วันนี้ (23 กรกฎาคม 2569) ในการประชุมกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วทันยา บุนนาค กรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอนหนึ่งถึงโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์ราชการของกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ บริเวณถนนเจริญนคร เขตคลองสาน ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาว่า งบประมาณก่อสร้างศูนย์ราชการใหม่ของกระทรวงมหาดไทย มีการตั้งงบประมาณตั้งแต่ปี 2563 แต่ไส้ในงบขอขยับมาโดยตลอด ตอนนี้โครงการเป็นงบผูกพัน 11 ปี จนถึงวันนี้มีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย

ทั้งนี้ แม้ระยะที่ 1 ยังไม่เสร็จ กลับมีการตั้งงบประมาณตั้งโครงการระยะที่ 2 ขึ้นมาอีก โดยงบประมาณ 2 ระยะรวมกันมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท 

“แต่ว่าเราจะเห็นได้ว่า งบประมาณ 2570 ตั้งเพียง 209 ล้านบาท แต่งบทั้งหมด ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 อีกอย่างละ 2,000 กว่าล้าน รวมเกือบ 5,000 ล้านบาท จะถูกผลักในปีถัดๆ ไป และไปโป่งในช่วงปี 2571-2572” วทันยาระบุ

วทันยากล่าวต่ออีกว่า ความคืบหน้างานระยะที่ 1 ที่มีปัญหาก่อนหน้านี้ ทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ล้วนต้องเข้ามาตรวจสอบ เพราะพบผู้รับเหมามีปัญหา สำหรับเรื่องนี้ ต้องถามไปยังกระทรวงมหาดไทยว่า ถ้าผู้รับเหมามีปัญหาจนต้องบอกเลิกสัญญา กระทรวงมหาดไทยจะทำอย่างไร จะประมาณการค่าปรับ ค่าเสียหาย ต้นทุนประกวดราคาใหม่จะทำอย่างไร มีแผนการหรือไม่

“หรืออย่างในส่วนของงานระยะที่ 2 ที่ตอนนี้เบิกจ่ายค่าควบคุมงานเพียง 6 แสนบาท จากงบที่ตั้งไว้ 105 ล้านบาท ชดเชยงบที่พักไปก่อนหน้านี้ แสดงว่างบระยะที่ 2 ก็มีปัญหา น่าจะลงนามในสัญญาไม่ทันอีก ถ้าตอนนี้งบระยะที่ 1 ก็มีปัญหา ล่าช้าจนกลายเป็นโครงการ 11 ปีก็ไม่จบ ลงงานระยะที่ 2 ก็มีปัญหาอีก ทำไมจึงลงนามก่อสร้างในระยะที่ 2 ทั้งที่ระยะที่ 1 ยังไม่เรียบร้อยเลย”

ด้าน อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เรื่องการก่อสร้างศูนย์ราชการใหม่ของกระทรวงมหาดไทยดำเนินการเรื่องนี้ยาวนานถึง 11 ปี ทว่าตอนนี้ดำเนินการได้เพียง 34.1% 

“ปัญหาของประเทศเราอยู่ตรงนี้ ใครก็ตามที่ประมูลราคาต่ำสุดก็ต้องได้ไป เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้อย่างนั้น พอฟันราคา โครงการนี้ถูกฟันราคากว่า 500 ล้านบาท ก็ต้องประกาศผู้ชนะ เราก็พยายามควบคุมโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ตอนแรกก็ดี ค่าแตกต่างระหว่างทางกับการดำเนินการตามขั้นตอนดีมาก 

“จนกระทั่งตอนหลัง เริ่มพบว่าขาดสภาพคล่องต้องประมูลโครงการอื่นเพื่อเอาเงินประกันล่วงหน้ามาโปะ คือมันเป็นอย่างนี้เป็นวัวพันหางไปเรื่อยๆ”

ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแก้ไข โดยให้ผู้ควบคุมงานกำกับผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามแผนงานก่อสร้างไปแล้ว ขณะเดียวกัน ผู้รับจ้างได้ขอเพิ่มวงเงินจากธนาคารกรุงไทยไป 900 ล้านบาท ซึ่งหากธนาคารกรุงไทยไม่สามารถอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมได้ ผู้รับจ้างก็ต้องจ่ายค่าปรับตามสัญญา และกระทรวงมหาดไทยก็ต้องยกเลิกสัญญา

อรรษิษฐ์ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ การมีศูนย์ราชการแห่งใหม่ของกระทรวงมหาดไทยเกิดจากหลักการที่ดี โดยนำกรมที่ดิน กรมการพัฒนาชุมชน ที่เช่าอยู่ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กลับมาอยู่ด้วยกันให้หมดในที่เดียวกัน แต่เมื่อถูกฟันราคา ผู้รับจ้างไม่มีศักยภาพก็มีปัญหา อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยพยายามแก้ปัญหาอย่างดีที่สุด

สำหรับโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ มีบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง ด้วยวงเงินตามสัญญา 5,574 พันล้านบาท ขณะที่ที่ปรึกษาควบคุมงานคือ บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) วงเงิน 142 ล้านบาท โดยกระทรวงมหาดไทยวางแผนหาที่ตั้งใหม่ตั้งแต่ปี 2560 เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2563 ทว่ายังคืบหน้าเพียง 34% เท่านั้น

Tags: ,