วันนี้ (14 มกราคม 2569) เวลาประมาณ 09.13 น. เกิดเหตุเครนติดตั้งคานสะพาน (Launching Crane) ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ร่วงทับรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพมหานคร-อุบลราชธานี บริเวณบ้านถนนคต อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 22 ราย และผู้บาดเจ็บหลายราย

ล่าสุด ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาระบุถึงสาเหตุว่า โครงเหล็กเครนติดตั้งคานสะพานเป็นโครงถักเหล็กเลื่อนตัวได้ (Launching Truss) ส่วนที่ร่วงลงทับเป็นตัวฐานรองรับที่วางใต้โครงเหล็กดังกล่าว โดยมีข้อสันนิษฐาน ดังนี้

1. อุบัติเหตุน่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อสร้างสะพานเสร็จไปช่วงหนึ่งแล้ว และกำลังเคลื่อนเครนไปข้างหน้า หรือขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายฐานรองรับตัวกลางไปวางบนเสาต้นถัดไป

2. ส่วนที่ร่วงลงมาคือ ‘ฐานรองรับโครงเหล็ก’ ที่มีน้ำหนัก 20-30 ตันต่อตัว ตกลงมากระแทกรถไฟที่วิ่งอยู่ด้านล่างพอดี จึงทำให้รถไฟคว่ำและมีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

3. ผลจากแรงกระแทกทำให้โครงเหล็กเลื่อนหักและพาดอยู่บนโครงสร้างสะพาน

4. สาเหตุที่ทำให้ฐานรองรับร่วงลงมา ต้องตรวจสอบการยึดฐานรองรับดังกล่าวกับตัวคานขวางสะพานที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ว่ายึดไว้แข็งแรงเพียงใด มีปัญหาในการติดตั้งหรือไม่

โดยเหตุการณ์ที่มีลักษณะคล้ายกัน ดร.อมรยกตัวอย่างกรณี โครงเหล็ก Launcher ที่เคยร่วงลงมา 2 ครั้งในเหตุการณ์ก่อสร้างสะพานทางยกระดับลาดกระบัง-อ่อนนุช เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 และเหตุการณ์โครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 ที่ถล่มลงมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567

สำหรับพื้นที่เกิดเหตุนั้นอยู่ภายใต้สัญญาการก่อสร้างที่ 3-4 (ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด) ที่ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วกว่า 99.45% โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘ITD’ เป็นผู้รับสัญญา และมีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล (China Railway International) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชั่น (China Railway Design Corporation) เป็นบริษัทควบคุมงาน

ด้าน พิพัฒน์ รัชกิจประการ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประสานให้รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เพื่อหาสาเหตุข้อเท็จจริง พร้อมทั้งสั่งการให้กระทรวงคมนาคมประสานงานกับกระทรวงแรงงาน เพื่อตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้ใช้แรงงานหรือไม่ หากเข้าข่ายตามกฎหมายก็จะประสานสำนักงานประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและรวดเร็วที่สุด