วันนี้ (10 มีนาคม 2026) ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC) ออกแถลงการณ์ประกาศเพิ่มความรุนแรงในการตอบโต้อิสราเอลภายใต้ปฏิบัติการ Operation Promise IV ระลอกที่ 33
IRGC ยังเผยด้วยว่า มีการใช้ขีปนาวุธ Kheibar Shekan หรือขีปนาวุธพิสัยกลางที่พัฒนาโดย IRGC มากกว่า 10 ลูก โจมตีไปยังเป้าหมายที่เมืองเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล และปฏิบัติการดังกล่าวสำเร็จไปด้วยดี โดยพุ่งเป้าไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำ หนึ่งในนั้นคือ ฐานทัพกองเรือที่ 5 สหรัฐฯ ในบาห์เรน ซึ่ง IRGC เรียกว่าเป็นกองเรือของผู้ก่อการร้าย
ขณะเดียวกันนับจากนี้ไป อิหร่านจะใช้เฉพาะขีปนาวุธที่มีน้ำหนักมากที่สุด คือขีปนาวุธที่มีน้ำหนัก 1 ตันขึ้นไป ในการโจมตีอิสราเอลและโจมตีเป้าหมายอื่นๆ
ด้านสำนักข่าว Al Jazeera ระบุว่า รองรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า จีน ฝรั่งเศส และรัสเซีย ติดต่อมาเพื่อขอหยุดยิง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอเฉพาะเจาะจง ทว่าอิหร่านยืนกรานที่จะไม่กลับไปเจรจาต่อรองอีก เว้นแต่จะได้รับหลักประกันว่า การรุกรานจะไม่เกินขึ้นอีก
ด้าน คามาล คาราซี (Kamal Kharazi) ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงไม่เห็นวี่แววในการเจรจาทางการทูตกับสหรัฐฯ และกองทัพอิหร่านพร้อมแล้วสำหรับสงครามระยะยาว
ท่าทีดังกล่าวของอิหร่านเกิดขึ้นภายหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า สงครามอาจจบเร็วกว่าที่คาด ภายหลังสงครามส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างหนักจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อีกทั้งยังกระทบกับการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปทั่วโลก


ภาพ: AFP

Tags: , , , , ,