ในช่วงปี 2568 คงเป็นช่วงเวลาที่คนไทยจำนวนไม่น้อยรู้สึกเศร้าสลดต่อการจากไปของผู้คนจากเหตุแผ่นดินไหว ขณะเดียวกันก็รู้สึก ‘อาย’ ที่ตึกของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำให้ภาพลักษณ์ของไทยดูแย่ในสายตาของชาวโลก

เพราะประเทศไทยเพิ่งถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 116 ของประกาศดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 โดยได้คะแนนอยู่ที่ 33/ 100 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งมีคะแนนอยู่ที่ 42 คะแนน แพ้ประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และลาว 

จากการตรวจสอบสาเหตุอาคาร สตง.ถล่มพบว่า มาจากความบกพร่องของโครงสร้างและกระบวนการก่อสร้างหลายจุด ตั้งแต่ผนังรับแรงเฉือนได้ต่ำกว่าเกณฑ์ แบบก่อสร้างไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไปจนถึงระยะเหล็กบริเวณจุดต่อ Link Beam กับผนังรับแรงเฉือนที่น้อยกว่ากฎหมายกำหนด นอกจากนี้ เหล็กข้ออ้อยแบรนด์ SKY ของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ยังพบว่าไม่ผ่านมาตรฐาน

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากประเทศไทยจะได้รับดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เมื่อดูจากสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการที่บริษัทที่ถูกตรวจพบว่า เหล็กบางรายการไม่ได้มาตรฐานอย่างบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ สามารถกลับมาเปิดกิจการได้ แม้พบว่าเหล็กของบริษัทดังกล่าวเป็นส่วนประกอบของอาคาร สตง.ที่พังถล่มราบเป็นหน้ากลอง 

หรือแท้จริงแล้ว ในสายตาประชาชนที่มองว่าไร้มาตรฐาน อาจจะยังไร้มาตรฐานไม่มากพอในสายตาของภาครัฐ อาจจะต้องเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่า ยิ่งใหญ่กว่า และเกิดการสูญเสียมากกว่า สตง.หรือไม่ ภาครัฐจึงจะทำอะไรสักอย่างอย่างจริงจัง เพื่อจัดการกับความไร้มาตรฐานเสียที

ซิน เคอ หยวน คือใคร

บริษัท ซิน เคอ หยวนฯ เป็นผู้ผลิตเหล็กข้ออ้อยหรือเหล็กเส้นกลมหลายขนาดและหลายชั้นคุณภาพสำหรับใช้เสริมคอนกรีต ที่ตั้งโรงงานอยู่ที่ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง บนพื้นที่ราว 134.5 ไร่ ข้อมูลเปิดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ข้อมูลว่า บริษัทนี้มีทุนจดทะเบียน 1,530 ล้านบาท ซึ่งสวนทางกับที่บริษัทระบุไว้ที่หน้าเว็บไซต์ของตัวเองว่า ทุนจดทะเบียนคือ 1.53 ล้านบาท

บนเว็บไซต์ของบริษัทยังมีการกล่าวโปรยสรรพคุณของตัวเองว่า บริษัทก่อสร้างโรงงานพร้อมนำเครื่องจักรที่ทันสมัยต่อการผลิต ซึ่งประกอบด้วย เครื่องอบเหล็กที่มีกำลังการผลิต 4,100 ตันต่อวัน โดยมีการส่งเหล็กแท่งที่ผ่านการอบแล้วไปยังเครื่องรีดเหล็กที่มีประสิทธิภาพ แบ่งการผลิตเหล็กข้ออ้อยออกเป็น 2 สายการผลิต ซึ่งทำให้ผลิตเหล็ก 2 ขนาดได้พร้อมกัน ขณะเดียวกันยังระบุว่า เครื่องรีดเหล็กยังสามารถเปลี่ยนลูกรีดเหล็กตามขนาดที่ลูกค้าต้องการได้ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถกลับมาผลิตใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ส่วนเตียงพักเหล็กเส้นของบริษัทมีความยาว 78 เมตร ทำให้เหล็กข้ออ้อยเหลือปลายเศษเหล็กน้อยลง และทำให้ผลผลิตเหล็กเส้นเต็มมากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทนี้ไม่ได้เป็นของคนไทย เพราะมีผู้ถือหุ้นสัญชาติจีนถือหุ้นรวมร้อยละ 80 โดย เจี้ยนฉี เฉิน (Jianqi Chen) ถือหุ้นใหญ่สุดร้อยละ 64.91 รองลงมาก็มีทั้งคนไทยคนจีนสลับกัน ทั้งนี้ ที่คนจีนสามารถผลิตเหล็กขายในไทยได้ เพราะไม่ได้เป็นอาชีพที่สงวนไว้ให้คนไทยเท่านั้น

นอกจากนี้ หากดูผลประกอบการของบริษัทพบว่า มีรายได้หลักระดับหมื่นล้านบาทในช่วงปี 2566-2567 แต่ในปี 2568 รายได้ลดลงต่ำลิ่วเหลือ 360.33 ล้านบาทเท่านั้น

มากมายเหตุการณ์ให้ตั้งคำถามเรื่อง ‘มาตรฐาน’

หากอ้างอิงจากเว็บไซต์ของบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ ก็นับว่าผลิตภัณฑ์จากบริษัทนี้มีมาตรฐานสูง เพราะได้รับใบอนุญาตผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ทั้งเหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย หลายขนาดและหลายชั้นคุณภาพ ผ่านทั้งมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่หมายความว่า บริษัทมีการบริหารงานที่มีคุณภาพในระดับสากล ทั้งการดำเนินงาน การควบคุม และการส่งมอบสินค้าหรือบริการแก่ลูกค้า

แต่เอาเข้าจริงๆ บริษัทนี้มีเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความไร้มาตรฐาน ตั้งแต่การบริหารจัดการความปลอดภัยในโรงงานและการผลิตอยู่หลายครั้ง

ย้อนกลับไปต้นปี 2567 บริษัทในกลุ่มเดียวกันอย่างบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลตาสิทธิ์ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เกิดเหตุเครนถล่มใส่คนงาน ทำให้เสียชีวิต 7 คน เหตุการณ์ในครั้งนั้น คนงานยังต้องออกมาประท้วงเรียกร้องให้บริษัทจ่ายเงินเยียวยาให้ และให้รับประกันว่าจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดเหตุการณ์บาดเจ็บหรือเสียชีวิตขณะทำงาน

ต่อมา ปลายปีก็เกิดเหตุขึ้นอีกที่บริษัท ซิน เคอ หยวนฯ ที่ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เพราะเกิดเหตุรั่วไหลและระเบิดของถังก๊าซ LPG จนเกิดเพลิงไหม้ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

ที่น่าตกใจคือ ไม่ใช่แค่ระบบการทำงานภายในบริษัทที่น่าตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัย แต่การผลิตก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง หลังจากพบว่า บริษัทไปซื้อวัตถุดิบจากผู้ค้าที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับบริษัท ซึ่งเป็นการละเมิดเกณฑ์ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สิ่งที่พบตามมาติดๆ คือ บริษัทนี้ยังไม่มีเกณฑ์ตัดสินความสามารถของผู้ขายวัตถุดิบ ไปจนถึงเกณฑ์การตัดสินทางเคมีให้เป็นไปตามมาตรฐานของ มอก.ด้วยซ้ำ

จึงเป็นเหตุผลว่า เหตุใดเมื่อมีการนำเอาตัวอย่างเหล็กข้ออ้อยไปตรวจคุณภาพ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจึงกลายเป็น ‘เหล็กตกเกณฑ์’ กลายเป็นเหล็กที่มีธาตุโบรอนทำให้เหล็กมีความเปราะและความเหนียวลดลง

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะมีรายงานว่า บริษัทซิน เคอ หยวน สตีลฯ ไม่ได้ปฏิบัติตามที่ตนเองระบุเอาไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากไม่พบเตาปรุงน้ำเหล็กตามที่ระบุเอาไว้ใน EIA นอกจากนี้ หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา จนเป็นเหตุให้อาคาร สตง.ซึ่งใช้เหล็กของบริษัทพังถล่ม ผลตรวจเหล็กบางตัวจากบริษัทก็ยังพบว่าไม่ผ่านมาตรฐาน อีกทั้งยังพบฝุ่นแดงซึ่งเป็นวัตถุอันตรายประเภท 3 ในปริมาณที่มากกว่าที่บริษัทแจ้งเอาไว้กับหน่วยงานภาครัฐหลายเท่า

มาตรฐานแย่สักเท่าไร ก็ยังแย่ไม่พอในสายตารัฐ

แม้หน่วยงานของรัฐจะเข้าไปตรวจสอบบริษัทหลายครั้ง และพบความผิดปกติหลายประการ ตั้งแต่การบริหารจัดการภายในที่ไม่มีความปลอดภัย จนเป็นเหตุให้มีคนบาดเจ็บล้มตาย ความไร้มาตรฐานในการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ไปจนถึงสิ่งที่ร้ายแรงในฐานะเป็นบริษัทผู้ผลิตเหล็กคือ การพบเหล็กไม่ได้มาตรฐาน

แต่สิ่งที่ภาครัฐทำในช่วงแรกคือ การตักเตือนและให้บริษัทกลับไปแก้ไขกระบวนการผลิตภายในระยะเวลา 30 วัน ส่วนผลการดำเนินคดีก็ยังไม่ปรากฏบทสรุปที่ชัดเจนต่อสาธารณะ เพราะถึงแม้ว่าหลังจากเดดไลน์ 30 วัน กระทรวงอุตสาหกรรมเข้าไปตรวจภายในบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ อีกครั้งยัง พบว่าไม่มีการปรับปรุงให้ตรงตามมาตรฐานพอให้กลับมาประกอบกิจการใหม่ กลับมีเพียงคำสั่งให้ขยายเวลาการหยุดประกอบกิจการไปเรื่อยๆ

กระนั้น ถึงกระบวนการผลิตจะน่าสงสัย จนกระทั่งพบหลักฐานที่เป็นประจักษ์แล้วว่า เหล็กของบริษัทแห่งนี้มีปัญหาเรื่องมาตรฐาน แต่เหล็กจากบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ ยังได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขนาดใหญ่อย่างโครงการก่อสร้างอาคาร สตง.ที่เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 ก่อนที่จะพังถล่มลงมาทั้งหลังในวันที่ 28 มีนาคม 2568 จากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา ขนาด 7.7 แมกนิจูด ซึ่งมีจุดศูนย์กลางห่างจากกรุงเทพฯ มากกว่า 1,000 กิโลเมตร

อย่างที่ทราบกันดีว่า หลังจากเหตุแผ่นดินไหว บริษัทนี้ก็ถูกตรวจสอบอีกครั้ง และผลลัพธ์ก็ไม่ได้แตกต่างจากสิ่งที่เคยพบมาก่อนหน้านั้นนานหลายปี นั่นก็คือเหล็กแบรนด์ SKY ของบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ บางรายการไม่ผ่านมาตรฐาน ทว่าการลงโทษบริษัทก็ไม่ได้หนักหนา มีเพียงการเพิกถอนสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ชั่วคราว และมีเพียงการส่งสัญญาณออกมาจากกระทรวงอุตสาหกรรมว่า จะส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการ

แต่สุดท้าย กรมโรงงานอุตสาหกรรม ภายใต้การกำกับของ อก.ก็อนุญาตให้บริษัท ซิน เคอ หยวนฯ กลับมาเปิดกิจการผลิตเหล็กอีกครั้ง เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 โดยให้เหตุผลว่า หลังจากที่บริษัทนี้เกิดเหตุเพลิงไหม้ในเดือนธันวาคม 2567 บริษัทก็มีการปรับปรุงแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริษัทยังปรับปรุงระบบบำบัดมลพิษให้เป็นไปตามมาตรฐานแล้ว

ด้าน วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงในรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ว่า การอนุญาตเปิด-ปิดบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมตามกฎหมายโรงงาน พ.ศ. 2535 และการที่โรงงานกลับมาเปิดได้อีกครั้ง เพราะมีการปรับปรุงตามคำสั่งของกระทรวง ในเรื่องของฝุ่นและคุณภาพเหล็กในการผลิต 

เพียงแค่การปรับปรุงโรงงานตามคำสั่งของหน่วยงานภาครัฐ บริษัทที่มีปัญหาเรื่องมาตรฐาน ก็กลับกลายมามีมาตรฐานไปโดยปริยาย สิ่งนี้อาจกำลังสะท้อนว่า คำว่า ‘แย่’ ในสายตาของประชาชน อาจจะยัง ‘แย่ไม่พอ’ ในสายตาภาครัฐ

หากว่าการพังถล่มของอาคาร สตง.ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้บริษัทได้รับโทษใดๆ และยังกลับมาเปิดกิจการได้ ก็น่าตั้งคำถามว่า แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องยิ่งใหญ่ขนาดไหน จึงจะทำให้ภาครัฐคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องเอาจริงเอาจังกับความไร้มาตรฐานของเอกชน

หรือจะต้องรอให้โครงสร้างของอาคารใหญ่ๆ ทั้งหมดที่ใช้เหล็กของบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ พังครืนลงมาทั้งประเทศก่อน ภาครัฐจึงจะทำอะไรสักอย่าง แต่ก็ขออย่าให้เกิดเหตุการณ์นั้นเลย

Tags: ,