เมื่อวานนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2026) ฮูดา อาบู อาเบด (Huda Abu Abed) หญิงชาวปาเลสไตน์ วัย 56 ปี ซึ่งเดินทางจากประเทศอียิปต์กลับเข้าพื้นที่ฉนวนกาซา หลังอิสราเอลประกาศเปิดด่านราฟาห์ เธอเปิดเผยกับสื่อว่า การเดินทางกลับครั้งนี้เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วย ‘ความน่ากลัว’
ก่อนหน้านี้ทางการอิสราเอลเพิ่งประกาศเปิดด่านราฟาห์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อพรมแดนระหว่างฉนวนกาซากับประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่ออนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์สามารถเดินทางเข้าออกพื้นที่ฉนวนกาซาได้ ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่ได้รับการสนับสนุนจาก โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
อาเบดซึ่งเดินทางไปรักษาโรคหัวใจที่ประเทศอียิปต์เป็นเวลานานเกือบปีเล่าว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israel Defense Forces: IDF) และกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ที่มีชื่อว่า ‘อาบูชาบับ’ (Abu Shabab) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอิสราเอล ได้ยึดของเล่นเด็กที่เธอซื้อกลับมาฝากลูก จับเธอปิดตา และสวมกุญแจมือ โดยอาเบดกล่าวว่า “มันช่างเป็นการเดินทางที่น่ากลัว อัปยศ และกดขี่ฉันมาก”
เช่นเดียวกัน ซาบาห์ อัล-รอเกบ (Sabah al-Raqeb) ผู้หญิงวัย 41 ปี ให้ข้อมูลคล้ายกับอาเบด ทันทีที่ข้ามชายแดนจากอียิปต์เข้ามาถึงหน้าด่านราฟาห์ เธอก็ถูกจับปิดตาและใส่กุญแจมือ พร้อมเรียกเข้าห้องสอบสวนนานเกือบ 2 ชั่วโมง เพื่อสอบถามเกี่ยวกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส และสงครามในวันที่ 7 ตุลาคม 2023 รวมไปถึงข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
นอกจากนี้ หญิงสาวปาเลสไตน์ที่ไม่ประสงค์ออกนามให้ข้อมูลกับสำนักข่าว BBC ว่า เธอได้รับการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมจากเจ้าหน้าที่กองทัพอิสราเอล โดยพวกเขาทุบตีเธอและบังคับเธอเปลื้องเสื้อผ้าพร้อมหญิงสาวอีก 3 คน เพื่อตรวจค้นอาวุธ และยังมีการข่มขู่พวกเธอด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Reuters สอบถามไปยังกองกำลังป้องกันอิสราเอล พวกเขากลับปฏิเสธว่า ไม่ได้กระทำการใดๆ ที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นธรรมต่อชาวปาเลสไตน์ อีกทั้งไม่ได้มีการยึดสัมภาระส่วนตัวของพลเรือนด้วย
ด้าน อันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) เรียกร้องให้อิสราเอลเปิดทางเข้าสู่ฉนวนกาซาโดยทันที เนื่องจากยังมีพลเรือนอีกเป็นจำนวนมากที่กำลังรอความช่วยเหลืออยู่
“ผมขอเรียกร้องให้มีการอำนวยความสะดวก เพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้เข้าสู่ด่านราฟาห์โดยเร็วที่สุด” เขากล่าว
ทั้งนี้ในวันแรกของการเปิดด่านราฟาห์ มีพลเรือนผู้ได้รับบาดเจ็บราว 50 รายเตรียมเดินทางออกจากฉนวนกาซา เพื่อไปรักษาตัวที่ประเทศอียิปต์ อย่างไรก็ตามมีผู้บาดเจ็บเพียงแค่ 5 รายเท่านั้นที่สามารถเดินทางออกจากฉนวนกาซาได้
ในขณะเดียวกันมีชาวปาเลสไตน์มากกว่า 50 ราย ที่รอคอยเดินทางกลับฉนวนกาซา แต่ปัจจุบันมีเพียงผู้หญิงแค่ 3 ราย และเด็กอีก 9 รายเท่านั้นที่เดินทางเข้าฉนวนกาซาได้
ที่มา:
– https://www.bbc.com/news/articles/cy4g3rne4n7o
Tags: อิสราเอล, ปาเลสไตน์, มนุษยธรรม, ฉนวนกาซา, Gaza, Rafah, ด่านราฟาห์, Israel, Palestine, สงคราม




