เป็นปกติของทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นเล็กหรือใหญ่ ที่เมื่อเวลาผ่านไปองค์กรจะต้องผลัดเปลี่ยนผู้นำ หรือมีกลุ่มคนใหม่ๆ เข้ามาเป็นแถว 2 แถว 3 เพื่อบริหารองค์กรให้อยู่รอด พร้อมรับกับสถานการณ์และแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

สิ่งนี้ก็เกิดกับพรรคการเมืองเช่นเดียวกัน อย่างพรรคเพื่อไทยที่มีอายุทางการเมืองมานานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย มาจนถึงพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทย ก็เห็นทั้งนักการเมืองเลือดเก่าและเลือดใหม่หลั่งไหลเข้า-ออกไม่ขาดสาย

ในยุคแรก แกนนำคนสำคัญของพรรคไทยรักไทยคือ ทักษิณ ชินวัตร, ภูมิธรรม เวชยชัย, นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี มายุคนี้เราก็จะเห็นนักการเมืองหน้าใหม่เข้ามาทำงานกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งถือเป็นเลือดใหม่หลายคน ตั้งแต่ยุครัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน มาจนถึงรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร

วันนี้จึงอยากชวนมาสำรวจนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เข้ามาเสนอตัวเป็นหนึ่งในผู้สมัคร สส.ของพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 นอกจากนั้นบางรายชื่อยังถูกคาดการณ์ว่า จะมานั่งเป็นรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ ด้วย หากพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยสังเกตจากบัญชีรายชื่อที่อยู่ในลำดับท้ายๆ ที่เป็นธรรมเนียมของพรรคเพื่อไทยว่าจะมานั่งเป็นรัฐมนตรี

1. เผ่าภูมิ โรจนสกุล

คนแรกที่เชื่อว่าหลายคนรู้จักกันดีอย่าง อ๊อฟ-เผ่าภูมิ โรจนสกุล ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับ 93 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง หนึ่งในแกนนำคนสำคัญที่ผลักดันนโยบายแจกเงินหมื่นผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ในสมัยรัฐบาลเศรษฐามาจนถึงรัฐบาลแพทองธาร 

เผ่าภูมิจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อด้วยปริญญาโทอีก 2 ใบ จากคณะบริหารธุรกิจ University of Massachusetts ประเทศสหรัฐอเมริกา และจากคณะเศรษฐศาสตร์ University of Illinois และปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์จาก University of Illinois สหรัฐฯ ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเป็นผู้อำนวยการศูนย์นโยบายของพรรคเพื่อไทยด้วย

เผ่าภูมิมีบทบาทเป็น ‘มือเศรษฐกิจ’ ยุคใหม่ของพรรคเพื่อไทย ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 เผ่าภูมิเดินสายดีเบตในประเด็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและการเงินเป็นส่วนใหญ่ 

หากยังจำกันได้ในช่วงท้ายของรัฐบาลแพทองธาร เผ่าภูมิเป็นแกนนำสำคัญในการผลักดันนโยบายศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงินหรือ Financial Hub (Fin Hub) ผ่านพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทผู้ให้บริการทางการเงิน บริษัทประกันภัยระดับโลก เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์

2. ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ

สำหรับ จอม-ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ นับเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ของพรรคเพื่อไทย ที่มาแรงเป็นที่รู้จักกันในสื่อสาธารณะมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เข้ามาเป็นโฆษกพรรคเพื่อไทย เดิมทีศึกษิษฏ์เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ภายใต้การดูแลของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 

ศึกษิษฏ์จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ จาก Flagler College รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) สาขาการเงินและการตลาด สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SASIN)

ในสมัยรัฐบาลแพทองธาร ศึกษิษฏ์ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการนโยบายสำคัญๆ ของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โครงการบ้านเพื่อคนไทย โครงการแลนด์บริดจ์​ รวมไปถึงการผลักดันโครงการ Entertainment Complex เพื่อสร้างความน่าดึงดูดการท่องเที่ยวให้กับประเทศ

ทั้งนี้ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ศึกษิษฏ์เป็นผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 21 

3. ธีราภา ไพโรหกุล

ข้าว-ธีราภา ไพโรหกุล ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 95 เธอเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญสำหรับนโยบายด้านการศึกษาของพรรคเพื่อไทย เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ในสมัยรัฐบาลแพทองธาร

ธีราภาจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทสาขา Renaissance and Early Modern Studies จาก University of York สหราชอาณาจักร รวมถึงจบการศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกสาขา Economic History จาก London School of Economics and Political Science (LSE) สหราชอาณาจักร

ครั้งหนึ่งเธอมาออกรายการ House of Cards Live ของ The Momentum เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยมีแผนปฏิรูปการศึกษาที่จะปรับหลักสูตรสนับสนุนให้เด็กคิดเป็น สื่อสารเป็น ไม่เน้นการเรียนแบบท่องจำเพียงอย่างเดียว พร้อมกันนั้นยังจะปรับหลักสูตรของอาชีวศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานแบบเยอรมนี

นอกจากนั้น อีกหนึ่งโครงการที่ธีราภานำเสนอเป็นนโยบายการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ของพรรคเพื่อไทยอย่าง ODOS โครงการทุนการศึกษา 1 อำเภอ 1 ทุน เพื่อสนับสนุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่มีรายได้น้อยไปเรียนต่างประเทศในสาขา STEM

4. บุณยกร ดำรงรัตน์

มาในฝั่ง สส.แบบแบ่งเขต กันบ้าง ในกรุงเทพฯ แม้ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคเพื่อไทยจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ทว่ายังมีนักการเมืองหน้าใหม่เข้ามาร่วมเส้นทางทางการเมืองอย่าง กระติ๊บ-บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 4 (คลองเตย-วัฒนา)

บุณยกรจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทสาขา Architecture and Urbanism จาก The University of Manchester สหราชอาณาจักร และปริญญาเอกจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

บุณยกรเป็นหนึ่งในผู้อบรมโครงการ Young Professionals Program (YPP) โครงการอบรมนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย โดยเธอมีความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องของการพัฒนาเมืองและระบบขนส่งสาธารณะ

สำหรับบุณยกรนับเป็นหนึ่งในนักการเมืองหญิงรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทยที่น่าจับตามอง

5. ฉัตริน จันทร์หอม

นักการเมืองรุ่นใหม่อีกหนึ่งคนที่น่าจับตามองของพรรคเพื่อไทยคือ แจ๊ค-ฉัตริน จันทร์หอม ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 65 ที่เว็บไซต์พรรคเพื่อไทยขึ้นข้อความโปรโมตว่า ‘ใช้เทคโนโลยีรับใช้ ใช้หัวใจดูแล’

โดยระบุข้อความของฉัตรินว่า เปลี่ยนปัญหาเป็นคำตอบด้วยนวัตกรรม เปลี่ยนความลำบากเป็นความมั่นคงด้วยความใส่ใจ ตนพร้อมใช้เทคโนโลยีรับใช้ และใช้หัวใจดูแลพี่น้องทุกคนให้ก้าวไปสู่อนาคตที่จับต้องได้

สำหรับฉัตรินจบการศึกษาปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมอวกาศ (Aerospace Engineering) จาก University of Sydney ออสเตรเลีย และจบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ จาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) สหรัฐฯ ฉัตรินนับเป็นหนึ่งใน ‘แก๊งไอติม’ ในรัฐบาลเศรษฐาร่วมกับศึกษิษฏ์ โดยดำรงตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ภายใต้การดูแลของ ประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE)

ฉัตรินได้เสนอแผนการพัฒนาประเทศโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในรัฐบาลเพื่อไทย หากมีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาล คือนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยลดขั้นตอนระบบราชการ มีแนวคิดให้รัฐ ‘ตัวเบา’ และ ‘โปร่งใส ’ เพื่อสร้างหลักนิติรัฐให้เกิดขึ้นในประเทศ

จากรายชื่อข้างต้น นับเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายชื่อนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่เปรียบเสมือนเป็นนักการเมืองแถว 2 แถว 3 ของพรรคเพื่อไทย ที่รอวันเติบโตและกลายเป็นแกนนำสำคัญของพรรคในอนาคต

หากการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 พรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ มี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ นักการเมืองแถว 2 แถว 3 เหล่านี้ ที่เป็นพลังใหม่ของพรรคเพื่อไทยจะทำได้จริง ตามสโลแกนหาเสียงที่ว่า ‘เพื่อไทย ทำได้’ หรือไม่

Tags: , , , , , , , ,