วันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) ที่อาคารรัฐสภา ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพียงพนอ บุญกล่ำ กรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สัดส่วนพรรคประชาชน อภิปรายตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ไม่ได้เห็นในการจัดทำงบประมาณที่เน้นเรื่องผลิตภาพ คุณภาพ และความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ โดยหากติดตามเรื่อง ‘ผลผลิตต่อไร่’ ของไทย โดยเฉพาะข้าว เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม อินเดีย หรือไทย ยังมีผลผลิตต่ำกว่า ทว่าไม่ได้เห็นการใช้งบประมาณ หรือแผนเรื่องการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ไม่ได้เห็น หรือไปไม่ถึงหน่วยงานเหล่านั้นไม่ทราบ ไม่ทราบว่าถ้าวัดกันที่จำนวนไร่ จะไม่ได้คำตอบว่าจะดีขึ้นอย่างไร
ขณะเดียวกัน เมื่อพูดถึงการเกษตรแปรรูป ก็ยังไม่ได้เห็นเช่นเดียวกันว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร และงบประมาณจะไปถึงตรงนั้นได้อย่างไร นอกจากนี้ยังพบว่า ภาพรวมการทำงานระหว่างกรมวิชาการเกษตรกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ก็มีภารกิจที่ไม่ต่างกัน จะเขียนภารกิจให้เหมือนหรือต่างกันก็ได้
นอกจากนี้ เพียงพนอยังอภิปรายงบการเงินฯ ของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยระบุว่า ในรายงานของผู้สอบบัญชีที่จัดทำโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบว่า งบการเงินที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 นั้น สตง.ไม่สามารถรับรองงบการเงินได้ด้วยซ้ำ เพราะมีรายการที่ไม่สามารถหาหลักฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสมอย่างเพียงพอ
“ไม่ได้บอกว่าเกิดการทุจริต รั่วไหล แต่งบการเงินซึ่งไม่สามารถหาหลักฐานที่มาที่ไป ก็มีปัญหาอยู่ในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูกหนี้เกษตรกร ซึ่ง สตง.บอกว่า ตรวจสอบหลักฐานได้แค่ 700 ล้าน แต่ที่เหลือ 7,000 กว่าล้าน หาเอกสาร หลักฐานไม่เจอ รวมรายการอื่นๆ
“สิ่งที่ดิฉันไม่แน่ใจคือ เรามักได้ยินว่าข้าราชการกลัวมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญามาก จะบอกว่า ถ้าเป็นภาคเอกชน หน่วยงานนี้อยู่ยาก ถ้าเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ งบการเงินแบบนี้ต้องถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ ไม่ทราบว่าท่านจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ท่านอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องในอดีต ต่อเนื่องกันมา แต่งบที่เชื่อถือไม่ได้ เราจะตรวจสอบได้อย่างไรว่า นี่คือการทำงานที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล ถ้าเราเข้าใจคำว่าโปร่งใสมีธรรมาภิบาลจริง การที่มีงบหน้าตาแบบนี้ ไม่รู้ว่าใช้เงินอย่างไร ไม่รู้ว่าลูกหนี้มีจริงหรือเปล่า ไม่รู้ว่าจ่ายเงินรับเงินจริงหรือเปล่า อันนี้คือปัญหาใหญ่และตัวเลขไม่ใช่น้อยๆ”
เพียงพนอยังระบุอีกด้วยว่า ต้องฝากสำนักงบประมาณไปดูตัวเลขค่าใช้สอย เช่น การจ้างเหมาบริการ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งแต่ละปีรวมแล้วยอดไม่ต่ำกว่า 70-80 ล้านบาท
“ถ้าเปรียบกับประชาชนมีหนี้ครัวเรือนเยอะ เป็นหนี้ครัวเรือนเพื่อการบริโภค ไม่ใช่การลงทุน ไม่ใช่การซื้อทรัพย์สินเพื่อประกอบอาชีพ งบแบบนี้ก็หน้าตาคล้ายๆ กัน หน่วยราชการของเราจำนวนมากที่ใช้งบประมาณไปกับการบริโภคเช่นเดียวกัน แปลว่าเราเสียงบประมาณแผ่นดินไปกับงบของการบริหาร ไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานท่าน แต่สังเกตมาระยะหนึ่งแล้ว แต่บังเอิญท่านแจ็กพอต คำถามคือ เราจะเรียกว่านี่คือการใช้งบอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ถ้างบจำนวนมากยังถูกจัดสรรไปอย่างนี้ รวมๆ แล้ว เผลอๆ อาจได้งบลงทุนเพิ่มขึ้น ได้งบที่ใช้ในทางยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้น”
เพียงพนอยังระบุด้วยว่า หลังจากนี้ การใช้งบประมาณควรต้องมี KPI อีกแบบ ในการวัดคุ้มค่าเรื่องการใช้งบประมาณ งบเรื่องการบริหาร งบเพื่อการประชาสัมพันธ์ควรต้องลดลง และหลังจากนี้ อยากให้มีการทบทวน นำงบบริหารมาใช้เป็นงบยุทธศาสตร์ งบลงทุน ให้เกิดความคุ้มค่า และเกิดประโยชน์จริง
ด้าน ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สตง.เองก็รายงานในรายการงบการเงินฯ ระบุว่า เงิน 7,000 ล้านบาท ไม่สามารถหาที่มาได้ ทั้งนี้สะท้อนว่า งบการเงินของหน่วยงานนี้มีปัญหา และกองทุนฟื้นฟูฯ ก็ถือเป็นหน่วยงานที่มีอิทธิพล นักการเมืองไม่กล้าเบรกตรงนี้ เพราะเดี๋ยวก็มีปัญหาอีก
“แต่ผมเรียนว่าวันนี้ต้องแขวน ไม่อย่างนั้นกรรมาธิการงบประมาณจะพิจารณาเพื่ออะไร หน่วยงานนั้นๆ เละเทะขนาดนี้ แล้วยังจะให้เงินไปทำ กรรมาธิการงบประมาณจะพิจารณาให้หรือ ผมคนหนึ่งไม่พิจารณา แล้วผมถามว่า กรรมาธิการงบประมาณมีไว้ทำอะไร สตง.ดำเนินการแล้ว แต่ก็ไม่มีการแจ้งความ ไม่มีการดำเนินการ เพราะถือว่านี่ผิด ผมเรียนว่างบประมาณหน่วยงานนี้ต้องแขวน ซึ่งก็เท่ากับช่วยรัฐมนตรีไปด้วย เพราะโดยปกติ นักการเมืองไม่มีใครกล้าหรอก แต่กรรมาธิการทำได้ ถ้าไม่ทำ ผมถือว่ากรรมาธิการบกพร่อง
“เพราะขนาด สตง.ชี้อย่างนี้ ถ้าปล่อยให้ผ่านไปก็มีปัญหา ฉะนั้นต้องแขวนงบประมาณไว้ก่อน ถ้าให้ไม่ได้ ก็เท่ากับเราเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้อง ปล่อยไปได้อย่างไรเงินขนาดนี้ แล้วเอาเกษตรกรมาแขวนเป็นตัวประกัน”
ชาดาระบุด้วยว่า ต้องหาคนผิดให้ได้ว่าเงินของรัฐเอาไปทำอะไร ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็แขวนไว้ก่อน
Tags: เพียงพนอ




