญหาด้านการเติบโตทางความคิด การลงมือทำอะไรสักอย่าง หรือการก้าวข้ามอะไรบางอย่าง 

ผมอยากหยิบประเด็นตอนนั้นมาเล่า คือสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องผ่านไปด้วยตัวเอง เป็นปัญหาที่ไม่มีใครช่วยได้ แต่ก็จะมีการพูดถึงว่า เราต้องผ่านมันไปเองจริงๆ แต่ว่าลึกๆ เราก็อยากจะผ่านมันไปด้วยกันกับใครสักคน ผมเลยคิดว่า อย่างน้อยคนที่เจออะไรแบบนี้ อยากให้เพลงนี้พาเขาผ่านไปด้วยกัน อย่างน้อยเขามีเพลงนี้ที่ทำให้รู้สึกว่า มันมีอะไรที่เข้าใจเขา

มันเหมือนเพลงเพื่อชีวิตเหมือนกันนะ ท่อนฮุกคือการระบายว่าเรายังไปไม่ถึงสิ่งที่เราต้องการสักที เหมือนเป็นการเล่นกับการที่คนยุคนี้ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น จากการที่เราเล่นโซเชียลฯ ทุกวัน เห็นคนอื่นเขาไปไกลแล้ว เห็นเพื่อนเราไปไกล แต่ตัวเราเองยังไปไม่ถึงสักที มีแต่ฉันที่อยู่ตรงนี้ เป็นอย่างนี้ทุกที มันเป็นความอัดอั้นเล็กๆ ของคนคนหนึ่ง มันจะมีจุดหนึ่งที่คนเราจะเหนื่อย แล้วคิดว่าทำไมยังไปไม่ได้สักที 

ส่วนเรื่องความรักมันก็มีการเอ่ยถึง แต่เป็นการเพิ่มเข้าไปทีหลังว่า อยากให้มีสักคนหนึ่งอยู่ตรงนี้เคียงข้างกันสักที เพื่อให้มันเข้าถึงคนได้ง่ายขึ้นอีกนิดหน่อย

ต่อ: แต่จริงๆ เราก็พยายามจะทำเรื่องที่เกี่ยวกับความรัก เพราะผมรู้สึกว่าสุดท้ายแล้วมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวคนที่สุดแล้ว ทุกคนต้องเคยผ่านมาอยู่แล้ว ก็แล้วแต่ว่าเราจะนำเสนอในมุมมองไหนมากกว่า

สุดท้ายนี้ อยากให้คนจดจำวงเราอย่างไร

บูม: ผมอยากให้รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อน เป็นพี่ เวลาเราต้องการที่พึ่ง เราแค่เปิดมาฟัง แต่ไม่ใช่เพื่อนที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ในชีวิตหนึ่งมันจะมีเพื่อนบางคนที่ 1 ปีเจอกันที แต่พอเจอแล้วจะเหมือนเราเจอกันตลอด อยากให้เป็นเพื่อนคนนั้น

คีตะ: เหมือนพี่บูม ถ้าเพิ่มเติม ผมน่าจะอยากให้เป็นวงที่ไม่เหมือนใครแล้วกัน มีความยูนีก น่าจะเป็นกรณีศึกษาแบบ “น่าหยิบวงนี้ไปเล่นรอบโลกสักที” อะไรประมาณนั้น

ต่อ: อยากให้จดจำแบบที่เราตั้งชื่อวงนี่แหละ ให้รู้สึกว่ายังมีเพื่อนเป็นห่วงอยู่ คอยถามว่า โอเคไหม เหมือนมีคนถามตลอด ผมอยากให้รู้ว่า ถ้าเหงาหรือท้อแท้ก็มาฟังเพลงเรา หันมามองเราได้ เราอยู่ตรงนี้

โบ๊ท: เป็นวงที่ต้องระวังตัวไว้ ระวังตัวไว้นะพวกนาย ระวังจะตกหลุมรักพวกเรา! อยากยูนีกให้มากพอ และอยากเป็นอะไรที่เป็นหนึ่งเดียว จบแล้วภาพตัดไป ร้องไห้แบบอนิเมะ

Fact Box

สามารถฟังเพลงของ NINEOKMAI ผ่านสตรีมมิงทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Apple Music, Spotify และ YouTube และติดตามได้ทาง Instagram/ Facebook: NINEOKMAI

Tags: , , , , , , , , , , , ,