เมื่อวันที่ 24-25 มกราคมที่ผ่านมา เป็นสุดสัปดาห์ที่มีงาน Bangkok Music City 2026 โดยในปีนี้รวบรวมศิลปินไทยและเอเชียกว่า 86 ศิลปินมาเล่นคนเสิร์ตที่ย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง อีกทั้งยังเข้าชมฟรี จึงเป็นงานที่คนกรุงเทพฯ สนับสนุนให้จัดบ่อยมากขึ้น หรืออยากให้มีเกือบทุกเดือน

นอกจากมอบความสนุกสนานให้คนรักเสียงเพลง เว็บไซต์อย่างเป็นทางการให้ข้อมูลว่า Bangkok Music City เป็นมากกว่าเทศกาลดนตรี โดยระบุว่า

“งานประชุมและเทศกาลแสดงดนตรีชั้นนำของประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมโยงศิลปินหน้าใหม่ชาวเอเชีย กับโอกาสในอุตสาหกรรมดนตรีระดับโลก ไม่ใช่แค่เทศกาลดนตรี แต่เป็นประตูสู่ระบบนิเวศดนตรีที่มีชีวิตชีวาและเติบโตอย่างรวดเร็วของเอเชีย ที่ซึ่งความคิดสร้างสรรค์มาบรรจบกับธุรกิจ และศิลปินได้พบกับเวทีระดับนานาชาติ”

แม้เป็นงานที่ทำให้คนไทยเห็นแสงสว่างของวงการดนตรีบ้านเรา ทว่าผลตอบรับของงานไม่ได้มีเพียงแต่เสียงชื่นชม เพราะด้านผู้ฟังหรือแฟนเพลงที่เข้าร่วมคอนเสิร์ตได้แสดงความเห็นถึงปัญหาหลายประการที่เกิดขึ้นในงาน ตั้งแต่ขั้นตอนลงทะเบียนไปจนถึงความไม่สะดวกสบายในงาน และข้อเสนอที่ต้องการให้งานปรับปรุงในครั้งถัดไป

The Momentum รวบรวมและสรุปประเด็นความเห็นของผู้ชมที่มีต่อ Bangkok Music City 2026 โดยแบ่งปัญหาเป็น 2 หมวดที่แนะนำให้ปรับปรุง ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการเข้าถึงพื้นที่จัดแสดง 

การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

Bangkok Music City จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2019

ส่วนงานในปี 2026 นี้ประกาศรายชื่อศิลปินที่จะมาโชว์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทำให้แฟนเพลงวงต่างๆ เฝ้ารองานนี้อย่างตื่นเต้น และสำหรับคนที่เพิ่งไปเป็นปีแรก อาจชะงักเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Bangkok Music City เพื่อลงทะเบียนเข้างาน แต่เนื่องจากเป็นงานฟรี การโหลดแอปฯ จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก

นอกจากลงทะเบียนเข้างานฟรี ยังมีให้ซื้อ Priority Lane ในราคา 350 บาท เพื่อให้แฟนเพลงเข้าไปดูวงที่รักได้รวดเร็ว ร่นเวลาในการต่อแถวรอคิวเข้างาน ซึ่งแฟนเพลงต้องประเมินและตัดสินใจเองว่า ศิลปินที่อยากดูมีจำนวนฐานแฟนมากน้อยแค่ไหน และคาดคะเนว่าพื้นที่จัดงานมีขนาดความจุเพียงพอหรือไม่

ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้ผู้เข้าร่วมครั้งแรกสับสนคือ สถานที่จัดงานระบุว่าจัดที่ย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง เพราะแน่นอนว่าหลายคนรู้จักย่านเจริญกรุง แต่ไม่รู้ว่าถ้าไปย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง ต้องปักหมุดไปที่ไหน ทำให้มีคนเข้าไปคอมเมนต์ฝากคำถามนี้ในเพจ Facebook ประกอบกับช่วงนั้นยังไม่ประกาศอย่างแน่ชัดว่า เวทีคอนเสิร์ตตั้งอยู่ที่ไหนกันแน่

จนกระทั่ง 10 วันก่อนถึงวันงานจริง เพจ Bangkok Music City จึงเปิดเผยว่า งานปีนี้มีทั้งหมด 9 เวที ตั้งอยู่ใน 5 สถานที่ของย่านเจริญกรุง ได้แก่ ไปรษณีย์กลางบางรัก, โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์, ริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก, Marshall Livehouse และ The Corner House พร้อมกับบอกว่า ศิลปินวงไหนขึ้นเล่นเวทีไหน เวลาไหนบ้าง

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาราว 2 เดือน นับจากประกาศรายชื่อศิลปินครั้งแรก จากความตื่นเต้นของแฟนๆ แปรเปลี่ยนเป็นความงุนงง เพราะคนทั่วไปได้รับข้อมูลของงานน้อยและกระชั้นชิด แม้จะลงทะเบียนเข้างานไปตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ยังยากต่อการวางแผนเข้าร่วมงานนี้

เพราะฉะนั้นการประกาศข้อมูลศิลปิน วันเวลา และสถานที่ให้ชัดเจนที่สุด ในเวลาที่เหมาะสม จึงเป็นข้อเสนอสำหรับงานในปีถัดไป

การเข้าถึงพื้นที่จัดแสดง

เมื่อวันงานมาถึง แฟนเพลงที่พาตัวเองไปยังเวทีจัดงานทั้ง 5 แห่ง ในย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง บางส่วนประสบปัญหาในการเข้างาน เพราะบางเวทีมีคนมารอชมอย่างล้นหลามจนเต็มพื้นที่ จึงทำให้พลาดบางวงไป ซึ่งในเพจ Bangkok Music City ได้ลงประกาศก่อนหน้านี้แล้วว่า บางเวทีมีพื้นที่จำกัด รูปแบบงานคือใครมาก่อนได้เข้าก่อน จึงไม่การันตีว่าทุกคนจะได้ดูศิลปินที่อยากดู

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ซื้อบัตร Priority Lane ให้ความเห็นว่า แม้จ่ายเงินเพิ่ม ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เข้าชมหากคนเต็มแล้ว เนื่องจากงานไม่ได้แบ่งแยกโซนพิเศษไว้ให้ผู้ซื้อ Priority Lane แต่อย่างใด สิทธิจึงมีแค่ได้ยืนรอต่อแถวสั้นกว่าคนที่ไม่ได้ซื้อ

หากเวทีที่เราตั้งใจไปดูมีคนเต็มแล้ว เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้เราเดินไปยังเวทีอื่นๆ แม้จะเป็นกลยุทธ์ที่ดีให้คนได้ลองสำรวจย่าน และได้ลองรู้จักศิลปินใหม่ๆ แต่ก็สร้างความไม่สะดวกใจให้ผู้เข้าร่วม ที่ต้องเดินไปทั้งที่ไม่รู้ว่าเวทีข้างหน้าจะเต็มอีกไหม ประกอบกับระยะห่างของแต่ละสถานที่ทำให้ตัดสินใจได้ยาก เช่น หากตั้งใจมาดูวง A ที่ The Corner House แต่ไม่สามารถเข้าได้ และมีแผนสำรองคืออยากไปดูวง B ที่ Marshall Livehouse ซึ่งต้องใช้เวลาเดินราว 10 นาที ก็อาจทำให้พลาดช่วงแรกของโชว์ไป หรือต้องตัดใจแล้วเลือกดูวง C ที่เวทีใกล้ๆ แทน

ทั้งนี้การเข้าถึงเวทีแต่ละเวทียังมีความล่าช้า เพราะต้องเปิด QR Code จากแอปฯ ในโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สแกนจึงจะเข้างานได้ ไม่สามารถสแกนจากรูปภาพที่แคปไว้ ซึ่งความไม่เสถียรของแอปฯ Bangkok Music City ทำให้ต้องกรอกอีเมลใหม่ทุกครั้งเพื่อโหลด QR Code และต้องเปิด QR Code ให้สแกนอีกครั้งเมื่อออกจากเวที ปัญหาคือการทำซ้ำที่กระตุ้นให้หัวเสีย เพราะถ้าลองจินตนาการว่า คุณเข้าออกครบ 9 เวที หมายความว่าคุณต้องเข้าแอปฯ และกรอกอีเมลประมาณ 18 ครั้ง ต่างจากเฟสติวัลทั่วไปที่สแกนเข้าออกงานแค่ 2 ครั้ง

การใช้ QR Code ที่ต้องเปิดจากแอปฯ เพื่อสแกนเข้าและออก คือฝันร้ายของคนที่บังเอิญเน็ตหมด ประกอบกับสถานที่จัดคอนเสิร์ตเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ส่งผลให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตช้ากว่าปกติอยู่แล้ว หากโหลด QR Code ไม่ได้เสียที เท่ากับว่าจะเสียเวลาที่ติดอยู่หน้างาน รวมไปถึงคนที่ลืมพกแบตเตอรีสำรองมา จะเต็มไปด้วยความวิตกกังวลว่า แบตฯ โทรศัพท์จะหมดก่อนไหม ไหนจะต้องเปิดดูแผนที่แต่ละเวที เปิดแอปฯ สแกนเข้าออกงาน ใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปศิลปิน และต้องประหยัดแบตฯ เอาไว้เพื่อเรียกรถกลับบ้าน เป็นสารพันปัญหาที่พ่วงมากับเรื่องการเข้าถึงพื้นที่

Bangkok Music City 2026 อาจเหมาะกับผู้ที่ตั้งใจมาดูศิลปินไม่กี่วง มีเวลามารอล่วงหน้า และผู้ที่เลือกชมเพียงแค่เวทีเดียว ซึ่งแต่ละเวทีก็มีทิศทางแนวดนตรีที่ชัดเจน แต่อย่าลืมว่ายังมีคนที่ไม่ได้ฟังเพลงแค่แนวเดียว และคนที่ต้องการเน้นมาดูวงต่างประเทศหลากหลายแนวเพลง ซึ่งไม่ได้มีโอกาสได้ชมบ่อยนัก ก็อาจต้องใช้พยายามสูงในการเข้าสู่แต่ละเวที

อย่างไรก็ตาม หาก Bangkok Music City มองว่า การเข้าออกงานด้วยการสแกน QR Code ที่เปิดจากแอปฯ เป็นวิธีที่ดีที่สุด อาจอำนวยความสะดวกด้วยการเพิ่มสัญญาณ WiFi ในพื้นที่ และจัดมุมสำหรับชาร์จแบตให้กับผู้เข้าร่วมงาน

สุดท้าย หากฝ่าฟันอุปสรรคจนได้ไปยืนหน้าเวที ก็ยังมีประเด็นที่แฟนเพลงหลายวงพูดถึงคือ บางสถานที่ไม่เหมาะกับการจัดคอนเสิร์ต เช่น เวทีไปรษณีย์กลางบางรักที่เป็นขั้นบันได ศิลปินยืนเล่นอยู่ด้านล่าง ผู้ชมยืนด้านบน และ The Corner House ที่ศิลปินกับแฟนเพลงยืนอยู่ในระนาบเดียวกัน ส่งผลให้ได้ยินแค่เสียงดนตรี แต่มองไม่เห็นอะไรเลย

ประสบการณ์ชมคอนเสิร์ตที่ผู้ฟังเป็นแค่ตัวประกอบ

ผู้เข้าร่วมเดินไปเดินมาจากเวทีหนึ่งสู่อีกเวทีหนึ่ง อาจได้ยินเสียงบ่นดังมาแว่วๆ ว่า “ฉันมาทำอะไรที่นี่” ตามมาด้วยเสียงตอบกลับว่า “งานฟรี อย่าบ่นเลย”

นี่เป็นสถานการณ์ใน Bangkok Music City 2026 ที่ชวนขบคิดว่า คนทั่วไปที่เข้าร่วมงานมีสิทธิวิจารณ์งานนี้ได้มากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม หากย้อนมาอ่านนิยามของ Bangkok Music City บนหน้าเพจ Facebook ก็ระบุชัดว่า

Showcase Festival, Music Conference และจุดนัดพบในการสร้างคอนเนกชันระหว่างคนทำเพลง ค่ายเพลง กับผู้จัดเทศกาลดนตรีจากทั่วโลก” 

น่าสนใจที่ในประโยคนี้ไม่มีผู้ฟังในสมการเลย

แต่นี่อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะทั้งผู้ฟังกับผู้จัดงานมีเป้าหมายเดียวกัน คือผลักดันศิลปินไทยและอุตสาหกรรมดนตรีให้เติบโต 

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของ Bangkok Music City 2026 เป็นงานที่น่าประทับใจ น่าชื่นชมทั้งในด้านวัตถุประสงค์ของงานที่เปิดประตูบานใหม่ให้ศิลปินไทย ตลอดจนการเลือกสรรวงดนตรีทั้งวงแมสและอินดี้เรียกได้ว่า เป็นรายชื่อที่วางใจได้เลยว่าสนุกแน่นอน  

ไม่ว่าจะเป็น Apartment Khunpa, Bedroom Audio, SCRUBB, The Parkinson, The Young Wolf, Tilly Birds, YONLAPA, LEPYUTIN, MAKARA, S.O.L.E. รวมถึงศิลปินต่างประเทศ เช่น 0WAVE, 87dance, CANDY TUNE, Lilium และ SHAUN

และสุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับคนในอุตสาหกรรมดนตรีทั้งหมด ในการพัฒนา-ปรับปรุงงานในปีถัดไปให้ยอดเยี่ยมยิ่งๆ ขึ้นไป

อ้างอิง:

https://bangkokmusiccity.com/ 

Tags: , ,