วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2569) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวบนเวทีปราศรัยเป็นสุดท้ายของพรรคประชาชน โดยขอคะแนนเสียงจากประชาชนทั่วประเทศ 20 ล้านเสียง เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองที่ผูกขาดของชนชั้นนำ
ในช่วงแรกของการขึ้นปราศรัย ณัฐพงษ์ขอเสียงเชียร์จากผู้สนับสนุนพรรค หากประชาชนทุกคนเห็น ‘ช้าง’ ตัวเดียวกัน นั่นคือ ‘ชนชั้นนำ’ ซึ่งยึดกุมถือครองอำนาจทางการเมือง ทั้งนี้การเมืองของประชาชนเป็นสิ่งที่เรียบง่ายมาก นั่นคือการเมืองที่เสียงของประชาชนทุกคนมีความหมายอย่างแท้จริง
หัวหน้าพรรคประชาชนยังระบุอีกด้วยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เสียงของประชาชนไม่เคยมีความหมาย เพราะนักการเมืองมองเสียงของประชาชนเป็นเพียงเสียงในคูหา ที่เมื่อกาลงไปแล้วกลายเป็นตัวเลข สส.นำไปต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี ต่อรองงบประมาณเพื่อการเลือกตั้งครั้งถัดๆ ไป
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมือง ที่ประชาชนจะร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน วันนี้การเมืองของประชาชนเป็นจริงมากขึ้นทุกวัน โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ยังผลักดันประเด็นที่ก้าวหน้า ทั้งประกันสังคมโปร่งใส การเปิดเสรีพลังงาน สิ่งนี้คืออนาคตใหม่ที่เราอยากได้
ในอีกด้านหนึ่ง ประชาชนทุกคนยังช่วยกันทำลายการเมืองผูกขาดให้ผุพังลงทุกวัน ทั้งนี้ที่ผ่านมามีคนธรรมดาเข้ามาทำงานการเมืองมากขึ้น คนธรรมดาที่ห่างไกลจากคำว่า นามสกุลใหญ่หรือมาจากมุ้งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักกิจกรรมที่เคยติดคุก ที่วันนี้พูดเรื่องสแกมเมอร์จนกลายเป็นวาระของโลก ผู้หญิงเก่งที่พูดเรื่องประกันสังคม หรือผู้หญิงเก่งที่อยู่เคียงข้างคนภาคใต้ในวิกฤตน้ำท่วม ที่แม้ตนจะไม่เอ่ยชื่อ แต่เชื่อว่าประชาชนคงนึกชื่อออกว่าเป็นใคร
“การเดินทางของพวกเราที่ผ่านมาตลอด 8 ปี เป็นการเดินทางที่สวยงาม ที่ผมบอกว่า มันสวยงาม เพราะการเดินทางของพวกเราแต่ละคนล้วนมีความหมาย หล่อหลอมทุกคนมารวมกันมาอยู่ในฮอลล์แห่งนี้ แม้ที่ผ่านมาการเดินทางของพวกเราไม่ง่าย มีอุปสรรคขวากหนาม หลายคนโดนเล่นงาน หลายคนโดนข่าวปลอมโจมตี หลายคนโดนดำเนินคดีถูกฟ้องร้องปิดปาก
“ไม่ว่าพวกเราจะมีบาดแผลเท่าไร แต่เกิดเป็นส้มต้องอดทน ความอดทนและความมั่นคงในหลักการ ความเชื่อการเมืองของประชาชน สิ่งนี้ทำให้พวกเรารักและศรัทธากันและกันมาถึงทุกวันนี้”
ณัฐพงษ์ยังกล่าวด้วยว่า สถานีปลายทางที่เราเรียกกันว่า ‘การเมืองของประชาชน’ ยังมีอีกหลายสถานีที่ต้องเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การทำลายปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน การทลายทุนผูกขาด การยุติรัฐรวมศูนย์ การพัฒนา 15 หัวเมืองรอง การแก้ไขปัญหารัฐพันลึก การเอาทหารออกจากการเมือง หรือการเอาระบบตั๋วออกจากตำรวจ
“แต่สถานีแรกที่เรานัดหมายกันคือ 8 กุมภาพันธ์ กาเพื่อเปลี่ยน 14 ล้านเสียง ให้กลายเป็น 20 ล้านเสียง กาให้ถล่มทลาย ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจของประชาชนไม่ได้อีก”
หัวหน้าพรรคประชาชนยังเชิญชวนให้คนรุ่นพ่อแม่ช่วยกาให้พรรคประชาชน เพื่อจุดไฟในตัวพวกเขาที่เคยลุกโชน ในสมัยที่ประเทศไทยเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย และเชิญชวนคนรุ่นเดียวกับตนกาเพื่อเปลี่ยนสังคมไทย ให้ประชาชนทุกคนเติบโตในประเทศที่โอกาสประสบความสำเร็จเท่าเทียมกัน
ขณะเดียวกันณัฐพงษ์ยังเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรก กาเพื่ออนาคต ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลง
“การเลือกตั้งครั้งนี้หมดเวลาแล้วกับการเมืองแบบอดีต ที่เคยแบ่งประชาชนออกเป็นกลุ่มก้อน 8 กุมภาพันธ์นี้ถึงเวลารวมพลังของประชาชนให้เป็นหนึ่งสถาปนาการเมืองของประชาชนขึ้นมาใหม่
“อำนาจบนปลายปากกาของทุกคนจะเป็นตัวกำหนดว่า คุณจะอยู่ในประเทศไทยที่มีอนาคตแบบไหน อนาคตที่การเมืองถูกผูกขาด เศรษฐกิจถูกผูกขาด และโอกาสของลูกหลานของพวกเราถูกผูกขาดหรือการเมืองของประชาชน เศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย และโอกาสที่เท่าเทียมกันของทุกๆ คน อนาคตที่ดีต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวผมเป็นคนกำหนด มันอยู่ที่ทุกคนเป็นคนกำหนด
“ผมอยากให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทุกคนกาให้พรรคประชาชน 2 ใบ กาเห็นชอบเพื่อเปลี่ยน 9 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เป็นอนาคตใหม่ที่ดี สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกลไปกว่าเดิม” ณัฐพงษ์ทิ้งท้าย
Tags: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, เท้ง ณัฐพงษ์, พรรคประชาชน



