สัปดาห์หน้า ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา นัดประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาหนึ่งในวาระสำคัญคือ การแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใหม่ 2 คน แทนที่ เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต.ที่ครบวาระการดำรงตำแหน่ง โดย 2 คนที่ถูกเสนอชื่อมาให้วุฒิสภาพิจารณาคือ จิรุตม์ วิศาลจิตร และมณฑล สุดประเสริฐ
สำหรับจิรุตม์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์ (Public Administration) จาก National University of San Diego ประเทศสหรัฐอเมริกา
จิรุตม์ถือเป็น ‘บิ๊กกระทรวงคมนาคม’ เพราะก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมเจ้าท่า กรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย รวมถึงได้รับการผลักดันจาก ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในยุครัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการขนส่งทางบก รวมถึงนั่งตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
สำหรับผลงานเด่นๆ ก่อนหน้าของจิรุตม์คือ ทำงานเป็นเหมือน ‘มือขวา’ ของศักดิ์สยามในการดำเนินการเรื่องยากๆ และเป็นวาระใหญ่ เช่น การผลักดันแกร็บ (Grab) ถูกกฎหมาย การแก้ไขปัญหาค่าโง่คดีโฮปเวลล์ ตลอดจนเร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาให้เกิดขึ้น
ทั้งนี้ในช่วงปี 2563 จิรุตม์ยังได้รับการสนับสนุนเต็มที่จาก เนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการเสนอตัวเป็นแคนดิเดตปลัดกระทรวงคมนาคม แม้ว่าในเวลาต่อมาจะตำแหน่งดังกล่าวจะเป็นของ ชยธรรม์ พรหมศร ก็ตามที
ขณะที่อีกชื่อหนึ่งอย่างมณฑล เดิมทีเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมโยธาและผังเมือง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายใต้กระทรวงมหาดไทยในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ มีผลงานเด่นคือ การผลักดันผังเมืองรวม 76 จังหวัด และการวางผังเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นอกจากนั้นยังเคยสมัครเป็น กกต.มาก่อนแต่ไม่ผ่านการพิจารณา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด กลุ่มบริษัทฯ ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ
มณฑลนั้นมีเครือข่ายทางการเมืองและธุรกิจที่สะสมมาอย่างยาวนาน จากการที่ดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในสมัยรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาจนถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ โดยในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ พรรคภูมิใจไทยได้รับการจัดสรรเก้าอี้กระทรวงมหาดไทย โดยมี ชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของอนุทินเป็นเจ้ากระทรวงดูแล มีศักดิ์สยามเป็นรัฐมนตรีตัวจริงและทำงานใกล้ชิดกับมณฑล
จะเห็นได้ว่าชื่อของทั้ง 2 ว่าที่ กกต.คนใหม่นั้นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับแกนนำพรรคสีน้ำเงินอยู่ไม่น้อย ประกอบวันนี้กระแส ‘สีน้ำเงิน’ กำลังมีอำนาจในทุกกระดาน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหารที่ดูท่าจะเป็นรัฐบาลที่แข็งแรงด้วยเสียงสนับสนุนกว่า 295 เสียง หรือจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่คุมได้ทั้งสภาล่างและสภาสูง ทำให้สีน้ำเงินสามารถให้การเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระได้ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เองก็เป็นหนึ่งในนั้น
จากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเอง ว่าที่ กกต.ใหม่ 2 คนนั้นจึงถูกมองว่าเป็น กกต.สีน้ำเงินด้วย (หรือไม่) ทำให้มีความพยายามจาก สว.สายที่ไม่ใช่สีน้ำเงิน พยายามเบรกเกมดังกล่าว ล่าสุดวันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) เทวฤทธิ์ มณีฉาย, นันทนา นันทวโรภาส และมณีรัฐ เขมะวงศ์ ได้ยื่นญัตติขอให้วุฒิสภา ‘ชะลอ’ การเห็นชอบ 2 ว่าที่ กกต.คนใหม่ เพื่อป้องกันการขัดกันซึ่งผลประโยชน์ เนื่องจากปัจจุบัน สว.หลายคนกำลังถูกไต่สวนและตรวจสอบจากหน่วยงานที่ สว.เป็นผู้แต่งตั้ง
“ห้วงเวลานี้มีวิกฤตศรัทธาในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ที่ สว.ชุดนี้ให้ความเห็นชอบ กกต.ไปแล้ว 3 คน หากให้ความเห็นชอบเพิ่มอีก 2 คน จะกลายเป็น 5 คนจาก 7 คน ที่มาจากการให้ความเห็นชอบจาก สว.ชุดนี้ อาจทำให้ระบบและกระบวนการที่เป็นอยู่ มีการขัดกันทางผลประโยชน์” เทวฤทธิ์ระบุ
แต่ถึงกระนั้นเองก็คาดว่า ทุกอย่างจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ในวันพฤหัสบดีถัดไป ประเทศไทยก็จะมี 2 กกต.คนใหม่เข้ามาแทน กกต.ที่หมดอายุไปแล้ว จึงไม่แปลกว่า สังคมวันนี้มองไปทางไหนก็เห็น ‘สีน้ำเงิน’ คุมเกมทางการเมืองไว้เสียหมด
Tags: สว., กกต., พรรคภูมิใจไทย, คณะกรรมการการเลือกตั้ง, สว.สีน้ำเงิน




