ผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์ หลังเกิดข่าวใหญ่ในวงการเทคโนโลยี จากการรายงานของ Bloomberg ถึงกรณีการส่งผ่านชิปประมวลผลคุณภาพสูงจากประเทศสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศจีน ซึ่งปรากฏชื่อของ ‘ประเทศไทย’ เป็นหนึ่งในจุดส่งผ่านชิปประมวลผลดังกล่าว

จากการรายงานของ Bloomberg ระบุว่า บริษัทรายหนึ่งของไทยซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานพัฒนา AI กำลังถูกตั้งข้อสงสัยว่า มีส่วนในการส่ง ‘เซิร์ฟเวอร์’ ของ Super Micro Computer บริษัทเทคโนโลยีของไต้หวัน มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งภายในใช้ชิปประมวลผลขั้นสูงของ NVIDIA (บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก) ไปยังประเทศจีน

ย้อนกลับไปในปี 2022 รัฐบาลวอชิงตันเคยประกาศแบนการส่งออกชิปประมวลผลขั้นสูงของ NVIDIA ไปยังประเทศจีน เนื่องจากกังวลว่า จะถูกนำไปพัฒนาและใช้งานทางการทหาร

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลมาจากการขยายผลกวาดล้างของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (Department of Justice: DOJ) ที่เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2026 DOJ ได้ตั้งข้อหา อี้เชียน เหลียว (Yih-Shyan Liaw) ผู้ร่วมก่อตั้ง Super Micro Computer ว่า มีส่วนสมรู้ร่วมคิดในการส่งต่อชิปประมวลผลขั้นสูง ‘H100’ ของ NVIDIA ไปยัง Alibaba บริษัทเทคโนโลยีของประเทศจีน ผ่านไต้หวันและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ต่อมาเพียง 2 วันหลังจากนั้น ในวันที่ 24 มีนาคม 2026 จิม แบงก์ส (Jim Banks) และเอลิซาเบธ วอร์เรน (Elizabeth Warren) สมาชิกวุฒิสภาของสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ ฮาวเวิร์ด ลุตนิก (Howard Lutnick) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ระงับและทบทวนทุกใบอนุญาตการส่งออกชิปประมวลผลขั้นสูงของ NVIDIA ตลอดจนระบบเซิร์ฟเวอร์ของประเทศจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และไทย พร้อมทั้งกำชับให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวด

ขณะที่ในสหรัฐฯ กำลังเร่งดำเนินการค้นหาความจริงว่า การลักลอบขนส่งชิปประมวลผลดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ กลับมาที่ประเทศไทย บริษัทที่ถูกตั้งข้อหาดังกล่าวตามการรายงานของ Bloomberg คือ ‘Company-1’ ซึ่งต่อมามีการรายงานว่า คือ บริษัท OBON Corporation (โอบีโอเอ็น คอร์เปอเรชั่น) ซึ่งเคยมี รัตนพล วงศ์นภาจันทร์ บุตรชายของ เยาวเรศ ชินวัตร (น้องสาวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) นั่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ก่อนที่จะลาออกมาเปิดบริษัท Siam AI Cloud เพื่อผลักดันให้เกิด Generative AI สัญชาติไทย

หลังจากการรายงานข่าวของ Bloomberg ไม่นานนัก ทำให้วันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา Siam AI ออกมาชี้แจงว่า บริษัทไม่เคยดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกเซิร์ฟเวอร์ของ Super Micro Computer ไปยังประเทศจีนแต่อย่างใด พร้อมทั้งระบุด้วยว่า บริษัทไม่ได้ถูกระบุชื่อเป็นจำเลยในคำฟ้องทางอาญาของทางการสหรัฐฯ

ทั้งนี้ Siam AI ได้รับการแต่งตั้งเป็นพันธมิตร NVIDIA Cloud ‘รายแรก’ ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และเคยร่วมงานกันในเวที AI Vision for Thailand ที่โรงแรม Park Hyatt Bangkok เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2024 ซึ่งในเวทีวันนั้น มีการปรากฏตัวของนักธุรกิจและนักการเมืองชื่อดังมากมาย เช่น ทักษิณ, ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP), สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานกรรมการบริหารของ กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) รวมไปถึง เจนเซน หวง (Jensen Huang) หัวเรือใหญ่ของ NVIDIA

อย่างไรก็ตาม ทาง OBON Corporation กลับยังไม่ได้ชี้แจงใดๆ ถึงความเชื่อมโยงกรณีที่มีชื่อปรากฏครั้งนี้ ทำให้ อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาตั้งคำถามไปยังบริษัท OBON ว่า ได้มีการสั่งซื้อคลัสเตอร์ GPU มูลค่ารวมกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8.15 หมื่นล้านบาท) จาก Super Micro Computer จริงหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง เหตุใดบริษัท OBON Corporation จึงจัดซื้อคลัสเตอร์ GPU ในมูลค่าที่สูงเกินไปกว่าทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ (อยู่ที่ 100 ล้านบาท) ได้

The Momentum จึงต่อสายไปหาอิสริยะ เพื่อพูดคุยถึงประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอิสริยะยืนยันในหลักการว่า การซื้อขายชิปในประเทศไทยนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพียงแต่หากเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นจริง อาจกระทบต่อการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ

ทั้งนี้ ในส่วนการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า “ขึ้นอยู่กับว่าทางไทยมองข้อตกลงอย่างไรกับสหรัฐฯ คุณศุภจี (สุธรรมพันธุ์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพิ่งกลับมาจากสหรัฐฯ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าตอนพูดคุยกันนั้น คุณศุภจีทราบปัญหานี้หรือยัง”

อิสริยะย้ำว่า กรอบการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ นั้น ยังคงเป็น ‘ความลับ’ เพราะเป็นการเจรจาระหว่างรัฐกับรัฐ ซึ่งประชาชนจะไม่ทราบว่า ดีลนั้นเป็นอย่างไร จนกว่าจะเป็นที่สิ้นสุด จึงจะเปิดเผยรายละเอียดได้

“ถ้ากรณีนี้มันไม่กระทบอะไรกับดีลการค้า มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเกิดสหรัฐฯ บอกว่า คุณมีบริษัทไทยที่ลักลอบส่ง GPU ซึ่งละเมิดเงื่อนไขของสหรัฐฯ และเขาจะมาขึ้นภาษีกับเรา อะไรพวกนี้ อันนี้ก็แน่นอนว่ามันจะส่งผลกระทบต่อประเทศ”

ขณะที่ประเด็นความมั่นคง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ย้ำว่า ประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับทางสหรัฐฯ ว่ามองอย่างไร เพราะสหรัฐฯ ยังมีความอ่อนไหวกับเรื่อง GPU ค่อนข้างสูง ซึ่งจะเห็นได้จากการขึ้นภาษีกับจีน

อย่างไรก็ตาม อิสริยะย้ำในหลักการว่า โมเดลธุรกิจที่เกิดขึ้นนั้นเป็นธุรกิจเอกชน คือเอกชนสามารถลงทุนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้ง Data Center หรือการลงทุนซื้อ GPU เพื่อปล่อยเช่า เป็นโมเดลธุรกิจที่ทั่วโลกดำเนินการเป็นปกติ เช่น Google หรือ Amazon

“กรณีที่เกิดขึ้นนี้ เราอาจจะมองได้ว่า กลุ่มของคุณรัตนพล ซึ่งเป็นกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่ง แม้จะใกล้ชิดกับครอบครัวชินวัตร แต่ก็เข้าใจว่าเป็นธุรกิจส่วนตัว ดังนั้นหากคุณรัตนพลเป็นคนมีวิสัยทัศน์เรื่องเทคโนโลยี มองเห็นโอกาสในการเข้าไปลงทุน และสามารถทำเงินจากธุรกิจใหม่ของโลกได้ อันนี้ก็ต้องแสดงความยินดีที่ประเทศไทยมีนักธุรกิจเก่งๆ

“เพียงแต่ว่าในงานเปิดตัว เราก็เห็นค่อนข้างชัดว่า มันไม่ได้เป็นธุรกิจของคุณรัตนพลที่เป็นคนขับเคลื่อนเป็นหลัก เราเห็นคุณทักษิณ เจ้าสัวใหญ่ๆ ในไทยมาร่วมงาน มันก็เลยอาจจะต้องตั้งคำถามต่อเหมือนกันว่า ตกลงแล้วในธุรกิจนี้ คุณทักษิณมีเอี่ยวหรือไม่

“แต่ถ้าเรายังมองว่าเป็นความสัมพันธ์ของเอกชนกับเอกชนด้วยกัน อันนี้ก็ไม่มีปัญหา ถ้ามองว่าคุณทักษิณมีหลานไปลงทุนในเทคโนโลยีแล้วมันเวิร์ก แล้วก็ชวนเพื่อนๆ นักธุรกิจคนอื่นมาใช้บริการ ร่วมลงทุนกัน ก็เป็นเรื่องของเอกชนกับเอกชน” อิสริยะกล่าว

แต่ปัญหาใหญ่ที่ยังคงเป็นคำถามตัวโตๆ ในมุมมองของอิสริยะนั้น ยังคงเป็นเรื่อง ‘ดีลการค้าไทย-สหรัฐฯ’ ที่อาจได้รับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ในการเจรจาระหว่างตัวแทนไทย-สหรัฐฯ ครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2026 โดยศุภจีเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ฝ่ายสหรัฐฯ กำลังให้ความสนใจในเพียง 2 เรื่องหลักของประเทศไทย ได้แก่ กำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) และประเด็นแรงงานบังคับ (Forced Labour) ซึ่งฝ่ายไทยส่งเอกสารคำชี้แจงทุกประเด็นไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการส่งออกชิปประมวลผลขั้นสูงดูจะมีท่าทีที่ดีมากขึ้น ภายหลังการเข้าพบอย่างเป็นทางการระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ผู้นำสูงสุดของจีน ในทริปเยือนประเทศจีน ระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคมนี้

โดยความพิเศษของการเยือนครั้งนี้ ทรัมป์ได้พาเหล่าผู้บริหารสูงสุดของบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เดินทางไปด้วย เช่น ทิม คุก (Tim Cook) จาก Apple, อีลอน มัสก์ (Elon Musk) จาก Tesla รวมไปถึง เจนเซน หวง (Jensen Huang) จาก NVIDIA ที่จากเดิมทรัมป์ไม่ได้พามาด้วย แต่เขาก็มาเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย

และหลังจากการเจรจาของ 2 ผู้นำประเทศมหาอำนาจ ก็ได้ข้อตกลงที่จะ ‘ปลดล็อก’ ให้ NVIDIA สามารถขายชิปประมวลผลขั้นสูง ‘H200’ ให้กับ 10 บริษัทเทคโนโลยีของจีน ซึ่งรวมไปถึง Alibaba, Tencent และ ByteDance

แม้ว่าการพบกันระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิงจะเปิดทางให้ NVIDIA กลับมาขายชิปประมวลผล H200 ให้กับบริษัทฯ จีนได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ มองข้ามเส้นทางการส่งผ่านชิปประมวลผลที่เกิดขึ้นนอกระบบ โดยเฉพาะประเทศที่ถูกรายงานข่าวว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งเทคโนโลยีขั้นสูงที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ดังนั้นหลังจากนี้ คงต้องรอผลการเจรจาไทย-สหรัฐฯ อีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

อ้างอิง:

https://www.reuters.com/world/asia-pacific/us-suspects-nvidia-chips-smuggled-alibaba-via-thailand-bloomberg-news-reports-2026-05-08/

https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1233179

https://www.cnbc.com/2026/05/14/us-clears-h200-chip-sales-to-10-china-firms-as-nvidia-ceo-looks-for-breakthrough.html

https://www.kaohoon.com/news/local/830152

https://asiatimes.com/2026/03/super-micro-bust-signals-tighter-us-curbs-on-nvidias-ai-chips/

Tags: , , , , , , , ,