เมื่อวานนี้ (5 มีนาคม 2026) แอบบอส แอรอกชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC News ระบุว่า อิหร่านพร้อมรับมือกับการโจมตีภาคพื้นดินของกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอล อีกทั้งยังปฏิเสธการเจรจาใดๆ กับสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่า อิหร่านไม่ได้เรียกร้องขอให้มีการหยุดยิง
คำกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเกิดขึ้นภายหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มต้นเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต
“เรากำลังรอพวกเขาอยู่” แอรอกชีพูดด้วยน้ำเสียงท้าทาย เมื่อถูกนักข่าวถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการบุกโจมตีภาคพื้นดินของสหรัฐฯ
“เรามั่นใจว่าสามารถเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ได้ และการเผชิญหน้าครั้งนี้จะเป็นหายนะครั้งใหญ่สำหรับพวกเขา” แอรอกชีกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวเพิ่มเติมว่า อิหร่านไม่ได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิง แม้ว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดปฏิบัติโจมตีทั่วทั้งประเทศแล้วก็ตาม
“ก่อนหน้านี้ ในการโจมตีครั้งล่าสุด เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ที่ผ่านมาอิหร่านไม่ได้ร้องขอให้มีการหยุดยิง แต่เป็นฝ่ายอิสราเอลต่างหากที่เรียกร้อง
“อิสราเอลร้องขอให้มีการหยุดยิงทันที เนื่องจากพวกเราสามารถต่อต้านเขาได้มากถึง 12 วัน”
สำหรับปฏิบัติการโจมตีอิหร่านในครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่เสร็จสิ้นดี โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2026 แอรอกชีในฐานะตัวแทนของอิหร่านเดินทางไปพบกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) ลูกเขยของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเตรียมหารือเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการสืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ แอรอกชีเปิดเผยว่า กระบวนการในการเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งอาจใช้เวลานานกว่าปกติ เนื่องจากความขัดแย้งยังคงดำเนินอยู่
อนึ่งการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดของอิหร่านส่งผลให้ปัจจุบันอิหร่านกำลังเกิดภาวะสุญญากาศทางการเมือง ท่ามกลางข่าวลือที่ว่า โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) บุตรชายคนที่ 2 ของอดีตผู้นำสูงสุด อาจขึ้นมาดำรงตำแหน่งต่อจากผู้เป็นพ่อ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวอาจก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนภายในประเทศ เนื่องจากรูปแบบการถ่ายทอดอำนาจจากพ่อสู่ลูก เป็นลักษณะที่เคยปรากฏในระบอบกษัตริย์ของอิหร่าน ก่อนที่จะถูกโค่นล้มลงในการปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 1979
ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า การเลือกผู้นำสูงสุดจะยังคงเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดให้สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ที่มีสมาชิกทั้งหมด 88 คน ทำหน้าที่ในการพิจารณาและเลือกผู้นำสูงสุดของประเทศ
“ผมทราบดีว่ามีหลายข่าวลือแพร่ออกมามาก แต่เรายังคงต้องรอสภาผู้เชี่ยวชาญพิจารณาก่อน ไม่มีใครรู้ได้อย่างแน่ชัดว่าใครจะได้รับเลือก” แอรอกชีกล่าวย้ำ
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังปฏิเสธข่าวลือต่างๆ ที่ระบุว่า ทรัมป์จะมีบทบาทสำคัญในการเลือกผู้นำคนต่อไปของอิหร่าน
“นี่เป็นเรื่องของประชาชนชาวอิหร่าน ไม่มีใครสามารถเข้ามาแทรกแซงได้” เขากล่าวทิ้งท้าย
ที่มา:
– https://www.nbcnews.com/world/iran/iran-foreign-minister-interview-rcna261920
Tags: ผู้นำสูงสุดอิหร่าน, อิหร่าน, Iran, Us, สหรัฐ, สงครามอิหร่านสหรัฐ




