4 ธันวาคม 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในเวลานั้น ปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ (ครม.) เป็น ครม. ‘ประยุทธ์ 5’ โดยเสริมทีมเศรษฐกิจให้แข็งแรงขึ้น ครม.ชุดใหม่นัดกันถ่ายภาพหมู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าตามธรรมเนียมก่อนเริ่มการประชุม ครม.นัดแรก
อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอรัฐมนตรีเดินเข้ามายังพื้นที่ที่จัดไว้ถ่ายภาพ แสงแดดส่องมายัง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น ทำให้พลเอกประวิตรต้องยกแขนขึ้นมาบังแดด เผยให้เห็นนาฬิกาหรูยี่ห้อ Richard Mille รุ่น RM 029 ซึ่งมีราคาสูงกว่า 3.6 ล้านบาท
จากนั้น Facebook เพจ CSI LA รวบรวมภาพถ่ายนาฬิกาของพลเอกประวิตรในแฟ้มภาพตามงานต่างๆ ทั้งที่เป็นและไม่เป็นทางการ ยังพบนาฬิกาหรูอีกหลายเรือน ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Rolex ราว 11 เรือน ไม่ซ้ำรุ่น, Patek Philippe 8 เรือน, Audemars Piguet และ A. Lange & Söhne ราคารวมกันไม่ต่ำกว่า 39 ล้านบาท ปัญหาก็คือ ทั้งหมดนี้ พลเอกประวิตรไม่ได้แจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินขณะเข้ารับตำแหน่งใน ครม.
ในอดีต รัฐมนตรีและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายคนที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิด ต้องพ้นจากตำแหน่ง ถูกตัดสิทธิมานาน เพราะการปกปิดบัญชีทรัพย์สินและแจ้งที่มาทรัพย์สินไม่ได้นั้น ถือเป็นเรื่องร้ายแรง
กระนั้นเอง เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับพลเอกประวิตร ซึ่งทุกคนรู้กันว่าเป็น ‘พี่ใหญ่’ ของคณะรัฐประหาร กุมอำนาจทางการเมือง และมีคอนเนกชันกว้างขวาง เป็นเสาหลักของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ในเวลาต่อมา พลเอกประวิตรชี้แจงว่า นาฬิกาทั้งหมดเป็นการหยิบยืมจาก ปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนนักธุรกิจผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งตามกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน และเมื่อเรื่องไปถึงการพิจารณาของ ป.ป.ช. ซึ่งได้รับการสรรหาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ คสช.เป็นผู้แต่งตั้งอีกที เรื่องทั้งหมดก็จางหายไปอย่างรวดเร็วในชั้น ป.ป.ช. ซึ่งมีมติ 5 ต่อ 3 ตีตกเรื่องนี้ โดยเห็นว่า ‘ไม่มีมูลเพียงพอ’ เมื่อสิ้นปี 2561 ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ไม่นาน
ผู้ที่เป็นประธาน ป.ป.ช.ในเวลานั้นคือ พลตำรวจเอก วัชรพล ประสานราชกิจ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประจำรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก่อนลาออกมาดำรงตำแหน่งประธาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหนึ่งใน 2 คนที่ถูกศาลสั่งจำคุกวันนี้
เรื่องนาฬิกาเพื่อนยังสร้าง ‘รอยร้าว’ ในรัฐบาล เวลานั้น นายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในเวลานั้น ซึ่งร่วม ครม.กับพลเอกประวิตรด้วย ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า หากเป็นตัวเองมีนาฬิกาหรูมากกว่านั้นคงตัดสินใจลาออก จนในที่สุดนายแพทย์ธีระเกียรติต้องขอโทษพลเอกประวิตร พร้อมกับยอมรับว่าเป็นการพูดคุยกับสื่ออย่างไม่เป็นทางการ ไม่ใช่การให้สัมภาษณ์
แม้ ป.ป.ช.จะปัดตกเรื่องดังกล่าว แต่เรื่องนาฬิกาหรูยังคงแวดล้อมในการเมืองไทยอีกหลายปี ในปี 2564 ธีรัจชัย พันธุมาส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในตอนนั้น ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) เชิญ หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้จัดการมรดกของปัฐวาท ให้ข้อมูลเรื่องนาฬิกาหรู โดยหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธรยืนยันว่า ไม่มีนาฬิกาหรูอยู่ในมรดกของปัฐวาท ธีรัจชัยจึงระบุว่า หากไม่มีในบัญชีมรดก ก็อาจหมายความได้ว่า นาฬิกาหรูไม่ใช่ของปัฐวาท และ ป.ป.ช.ควรหยิบเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง
นอกจากนี้ ยังมีความพยายามจาก สส.พรรคก้าวไกล ในการค้นหา ‘ซีเรียลนัมเบอร์’ ของนาฬิการาคาแพง ทว่า ป.ป.ช.ยืนยันว่าไม่สามารถให้ได้ เพราะเป็นข้อมูลส่วนตัว ขณะที่พลเอกประวิตรยังคงยืนยันเสียงแข็งตลอดเวลาว่า เรื่อง ‘นาฬิกาหรู’ นั้นจบไปแล้ว และนาฬิกาทั้งหมดเป็นของปัฐวาทแน่นอน
ในเวลาคู่ขนานกัน มีความพยายามของทั้งสื่อมวลชน ผ่านช่องทางคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร และการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง จนในเวลาต่อมา ป.ป.ช.ต้องยอมเปิดเผยเอกสารในคดีนาฬิกาหรู ทว่าเอกสารกลับกลายเป็น ‘กระดาษเปล่า’
ขณะที่ วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนด้านคอร์รัปชัน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้บริหารและกรรมการ ป.ป.ช.รวม 12 คน กรณีกล่าวหาว่า มีส่วนปกปิดเอกสารเกี่ยวกับการครอบครองนาฬิกาหรูของพลเอกประวิตร กระทั่งศาลตัดสินออกมาว่า กรรมการ 2 คน คือ พลตำรวจเอกวัชรพล และสุภา ปิยะจิตติ มีความผิดฐานร่วมกันปกปิดข้อความจริงเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูลการปกปิดบัญชีทรัพย์สินของพลเอกประวิตรโดยมิชอบ
ล่าสุด ศาลอนุญาตให้ประกันตัวทั้งสองชั่วคราว ตีราคาหลักประกันคนละ 4 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ




