วันนี้ (18 พฤษภาคม 2569) เวลาประมาณ 07.00 น. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม.เข้าตรวจเยี่ยมโรงเรียนมหรรณพาราม เขตตลิ่งชัน ที่เปิดทำการเรียนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 เป็นวันแรก

ชัชชาติให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นการทำงานวันสุดท้าย โดยตนเซ็นใบลาออกไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีผลในช่วงเวลา 17.00 น. หลังจากนั้นจะเดินทางไปเข้าร่วมงานรับปริญญาของ แสนดี-แสนปิติ สิทธิพันธุ์ บุตรชาย ที่ต่างประเทศทันที

ทั้งนี้ ชัชชาติเปิดเผยด้วยว่า ตกลงที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.สมัยถัดไป โดยนโยบายจะเน้นไปที่ ‘ผลิตภาพ’ (Productivity) ของเมือง เพราะวันนี้ กรุงเทพฯ จะต้องแข่งกับเมืองอื่นๆ ทั่วโลก

ผู้ว่าฯ กทม.ขยายความว่า เราจะต้องใช้ทรัพยาการให้น้อย เพื่อให้ได้ผลิตภาพมากที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเมืองให้มากขึ้นผ่านการใช้เทคโนโลยี โดยนโยบายดังกล่าวจะประกอบไปด้วย 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ ความสุข โอกาส และความหวัง

“ที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าเมืองเรามีความสุขมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต่อไปต้องใช้เทคโนโลยที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ รองรับกับการแข่งขันกับเมืองต่างๆ ทั่วโลกในอนาคต”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากลาออกจะทำให้ตำแหน่งว่างลง จะส่งผลกระทบหรือไม่ ชัชชาติให้คำตอบว่า ไม่เป็นห่วง เพราะทีมงานและข้าราชการก็ยังคงอยู่ นโยบายต่างๆ ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง และเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตยที่จะมีช่วงว่าง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกคนใหม่เข้ามา

“ที่ผ่านมา ข้าราชการ ทีมงานต่างๆ เขาก็ทำได้ดี แต่ก็ยังมีเรื่องที่เป็นห่วงอีกเยอะ เดี๋ยวเช้านี้จะไปลงพื้นที่ดอนเมือง เพราะเป็นจุดที่มีน้ำท่วมหนักตั้งแต่ที่ผมเข้ามาเลย และก็มีบางโครงการที่เราเป็นกังวลอยู่ เช่น ปัญหาน้ำเสียฝั่งธนบุรีในเรื่องบ่อบำบัดที่ยังคืบหน้าไปไม่มากนัก เพราะมีอุปสรรค ผมก็ขอให้ปลัด กทม.ช่วยดูต่อให้ดี ขอฝากต่อคณะบริหารชุดต่อไปด้วย” ชัชชาติกล่าว

สำหรับคู่แข่งในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่ปรากฏชื่อของ ดร.โจ-ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาชน และอนุชา บูรพชัยศรี อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ ชัชชาติมองประเด็นนี้ว่า เป็นเรื่องที่ดี ทุกคนมีความขยันขันแข็ง เมื่อวันก่อนก็เห็นชัยวัฒน์และอนุชาไปลงพื้นที่ด้วยกัน

“มันไม่ใช่การต่อยมวย หน้าที่ของเราคือ การเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน และให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ ผมว่าดี เป็นบรรยากาศที่สร้างสรรค์ สุดท้ายแล้ว คนที่ชนะก็อาจจะเอานโยบายของคนที่ไม่ได้รับเลือกเข้ามาช่วยก็ได้ 

“ผมว่าเป็นเรื่องที่จะมองไปในอนาคต และเป็นช่วงสำคัญของกรุงเทพฯ เพราะว่าทุกเมืองต้องแข่งขันกันดึงดูดนักลงทุน คนเก่งๆ ไว้ ถ้าเกิดเราพลาดในช่วง 4 ปีนี้ ก็จะทำให้แข่งขันกับเมืองอื่นได้ลำบาก” ผู้ว่าฯ กทม.ทิ้งท้าย

Tags: , , ,