เมื่อวานนี้ (14 มกราคม 2026) รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งระงับการดำเนินขอวีซ่าพำนักถาวร (Immigrant Visa) จาก 75 ประเทศทั่วโลกซึ่งหนึ่งในประเทศเหล่านั้นรวมไปถึง ‘ประเทศไทย’ ด้วย เนื่องจากข้อกังวลด้านสวัสดิการรัฐ

การระงับขอวีซ่าพำนักถาวรในครั้งนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 มกราคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากสถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกได้รับคำสั่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2025 ให้ตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้ขอวีซ่าอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเอกสารของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า บุคคลเหล่านั้น “จะต้องไม่มีความเสี่ยงต่อการพึ่งพิงงบประมาณของรัฐบาลในขณะที่พำนักอยู่ในสหรัฐฯ

“สหรัฐฯ จะดำเนินการระงับขอวีซ่าพำนักถาวรจาก 75 ประเทศชั่วคราว ซึ่งผู้อพยพจากประเทศเหล่านี้ได้รับสวัสดิการจากสหรัฐฯ ในอัตราที่เราไม่สามารถยอมรับได้

“การระงับจะดำเนินการต่อไปจนกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะมั่นใจว่าผู้อพยพใหม่จะไม่ขูดรีดความมั่งคั่งไปจากประชาชนชาวสหรัฐฯ” กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างของรัฐบาลในประเด็นเรื่องผู้อพยพใช้สวัสดิการรัฐขัดแย้งกับข้อมูลจากสถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะ Cato ของสหรัฐฯ ซึ่งเปิดเผยว่า ชาวอเมริกัน 1 คนใช้สวัสดิการรัฐมากกว่าผู้อพยพในสหรัฐฯ ทั้งหมด

ทั้งนี้การประกาศระงับขอวีซ่าในครั้งนี้ ไม่นับรวมการขอวีซ่าประเภทพำนักชั่วคราว วีซ่าท่องเที่ยว และวีซ่าธุรกิจ ซึ่งคาดว่าการขอวีซ่าเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพงานฟุตบอลโลก 2026 และเจ้าภาพจัดโอลิมปิก 2028

ด้าน สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เข้าหารือการคณะทูตของสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยในประเด็นดังกล่าวพร้อมยืนยันชัดเจนว่า คำสั่งนี้ไม่ได้กระทบนักท่องเที่ยว นักเรียนนักศึกษา และนักธุรกิจแต่อย่างใด แต่เน้นมุ่งเป้าไปยังกลุ่มบุคคลที่ต้องการเข้าพำนักในสหรัฐฯ ถาวรเท่านั้น

สีหศักดิ์ยังกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นการระงับถาวร แต่เป็นการระงับเพียงชั่วคราว เพื่อให้สหรัฐฯ ได้ทบทวนและประเมินสถานการณ์ภาพรวมภายในประเทศเกี่ยวกับประเด็นเรื่องงบประมาณและระบบสวัสดิการรัฐในการดูแลผู้อพยพ ซึ่งต้องปรับให้สอดคล้องกับนโยบาย American First ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยแสดงออกถึงความไม่สบายใจที่รัฐบาลสหรัฐฯ เหมารวมทั้ง 75 ประเทศไว้ในกลุ่มเดียวกัน และสร้างความไม่เป็นธรรมให้กับพลเมืองชาวไทยที่ส่วนใหญ่ล้วนประกอบอาชีพสุจริตและถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐฯ

นโยบายต่อต้านผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ในสมัยที่ 2

การระงับขอวีซ่าพำนักถาวรครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการประท้วงของประชาชนในหลายเมืองทั่วประเทศ หลังเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Immigration and Customs Enforcement: ICE) ยิง รินี กู๊ด (Renee Good) หญิงชาวอเมริกันเสียชีวิต  เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายใต้คำสั่งปราบปรามผู้อพยพที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงเดือนมกราคม 2025 

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงว่า รัฐบาลยกเลิกวีซ่ามากกว่า 1 แสนฉบับ นับตั้งแต่ทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสมัย 2 ขณะที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ประกาศว่า รัฐบาลทรัมป์เนรเทศผู้อพยพออกจากประเทศได้สำเร็จมากกว่า 6.05 แสนคน และมีผู้อพยพเดินทางออกจากสหรัฐฯ ด้วยความประสงค์ของพวกเขาเองมากกว่า 2.5 ล้านคน

ในช่วงเดือนธันวาคม 2025 รัฐบาลทรัมป์ยังประกาศรายชื่อประเทศเพิ่มขึ้นอีก 39 ประเทศ ส่งผลให้ปัจจุบันมีประเทศทั้งหมดรวม 90 ประเทศทั่วโลกที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ไม่ได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการระงับการดำเนินการขอลี้ภัยและการยื่นขอสัญชาติของผู้อพยพ

การเนรเทศผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ มักมุ่งเป้าไปที่ผู้อพยพที่มาจากทวีปแอฟริกา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศยากจน และรัฐบาลสหรัฐฯ เชื่อว่าเป็นประเทศของทวีปเหล่านี้คือแหล่งพักพิงของกลุ่มผู้ก่อการร้าย 

ทรัมป์เคยกล่าวไว้ว่า เขาจะทำให้การ ‘ระงับ’ เดินทางเข้าสหรัฐฯ ของผู้อพยพจาก ‘ประเทศโลกที่สามทั้งหมด’ เกิดขึ้นได้จริง

ที่มา: 

https://www.theguardian.com/us-news/2026/jan/14/immigrant-visas-suspended-trump 

https://apnews.com/article/trump-immigration-visas-79909bd01e9e1e3dedde144f865a1b9d 

https://www.aljazeera.com/news/2026/1/14/trump-administration-to-suspend-immigrant-visa-processing-for-75-countries 

https://www.channelnewsasia.com/world/us-suspends-immigrant-visa-processing-75-nations-5859581 

https://6abc.com/post/2-shot-federal-agents-portland-sources/18374448/ 

Tags: , , , , ,