จากเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 สู่เหตุการณ์เครนถนนพระราม 2 ถล่มทับผู้ใช้รถใช้ถนนในวันนี้ 15 มกราคม 2569 เหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นห่างกันเพียง 1 วันเท่านั้น

ในปัจจุบัน เรายังไม่รู้สาเหตุของทั้ง 2 เหตุการณ์ว่าเกิดขึ้นจากอะไร ไม่ว่าจะเป็นความบกพร่องของผู้ปฏิบัติงาน ความสะเพร่าของผู้รับเหมาและผู้ตรวจงาน หรือการกินต่อกันเป็นทอดๆ ที่นำไปสู่การลดสเป็กของวัสดุก่อสร้างจนเกิดโศกนาฏกรรม แต่สิ่งที่รู้ในเวลานี้คือทั้ง 2 โครงการมีผู้รับเหมาโครงการรายเดียวกันคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งรับเหมาช่วงทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 หรือมอเตอร์เวย์ M82 สายเอกชัย บ้านแพ้ว ตอน 7 และสัญญา 7 ช่วงกิโลเมตรที่ 29+772 ถึงกิโลเมตรที่ 31+207 โดยจุดที่ถล่มลงมาคือถนนพระราม 2 ทางหลวงหมายเลข 35 ขาออกจากกรุงเทพฯ ช่วงกิโลเมตรที่ 28-30 ก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัทผู้รับเหมารายนี้ได้รับงานในโครงการที่เกิดอุบัติเหตุ ก่อนหน้านี้พบว่า มีเหตุโครงสร้างขนาดใหญ่พังเสียหาย ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในหลายโครงการ ดังนี้

  1. วันที่ 28 เมษายน 2560 อุปกรณ์ยกแท่งปูนร่วงหล่นใส่คนงานในโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

  2. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ค้ำยันแบบเทคอนกรีตพังถล่มในโครงการ One Bangkok เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิตอีก 3 ราย

  3. ระหว่างปี 2564-2567 เกิดเหตุชิ้นส่วนในโครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ถล่มหลายครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย

  4. วันที่ 28 มีนาคม 2568 อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินพังถล่มทั้งหลัง เป็นเหตุให้มีผู้สูญหาย 4 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และเสียชีวิต 92 ราย

  5. วันที่ 14 มกราคม 2569 เครนขนาดใหญ่ถล่มทับขบวนรถด่วน เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 55 ราย และเสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย

  6. และเหตุการณ์ที่ 6 คือเหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันนี้ 15 มกราคม 2569 คือบริเวณถนนพระราม 2 ทางหลวงหมายเลข 35 ขาออกจากกรุงเทพฯ ช่วงกิโลเมตรที่ 28-30 ก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ซึ่งมีบริษัทเดียวกันเป็นผู้รับเหมา

คำถามสำคัญคือ เหตุใดจึงไม่มีการจัดการกับผู้รับเหมา ทั้งที่เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากมากมายขนาดนี้ หากย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน มีการเสนอแนวคิดโดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในขณะนั้น ภายใต้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซึ่งประกาศว่าจะใช้สมุดพกผู้รับเหมาเพื่อจัดการกับผู้รับเหมา ด้วยการตัดคะแนนและลดชั้นผู้รับเหมา จนทำให้บริษัทที่ถูกลดชั้นไม่สามารถรับงานโครงการขนาดใหญ่ของรัฐได้อีก

คำว่าสมุดพกผู้รับเหมาถูกพูดถึงครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ภายหลังเกิดเหตุชิ้นส่วนประกอบของโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงหล่นกระแทกพื้นและกระเด็นไปโดนศีรษะของคนงานจนเสียชีวิต ซึ่งในครั้งนั้น สุริยะระบุว่า จะใช้แนวคิดดังกล่าวเอาผิดผู้รับเหมาที่รับผิดชอบโครงการ ด้วยการประเมินการทำงานของผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานขัดกับหลักความปลอดภัย และหักคะแนนตามกรอบความผิด ซึ่งจะส่งผลต่อการประมูลงานในโครงการก่อสร้างของภาครัฐ โดยมีการตั้งเป้าหมายว่าจะเรียกผู้รับเหมาโครงการต่างๆ มารับทราบรายละเอียดในเดือนมกราคม 2567

อย่างไรก็ตาม สมุดพกผู้รับเหมากลับไม่เคยเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม แม้จะเกิดเหตุโครงการขนาดใหญ่พังถล่มหลายครั้ง โดยเฉพาะบนถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ก็ยังไม่มีการลงโทษผู้รับเหมาอย่างจริงจัง ตรงกันข้าม แนวคิดสมุดพกผู้รับเหมาถูกหยิบยกขึ้นมาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อเกิดเหตุเท่านั้น ทั้งยังพบว่า ตั้งแต่ปี 2566-2568 หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการประกาศใช้กลไกดังกล่าว

ที่สำคัญ รัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่ได้ดำเนินการลงนามในระเบียบว่าด้วยการลดชั้นผู้รับเหมา โดย ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังเหตุเครนในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน พังถล่มทับขบวนรถด่วนเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ว่า รัฐบาลอนุทินไม่ได้ลงนามในร่างกฎกระทรวงที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ ทั้งที่ร่างดังกล่าวจัดทำเสร็จแล้ว และตนเรียกร้องให้รัฐบาลลงนามมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 แต่รัฐบาลกลับเพิกเฉยจนกระทั่งมีการยุบสภาฯ ส่งผลให้การลดชั้นและการตัดสิทธิประมูลงานของบริษัทที่ประมาทเลินเล่อไม่สามารถดำเนินการได้

นอกจากนี้ศุภณัฐยังชี้ว่า มีกฎหมายและมาตรการอีกหลายฉบับที่ศึกษาเสร็จแล้ว และถูกเสนอไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการเพื่อนำเสนอต่อสภาฯ แต่เนื่องจากมีการยุบสภาฯ ก่อน จึงทำให้ไม่สามารถนำมาพิจารณาและอภิปรายต่อได้

ปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีการเอาผิดผู้รับเหมาอย่างจริงจัง ไม่มีระบบสมุดพก และไม่มีมาตรการลดชั้นผู้รับเหมาที่สามารถบังคับใช้ได้จริงและครอบคลุมผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมด เพราะหากมีกลไกเหล่านี้อย่างแท้จริง คงไม่เกิดสถานการณ์ที่ผู้รับเหมาบริษัทเดิม ซึ่งทำงานผิดพลาดจนก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยังสามารถได้รับงานโครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่มีมูลค่ามหาศาลมาจนถึงทุกวันนี้

Tags: , , , , , ,