วันนี้ (11 มิถุนายน 2569) ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีการจัดงาน ‘TH-AI Passport Forum’ เปิดรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport 1,600 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความคุ้มค่าและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงาน สื่อมวลชน นักวิชาการ และประชาชนเข้าร่วมรับฟังและซักถามอย่างหนาแน่น
ประกอบด้วย ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี, แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี และเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.)
ขณะที่ผู้ชี้แจงและตอบข้อสงสัยมีแกนนำหลักประกอบด้วย พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี, เวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดีอี ร่วมด้วยตัวแทนกลุ่มบริษัทผู้รับจ้าง และตัวแทนจากบริษัทไมโครซอฟต์ (Microsoft) 
สำหรับที่มาและความสำคัญของโครงสร้างนี้ ดีอีอธิบายถึงความจำเป็นในการลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยี พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่า ในปัจจุบันประเทศไทยยังมีความสามารถในการใช้งาน AI ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน โครงการนี้จึงตั้งเป้าดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมประมาณ 5 ล้านคน โดยจะแบ่งการจัดสรรโควตาออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ
– นักเรียน ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป และนักศึกษา ซึ่งจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างพื้นที่เมืองกับชนบท เพื่อทลายช่องว่างทางความรู้และขยายโอกาสอย่างเท่าเทียม
– บุคลากรภาครัฐ เพื่อมุ่งเป้าลดระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินงาน และขยายประสิทธิภาพในการทำงานของภาครัฐให้ดียิ่งขึ้น
– ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการ SME
สำหรับข้อสงสัยที่ว่า โครงการ TH-AI Passport แตกต่างจากการที่ประชาชนสมัครใช้บริการ AI ระดับ Pro หรือ Premium ด้วยตนเองอย่างไรนั้น ตัวแทนบริษัทคู่สัญญาและดีอีร่วมกันชี้แจงว่า ระบบ AI เวอร์ชันฟรีที่มีให้ใช้งานทั่วไปในปัจจุบัน ยังไม่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพเพียงพอสำหรับการประมวลผลข้อมูลเชิงลึก รวมถึงไม่ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาทักษะที่ดีอีวางไว้
ด้วยเหตุนี้ โครงการ TH-AI Passport จึงกำหนดเงื่อนไขในสัญญาให้จัดหาโมเดล AI ระดับ Pro และ Premium เท่านั้น เพื่อสร้างความหลากหลายและรองรับการใช้งานที่ซับซ้อน ควบคู่ไปกับการจัดเตรียมหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อยกระดับทักษะอีกกว่า 130 หลักสูตร รวมถึงการนำระบบสะสมแต้มมาใช้กระตุ้นการเรียนรู้
นอกจากนี้ยังชี้แจงอีกว่า เมื่อเปรียบเทียบในด้านความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณพบว่า โครงการนี้มีต้นทุนที่รัฐบาลสมทบจ่ายเฉลี่ยเพียง 27 บาท ต่อคนต่อเดือน ซึ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการที่ประชาชนต้องควักเงินเพื่อสมัครใช้บริการ AI ระดับ Premium ด้วยตนเองเป็นรายบุคคลแล้ว ถือว่าคุ้มค่ากว่ามาก
ส่วนประเด็นคำถามที่ว่า เหตุใดภาครัฐจึงไม่ยอมติดต่อซื้อสิทธิโดยตรงกับบริษัทบิ๊กเทค แต่ต้องจัดซื้อผ่านบริษัทตัวกลางนั้น ผู้แทนจากบริษัทไมโครซอฟต์ขึ้นชี้แจงถึงข้อจำกัดด้านนโยบายธุรกิจว่า โดยปกติแล้วทางบริษัทจะไม่มีนโยบายจำหน่ายสิทธิบริการระบบคลาวด์หรือซอฟต์แวร์ขั้นสูงให้แก่หน่วยงานภาครัฐโดยตรง แต่จะจำหน่ายผ่านพาร์ตเนอร์ที่ได้รับสิทธิแต่งตั้งในการขายต่อ (Reseller) เท่านั้น
ประกอบกับข้อจำกัดของระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สามารถแยกทำสัญญาที่กระจัดกระจายพร้อมกันถึง 14 ฉบับในโครงการเดียวได้ รัฐจึงจำเป็นต้องมีผู้บริหารจัดการโครงการเพียงรายเดียวเข้ามาบริหารสัญญารวมทั้งหมด
นอกจากนี้ ในเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลประชาชนตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ตัวแทนจากไมโครซอฟต์ยืนยันว่า บริษัทอยู่ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลเท่านั้น โดยระบบจะไม่เก็บข้อมูลนำเข้า (Input) และส่งออก (Output) ของผู้ใช้ไปใช้ประโยชน์อื่นใด
ขณะที่ดีอีระบุว่า แพลตฟอร์มนี้จะเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชัน ThaID ของ มท.เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ โดยภาครัฐจะเห็นเพียงข้อมูลสถิติภาพรวม เช่น พื้นที่ที่มีการใช้งานและฟังก์ชันที่ได้รับความนิยม เพื่อนำไปประเมินผลสัมฤทธิ์ แต่จะไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาเชิงลึกที่ประชาชนพิมพ์สนทนากับ AI ได้
สำหรับประเด็นการจัดซื้อจัดจ้าง ทางดีอียืนยันว่า ทุกกระบวนการเป็นไปตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการล็อกสเปกอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ ทางกระทรวงฯ ยังพิจารณาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาในแต่ละงวดงานใหม่ ให้เป็นระบบจ่ายเงินตามการใช้งานจริงเพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในช่วงเปิดเวทีซักถามทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อ ธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคำถามโดยตรงต่อนายไชยชนก ถึงประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวกับบริษัทเอกชนผู้ได้รับสัญญาในโครงการนี้ ซึ่งทางรมต.ดีอีชี้แจงตามตรงว่า ‘รู้จักจริง’ แต่ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา มีการสืบราคากลางจากกลุ่มกิจการอย่างรัดกุม และสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ในทุกขั้นตอน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่าย รักชนก ศรีนอก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เปิดภาพแสดงความสนิทสนมระหว่างไชยชนก, เนวิน ชิดชอบ บิดา และกรุณา ชิดชอบ ภรรยาของเนวิน รวมถึงแนน และผู้บริหารบริษัทเอกชนที่ได้รับสัญญาในโครงการนี้ถ่ายภาพร่วมกันอย่างสนิทสนม เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของกรุณา 




