คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่า เหตุใดบางครั้งคนที่ทำงานเก่ง โดดเด่นเกินหน้าเกินตา หรือมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มักถูกหมั่นไส้ ถูกเพ่งเล็ง ถูกนินทา แทนที่จะได้รับการสนับสนุนหรือชื่นชม ไม่เว้นแม้แต่ดารา ศิลปิน หรือบุคคลสาธารณะที่ประสบความสำเร็จหรือมีชื่อเสียง ยิ่งพวกเขาโด่งดังมากเท่าใด ก็ยิ่งตกเป็นเป้าถูกจับผิดมากเท่านั้น ราวกับว่าสังคมพร้อมที่จะฉุดรั้งคนเก่งหรือคนที่ประสบความสำเร็จลงมาเหยียบย่ำเสมอหากมีโอกาส ซึ่งในทางสังคมวิทยาและจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘Tall Poppy Syndrome’ หรือปรากฏการณ์ดอกป็อปปีที่สูงเกินไป
คำว่า ‘Tall Poppy’ เป็นสำนวนที่มีมานานตั้งแต่ยุคโรมันโบราณ ตำนานเล่าว่า กษัตริย์ทาร์ควิน (Tarquin the Proud) มักจะใช้ดาบตัดต้นป็อปปีที่สูงขึ้นล้ำต้นอื่นทุกครั้ง เวลาที่พระองค์เข้าไปเยี่ยมชมสวนดอกไม้ พร้อมตรัสกับพระโอรสว่า “เมื่อใดที่ผู้คนยกตนเองสูงส่งเกินไป มักจะถูกโค่นล้มลงมา” กล่าวคือ ใครก็ตามที่โดดเด่นและพุ่งทะยานเหนือคนอื่น มักจะจบลงที่การถูกดึงให้กลับลงมาเท่ากันหรือต่ำกว่า ซึ่งถึงแม้จะผ่านยุคโรมันมากว่าพันปีแล้ว แต่เรายังคงเห็นดอกป็อปปีเกิดใหม่ถูกเหยียบย่ำและตัดทิ้งอยู่เสมอ
Tall Poppy Syndrome คือพฤติกรรมหรือรูปแบบทางสังคมที่มักกีดกัน เพิกเฉย หรือปฏิเสธคนที่เก่ง โดดเด่น หรือประสบความสำเร็จมากกว่าตัวเอง มักเกิดจากความอิจฉาริษยา อคติทางเพศ การเหยียดเชื้อชาติ ความรู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจ หรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันทางสังคมสูง ซึ่งกระตุ้นให้ผู้คนรู้สึกว่าต้องเหยียบย่ำผู้อื่นเพื่อรักษาที่ยืนของตนเอง ส่งผลให้ผู้ถูกกระทำสูญเสียความเคารพในตัวเอง (Self-respect) เกิดความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า ไปจนถึงรู้สึกหมดไฟ (Burnout) ในการทำงาน จนสุดท้ายก็ต้องยอมลดศักยภาพของตนเอง เพื่อให้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้
ข้อมูลจากการศึกษางานวิจัยหลายชิ้นยืนยันความรุนแรงของปรากฏการณ์นี้ โดยงานวิจัย Tall Poppy Syndrome: Implications for entrepreneurship in New Zealand ที่สำรวจปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome จากนักธุรกิจจำนวน 40 คน พบว่า นักธุรกิจส่วนใหญ่เคยพบเจอปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome ด้วยตัวเอง พวกเขาจึงมักเก็บตัวเงียบๆ และไม่โอ้อวดหรือบอกใครว่าตัวเองกำลังทำธุรกิจอะไร เนื่องจากนิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ประกอบการธุรกิจจำนวนมาก วัฒนธรรมการแข่งขันในแวดวงธุรกิจจึงค่อนข้างดุเดือด
นอกจากนี้ สิ่งที่แย่ไปกว่าการไม่ยอมรับคนเก่ง คือการไม่ยอมรับคนโดดเด่นที่ท้าทายอคติทางเพศ ซึ่งจะขับเน้นให้ปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome รุนแรงมากขึ้น โดยในงานวิจัยระดับนานาชาติจาก Women of Influence ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงวัยทำงาน 4,710 คนใน 103 ประเทศพบว่า ผู้หญิงกว่า 86.8% เคยเผชิญกับปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome ในที่ทำงาน พวกเธอถูกบั่นทอน โจมตี หรือไม่ชอบหน้า เพียงเพราะทำผลงานได้ดีกว่าคนอื่น
อีกทั้งงานวิจัยดังกล่าวยังพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า กลุ่มคนที่มักลงมือบั่นทอนความรู้สึกจะเป็นหัวหน้าผู้ชายที่เห็นใครเก่งกว่าไม่ได้ หรือไม่ก็เป็นเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่ชอบขัดแข้งขัดขากันเอง ส่งผลให้ผู้ที่ถูกกระทำได้รับผลกระทบทางจิตใจเป็นอย่างมาก โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 85.6% รายงานว่า มีความเครียดเพิ่มขึ้น ขณะที่อีก 66.2% รู้สึกสูญเสียความมั่นใจในตนเอง จนนำไปสู่การตัดสินใจลาออกที่สูงถึง 67.8% เนื่องจากคนที่เผชิญปัญหาดังกล่าวกว่า 75% ยอมรับว่า ปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถลบล้างวัฒนธรรมการชอบเตะตัดขาคนเก่งออกไปจากสังคมได้ แต่สิ่งที่เริ่มทำได้คือ การสร้างเกราะป้องกันทางจิตใจที่แข็งแรงให้กับตัวเอง หากวันนี้คุณเป็นดอกป็อปปีที่กำลังเติบโต จงเบ่งบานในแบบของตัวเองต่อไป รักษาความพยายามและภาคภูมิใจที่ตัวเองมีครอบครัว เพื่อนฝูง และคนรอบข้างที่ดี คอยบ่มเพาะพรวนดินให้เราเติบโตมาอย่างงดงาม อย่าปล่อยให้ตัวเองเหี่ยวเฉาหรือโรยรา เพียงเพราะความเกลียดชังของคนอื่น
ที่มา:
– https://www.medicalnewstoday.com/articles/tall-poppy-syndrome#examples
– https://www.womenofinfluence.ca/2023/03/01/tps-press-release/
Tags: Psychology, Knowledge, Wisdom, Social Phenomenon, Tall Poppy Syndrome, Toxic Workplace




