ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสถานการณ์และสภาพปัญหาการฟอกเงินทั้งหมด 9 พื้นที่กรณีศึกษา อันได้แก่ 

1.กรุงเทพฯ และปริมณฑล 

2.อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

3.เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จันทบุรี ตราด และสระแก้ว 

4.จังหวัดเชียงใหม่ 

5.จังหวัดเชียงราย 

6.อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 

7.จังหวัดขอนแก่นและชายแดนอีสานเหนือ

8.จังหวัดกระบี่ พังงา และภูเก็ต 

9.จังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช 

โดยใช้วิธีการสังเกตการณ์ทางตรงในช่วงเวลา 9 เดือน ผสมกับการค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม ในแหล่งข่าวเปิดและการทบทวนวรรณกรรม สามารถนำเสนอผลการสังเกตการณ์มาเขียนสรุปภายใต้ กรอบเค้าโครง ในหัวข้อดังต่อไปนี้

1.ขอบเขตของพื้นที่

2.ช่วงระยะเวลาที่เริ่มมีปรากฏการณ์

3.บริบททางเศรษฐกิจการเมืองระดับโลก/ชาติ ที่มีผลต่อการดึงดูดการฟอกเงินเข้าสู่พื้นที่

4.ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ โครงสร้างประชากร และบรรยากาศของเมือง

5.โครงสร้างพื้นฐานของเมืองที่เอื้อต่อการฟอกเงิน การคมนาคม สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

6.ทรัพย์สินที่เอื้อให้เข้ามาซื้อเพื่อฟอกเงิน (โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย หมู่บ้าน คอนโด อพาร์ตเมนต์ โรงงาน ธุรกิจ ร้านค้า สินค้าหรูหรา งานศิลปะ สินค้าที่ปั่นราคาตามกระแส และองค์กรทางธุรกิจที่จ้างงาน)

7.บริการเสริมที่เอื้อให้การฟอกเงินสะดวก (สำนักงานทนายความ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ผู้ตรวจสอบบัญชี/ภาษี ธุรกิจ/ผู้รับจ้างดำเนินการ)

8.สถาบันการเงิน แลกเงิน แลกเงินดิจิทัล

9.การตั้งองค์กรอำพรางกิจกรรมผิดกฎหมาย สมาคมหรือมูลนิธิบังหน้า

10.สภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้อาชญากรอยากมาตั้งรกราก

11.เครือข่าย กลุ่มทุน และสมาคมของคนในพื้นที่ ซึ่งเอื้อต่อการสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรอาชญากรรมฟอกเงิน

12โอกาสในการคอร์รัปชันระหว่างอาชญากร เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ 

13.ความเข้มแข็งของกระบวนการยุติธรรม ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่

14.ตัวอย่างคดีที่มีการจับกุมหรือเป็นข่าวในพื้นที่

หากนำทุกปัจจัยและเงื่อนไขมาประมวลผลแล้วนักวิจัยสามารถจัดอันดับสถานการณ์ความร้ายแรงของปัญหาและแนวโน้มความเสี่ยงของการเพิ่มขึ้นของการฟอกเงินได้ตามลำดับที่เรียงจากมากไปหาน้อย ดังต่อไปนี้

1.พัทยา ชลบุรี และพื้นที่ภาคตะวันออกของไทยมีความเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการทำกิจกรรมการฟอกเงิน ไม่ว่าจะเป็นวิธีฟอกเงินแบบใด เนื่องจาก เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และสถานศึกษา โรงพยาบาล สินค้าอุปโภคและบริโภคมากมายต่างๆ ตามที่ได้กล่าวไปในหัวข้อก่อนหน้า รวมถึงยังเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจและธุรกิจต่างๆ มากมาย ทำให้การเข้ามาลงทุนหรือทำกิจการในพื้นที่เป็นจำนวนมาก 

ดังนั้นจึงเป็นพื้นที่เหมาะสมในการเข้ามาทำการฟอกเงิน ทั้งการฟอกเงินแบบซื้อสังหาริมทรัพย์ทั่วไปยังไม่มีการประกอบกิจการต่าง ๆ เพื่ออยู่อาศัย และทำกิจการต่าง ๆ เพื่อบังหน้าการฟอกเงิน (ได้ทำทำการฟอกเงิน และได้กำไรจากการทำกิจการด้วย) รวมไปถึงเป็นพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติเข้ามาทำกิจการถูกกฎหมายและผิดกฎหมายมากมาย 

ทำให้อาจมีการสร้างเครือข่ายกันภายในในการร่วมมือกันเป็นกลุ่มได้ การรักษาภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวทำให้การเข้าปราบปรามของตำรวจอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์เรื่องการท่องเที่ยวของประเทศไทย ขัดขวางการเข้าตรวจสอบหรือปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายได้อย่างไม่เต็มที่ ทำให้การเข้ามาทำกิจการฟอกเงินในพื้นที่ อาจสามารถรอดพ้นจากการปราบปรามหรือตรวจสอบได้ดีกว่าการเข้าไปทำการฟอกเงินในพื้นที่อื่นๆ

2.กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นเมืองที่เหมาะสมอย่างมากในการทำกิจกรรมฟอกเงิน เพราะเป็นเมืองที่ครบถ้วนด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ที่เหมาะสมสำหรับการทำธุรกิจ ทำกิจกรรมฟอกเงิน รวมไปถึงยังเหมาะแก่การอยู่อาศัยด้วย 

ดังนั้นอาชญากรที่มาทำกิจกรรมในพื้นที่นี้ จะได้ทำธุรกิจอย่างสะดวก มั่นคงและเจริญเติบโต ไปพร้อมกับการคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่อาศัยอย่างมีความสุขนั่นเอง (ได้ทั้งฟอกเงิน ได้ทั้งกำไร และได้ทั้งคุณภาพชีวิตที่ดี) แต่ต้องเผชิญกับการเฝ้าระวังต่อต้านจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และการจับตาของประชาสังคมที่มีความกังวลต่อประเด็นสังคม

3.เชียงใหม่ เหมาะอย่างยิ่งในการทำกิจกรรมฟอกเงิน เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน หรือใกล้จังหวัดข้างเคียงที่มีพรมแดนติดกับประเทศข้างเคียง ทำให้การซื้อขายยาเสพติดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ด้วยเหตุนี้ทำให้เม็ดเงินมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทย ในขณะเดียวกันก็ต้องนำเงินสกปรกเหล่านั้นฟอกขาว เพื่อนำไปหล่อเลี้ยงขบวนการค้ายาเสพติดต่อไป อีกทั้งจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองที่ชาวจีนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวและอยู่อาศัย ทำให้อาจมีกลุ่มจีนเทาปะปนมาตั้งรกรากอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 

โดยมีการมีการซื้อขายบ้านหรู อาคารชุด และธุรกิจโรงแรม อย่างคึกคักและยังใช้นอมินีคนไทย ในการเข้าซื้อทรัพย์สินเหล่านี้ เพื่อเปลี่ยนเงินผิดกฎหมายให้เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

ทั้งยังมีช่องโหว่เรื่องวีซ่านักเรียนหรือวีซ่านักท่องเที่ยว และการมีเจ้าหน้าที่รัฐที่รับสินบน ที่เอื้อให้กลุ่มอาชญากรสามารถเข้ามาพำนักและดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกตรวจสอบสถานะ 

และด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่มีสกุลเงินดิจิทัล ทำให้การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนเป็นไปได้ง่ายขึ้น ทำให้เชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงมาก ในการเป็นศูนย์กลางของการฟอกเงินในระดับภูมิภาค และเป็นทำเลที่กลุ่มคนที่ต้องการดำเนินธุรกิจแบบผิดกฎหมายต่างมุ่งหมายที่จะมาตั้งรกราก

4.เชียงรายและชายแดนเหนือติดสามเหลี่ยมทองคำ ปัจจัยทั้งหมด ทั้งด้านภูมิศาสตร์ที่ติดกับ Criminal Zone (คิงโรมัน), ความใกล้ชิดกับสามเหลี่ยมทองคำเก่าและเส้นทางค้ายาเสพติด, โครงสร้างเศรษฐกิจและธุรกิจที่หลากหลาย, ความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรมที่เอื้อ, และระบบรัฐที่ยังมีช่องโหว่ 

เชียงรายจึงถือเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกใช้เป็น ‘ศูนย์กลางการฟอกเงิน’ แห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยเชียงรายมีทุนจีนเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้ง ในเชิงโครงสร้างวัฒนธรรมและเครือข่ายธุรกิจ

5.แม่สอดและชายแดนริมฝั่งสาละวิน มีทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานหลากหลายที่สามารถนำมาใช้เพื่อ ‘ฟอก’ เงินที่มาจากกิจกรรมผิดกฎหมายได้ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านเหล้า อสังหาริมทรัพย์ ตลาดค้าสินแร่ รวมถึงแรงงานต่างด้าวทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายจำนวนมาก 

ความหลากหลายของประชากรและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ช่วยทำให้การเคลื่อนไหวของเงินทุนและสินค้าดูไม่ผิดปกติ อีกทั้งยังเพิ่มความยากลำบากในการตรวจสอบและจับกุม แม่สอดยังได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘พื้นที่ทองคำฝังเพชร’ สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานเมือง

แม่สอดจึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการทำกิจกรรมฟอกเงินในระดับสูง ทั้งจากข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจชายแดนที่มีความซับซ้อน และระบบการบังคับใช้กฎหมายที่เปราะบาง เปิดโอกาสให้เครือข่ายอาชญากรรมและกลุ่มทุนสีเทา สามารถดำเนินกิจกรรมฟอกเงินได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

6.ขอนแก่นและชายแดนริมฝั่งโขง จังหวัดขอนแก่นมีปัจจัยหลายประการที่เอื้อต่อการทำกิจกรรมฟอกเงิน เนื่องจากเป็นเมืองศูนย์กลางในหลายด้านของภูมิภาค มีสินทรัพย์และธุรกิจจำนวนมากที่เหมาะแก่การฟอกเงิน 

ในอนาคตจะมีโครงการรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง ทั้งยังผลักดัน ‘ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ’ (NEEc) ครอบคลุมจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย หลายฝ่ายจึงคาดว่าจะมีการลงทุน การเคลื่อนย้ายประชากรมายังขอนแก่นมากขึ้นอีก ซึ่งอาจตามมาด้วยกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่จะแฝงตัวเข้ามา

7.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ มีสินทรัพย์ที่น่าสนใจ มีธุรกิจที่เงินไหลเวียนผ่านได้มหาศาล แต่มีข้อจำกัดเรื่องการเดินทางขนส่ง กลุ่มทุนต่างชาติและกลุ่มท้องถิ่นที่อยู่ในภูเก็ต กระบี่พังงามาก่อนมีการปะทะและเปิดโปงกลุ่มทุนใหม่ที่เข้ามาแข่งขันแย่งชิงพื้นที่ได้สูงมาก เนื่องจากเป็นแลนด์มาร์คหรูหราระดับโลก 

สภาพเมืองและวัฒนธรรมบนพื้นที่พังงาและกระบี่ ยังไม่เปิดรับการมาประกอบธุรกิจและอยู่อาศัยของกลุ่มทุนเอเชียมากนัก จึงยังไม่เหมาะกับกลุ่มธุรกิจสีเทาที่พัวพันกับการฟอกเงินให้เครือข่ายหลอกลวงทางเทคโนโลยี

8.ชะอำและหัวหิน เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตของคนไทยระดับสูงและชนชั้นกลางเป็นพื้นที่ของหน่วยราชการและความมั่นคงหนาแน่น แม้มีบรรยากาศและสินทรัพย์น่าสนใจ แต่มีความเสี่ยงมากเกินไปในการนำเงินมาฟอกในพื้นที่นี้ เนื่องจากอาจตกเป็นเป้าของการสอดส่องจับกุมได้และเดินทางลำบาก

9.สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ไม่มีสินทรัพย์ที่เป็นสิ่งดึงดูดอาชญากรมากนัก เว้นพื้นที่เกาะสมุยและพะงันแต่ก็ต้องปะทะกับกลุ่มทุนต่างชาติอื่น ที่พยายามครอบครองพื้นที่ในทั้ง 2 เกาะ และการเดินทางไม่สะดวกนัก จึงไม่เหมาะเป็นแหล่งฟอกเงินของกลุ่มอาชญากรที่ต้องการหมุนเวียนเงินเยอะอย่างรวดเร็ว

[1] ส่วนหนึ่งของรายงานวิจัยเรื่อง การฟอกเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรมไซเบอร์และแนวทางการนำทรัพย์สินมาสร้างกองทุนเยียวยาผู้เสียหาย ด้วยงบประมาณของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ปี 2568 โดยคณะผู้จัดทำ ทศพล ทรรศนพรรณ, สรชา สุเมธวานิชย์ และภาสกร ญี่นาง

Tags: , , , , ,