255 ล้านตัน คือตัวเลขที่เพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นผลมาจากกิจกรรมต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตทั่วโลก เมื่อเทียบระหว่างปี 2019 และปี 2018 เพราะแม้ว่าปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นผลมาจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจะลดลง แต่การขยายตัวของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและแคนาดาส่งผลให้ตัวเลขรวมเพิ่มขึ้น และคาดการณ์ว่าน่าจะสร้างสถิติสูงถึงกว่า 4 หมื่นล้านตัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแหล่งที่มาของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนหนึ่งมาจากอาคารสำนักงานต่างๆ ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่สร้างคาร์บอนฟุตพรินท์ในแต่ละวัน

แต่สิ่งที่เป็นไปได้ก็คือทุกที่สามารถเลี่ยงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ โดยใช้วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือวางแผนการทำงานใหม่ อย่างเช่น 4 ทางเลือกที่เรายกมาเป็นตัวอย่างมาฝากกัน

ลดการใช้พลังงานผ่านอุปกรณ์สำนักงาน

การลดการใช้พลังงานไม่ได้หมายความถึงการใช้ให้น้อยลงเท่านั้น เพราะแม้ความจำเป็นในการใช้งานจะเท่าเดิม แต่การเลือกอุปกรณ์ที่ใช้ในที่ทำงานก็มีส่วนช่วยลดพลังงานและการสร้างคาร์บอนฟุตพรินท์ได้ ยกตัวอย่างเช่นการเลือกใช้หลอดไฟประเภท LED ที่ช่วยลดทั้งการใช้พลังงานและปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าหลอดไฟประเภทอื่น โดยจากข้อมูล HIS Markit บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการให้ข้อมูลระดับโลก ระบุว่า เฉพาะในปี 2017 การใช้หลอดไฟแบบ LED มีส่วนช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 570 ล้านตัน

หรือการเลือกใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทจากเอปสันที่ใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์ ซึ่งไม่ใช้ความร้อนในขั้นตอนการพิมพ์ แต่ใช้แรงดันไฟฟ้าในการพ่นหมึก เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดการสึกหรอของหัวพิมพ์ แต่ยังประหยัดพลังงานลงถึงได้ 85 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ และตัวเลขการใช้พลังงานที่ลดลงนั้นหมายถึงค่าใช้จ่ายจากการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงตามไปด้วยนั่นเอง

ลดวัสดุสิ้นเปลืองและของเสียในทุกขั้นตอน

เมื่อพูดถึงการลดวัสดุสิ้นเปลืองและของเสีย คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเรื่องการใช้งานต่างๆ ระหว่างทำงาน แต่ที่จริงแล้ว การลดวัสดุสิ้นเปลืองและของเสียนั้นสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกอุปกรณ์สำนักงาน เพราะเครื่องใช้แต่ละแบบมีขั้นตอนการผลิตแตกต่างกัน ตัวอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้ก็คือ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทของเอปสันใช้ชิ้นส่วนอะไหล่น้อยกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ถึง 59 เปอร์เซ็นต์ และมีกลไกการทำงานที่เรียบง่าย เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีที่จัดเป็นตัวอย่างของ The Ecological Choice หรือทางเลือกที่ผสมระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการทำธุรกิจ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ใช้กระดาษแบบคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

อีกคำที่มักจะพ่วงมากับเรื่องคาร์บอนฟุตพรินท์ก็คือกระบวนการทำงานแบบ paperless ลดการใช้กระดาษในหลายขั้นตอนของการทำงาน แต่ถ้ามองจากสถานการณ์จริงในปัจจุบัน ถึงแม้หลายแห่งจะมีความพยายามในการลดการใช้ลง แต่ออฟฟิศจำนวนมาก โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่หลายแห่งก็ยังจำเป็นต้องใช้กระดาษอยู่ ดังนั้น ถ้ายังมีการใช้กระดาษแต่ต้องการลดมลภาวะ สิ่งที่ทำได้ก็คือมองหาทางเลือกหรือตัวช่วยในการทำงานที่จะสอดคล้องกับความตั้งใจนี้แทน

อย่างเช่นการเลือกใช้เครื่องพิมพ์ที่เป็นทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม แบบเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทของเอปสัน ที่เปรียบเทียบกันแล้วลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยกว่าถึง 85 เปอร์เซ็นต์ โดยจากที่ต้องใช้ต้นไม้มากถึง 8 ต้นเพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ก็ใช้ต้นไม้เพียงต้นเดียวเมื่อใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทพิมพ์งานในปริมาณใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ ยังรองรับการพิมพ์ 2 หน้า ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษได้โดยตรง

ทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าทำได้ การคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมก็จะเป็นส่วนหนึ่งในงานของทุกคนและทุกฝ่ายโดยอัตโนมัติ แน่นอนว่าการระบุอยู่ในนโยบายบริษัทอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรสร้างการรับรู้ร่วมกันก็จริง แต่ก็คงไม่เห็นผลเท่ากับการกระตุ้นและรณรงค์ให้พนักงานทำเป็นนิสัย จนกระทั่งซึมซับไปในที่สุด

บริษัทควรสนับสนุนให้พนักงานลองมอนิเตอร์คาร์บอนฟุตพรินท์ของตัวเอง เพียงแค่เข้า Google แล้วพิมพ์ carbon footprint calculator ก็จะเจอเว็บไซต์ที่สามารถกรอกข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมในแต่ละวันและคำนวณออกมาเป็นตัวเลขของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นผลจากกิจกรรมในแต่ละวันได้แล้ว และเมื่อเห็นตัวเลขที่เป็นอยู่เทียบกับตัวเลขที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจะส่งผลอย่างไร ก็จะทำให้แต่ละคนเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นได้ ส่งผลให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ใช่แค่การบอกให้ทำ แต่มาจากความเข้าใจของทุกคนในที่ทำงาน

จะเห็นได้ว่า ทางเลือกแบบ The Ecological Choice ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเราเองและองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นทางเลือกที่ดีต่อโลกด้วย เพราะช่วยลดทั้งพลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของสังคมโลกและส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

Fact Box

ecological คือ แนวคิดในการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ซึ่งเป็นแนวคิดที่เอปสัน (Epson) ใช้ในการพัฒนาเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท โดยคำนึงถึงเรื่องการใช้พลังงาน อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปริมาณวัสดุสิ้นเปลืองและของเสีย

ผลลัพธ์ที่ได้ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแบบ The Ecological Choice คือเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่เป็นทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์มากถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองและใช้ชิ้นส่วนอะไหล่น้อยกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ถึง 59 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบที่ทำให้ได้เครื่องพิมพ์ทางเลือกที่ประสิทธิภาพของเครื่องมาพร้อมกับความประหยัดและการลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ตอบสนองทั้งความต้องการทางธุรกิจและความสำคัญในเรื่องการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัว และมีวิธีการทดสอบดังต่อไปนี้

1. ทำการทดสอบโดย Keypoint Intelligence-Buyers Lab ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเอปสัน ทดสอบโดยการเปรียบเทียบเครื่องพิมพ์เลเซอร์สีแบบมัลติฟังก์ชั่นในรุ่น 65-70 หน้าต่อนาที และทำการทดสอบโดยใช้ค่าเริ่มต้นของอุปกรณ์ซึ่งใช้วิธีการทดสอบตามมาตรฐานการใช้พลังงานของ Keypoint Intelligence-Buyers Lab การคำนวณอ้างอิงจากวันทำงานของการพิมพ์ 2 x 4 ชั่วโมงการพิมพ์ + 16 ชั่วโมงในโหมดพักเครื่อง/สแตนด์บาย และการใช้พลังงานในวันเสาร์-อาทิตย์ 48 ชั่วโมงในโหมดพักเครื่อง/สแตนด์บาย รูปแบบการพิมพ์สำหรับการทดสอบงานทั้งหมด 69 หน้าทั้งไฟล์ .doc, .xls, .ppt, .html และ Outlook ถูกพิมพ์ 6 ครั้งในทุกๆ 4 ชั่วโมงของช่วงเวลาการพิมพ์

2. การคำนวณค่าการปล่อยก๊าซ CO2 รายปี อ้างอิงจาก JEMAI-LCA Pro โดยคำนวณจากอัตราการดูดซับก๊าซ CO2 ของต้น Cedar อ้างอิงตามมาตรฐานของ Japan Factory Agency คือ CO2 8.8 กิโลกรัม ต่อต้นต่อปี

3. ทำการทดสอบโดย Keypoint Intelligence-Buyers Lab ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเอปสัน ทดสอบโดยการเปรียบเทียบจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์สีแบบมัลติฟังก์ชั่นในรุ่น 65-70 หน้าต่อนาที โดยการคำนวณอ้างอิงจากความถี่ในการเปลี่ยนและปริมาณของวัสดุสิ้นเปลือง รวมไปถึงชิ้นส่วนอะไหล่ที่ใช้ในการพิมพ์กระดาษ 1 ล้านแผ่น (รูปแบบการทดสอบ ISO/IEC 24712) ในระยะเวลา 5 ปี

Tags: , ,