วันนี้ (8 เมษายน 2569) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย การดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงข่าวในฐานะพรรคฝ่ายค้านถึงการผลักดันการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด

ณัฐพงษ์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ภาคเหนือพบว่า ประชาชนจำนวนมากยังคงเผชิญผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 อย่างหนัก โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถปรับสภาพที่อยู่อาศัยให้ปลอดฝุ่นได้

โดยณัฐพงษ์เสนอให้ภาครัฐเร่งสนับสนุนมาตรการที่ทำได้จริง ซึ่งไม่ต้องใช้ต้นทุนที่สูง เช่น มุ้งสู้ฝุ่นสำหรับผู้ป่วยติดเตียง และห้องปลอดฝุ่นแบบแรงดันบวกในชุมชน

หัวหน้าพรรคประชาชนยังกล่าวด้วยว่า หากภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างเพียงพอ หน่วยงานในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้แทนประชาชน พร้อมที่จะนำทรัพยากรไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้โดยตรง

“พรรคฝ่ายค้านจะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปผลักดันต่อในชั้นกรรมาธิการ เพื่ออุดช่องว่างของนโยบาย รวมถึงเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดอย่างเต็มที่

“พรรคประชาชนผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว แต่การจะทำให้สำเร็จได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ไม่ใช่เพียงพรรคเดียว” ณัฐพงษ์ระบุ

ด้านการดีเพิ่มเติมว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าอากาศสะอาดควรเป็น ‘สิทธิขั้นพื้นฐาน’ ของประชาชน และไม่ควรปล่อยให้ปัญหาฝุ่นกลายเป็นเพียงวาระตามฤดูกาล 

อีกทั้งมองว่า รัฐบาลไม่ควรปัดตกร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่ควรผลักดันต่อไปถึงระดับวุฒิสภา โดยต้องให้ความสำคัญกับวิกฤตด้านสุขภาพและความมั่นคงของมนุษย์

“พ.ร.บ.อากาศสะอาดควรยึดเรื่องสุขภาพและความมั่นคงของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่มองเป็นเพียงประเด็นเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น”

โดยพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการกำหนด ‘ตัวชี้วัด’ เรื่องปัญหาฝุ่นที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนจัดสรรงบประมาณการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เพียงมาตรการเยียวยาระยะสั้น แต่ต้องเป็นการแก้ไขเชิงระบบ ทั้งภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และพลังงาน เพื่อยุติวงจรปัญหาฝุ่นซ้ำซาก

ส่วนประเด็นการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาฯ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ ณัฐพงษ์ยืนยันว่า พรรคฝ่ายค้านไม่ได้มุ่งเป้าโจมตีรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งแบบเฉพาะเจาะจง แต่จะมุ่งตรวจสอบเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

“สิ่งสำคัญคือเจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่อย่างตรงไปตรงมา และต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน”

ขณะที่กรณีคดีความ 44 สส.พรรคก้าวไกล ยื่นแก้ไขกฎประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ่อยื่นต่อศาลฎีกา ซึ่งปรากฏชื่อของ 10 สส.พรรคประชาชน ณัฐพงษ์ตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินคดีทางการเมืองที่ผ่านมา ‘ไม่มีความสม่ำเสมอ’ บางคดีล่าช้า บางคดีรวดเร็วผิดปกติ ขึ้นอยู่กับขั้วทางการเมืองของผู้ถูกดำเนินคดีว่าอยู่ฝ่ายใด

“ผมไม่อยากเห็นว่าการเริ่มต้นของรัฐบาลในการแถลงนโยบาย จะกลายเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่ทำให้ประชาชนตั้งคำถามต่อรัฐบาลชุดนี้

“รัฐบาลชุดนี้ เรียกได้ว่ารวบอำนาจแทบทั้งหมด สภาบน สภาล่าง หรือแม้แต่องค์กรอิสระที่มีคนตั้งคำถามเช่นเดียวกัน”

อย่างไรก็ตามหัวหน้าพรรคประชาชนมองว่า หากเกิดการดำเนินคดีก่อนมีการอภิปรายเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้อาจเป็นสิ่งที่ยิ่งค้านสายตาประชาชน และอาจทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาลมากยิ่งขึ้น


Tags: , , , ,