เหลือเวลาอีกเพียง 3 วัน ก่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือ ‘บอร์ดประกันสังคม’ ชุดใหม่ในวันที่ 27 กันยายน 2569 ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมโดยตรงเป็นครั้งที่ 2 หลังจากการเลือกตั้งครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566

หนึ่งในเรื่องที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงในฐานะผลงานของบอร์ดประกันสังคมชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้ง คือการเปิดข้อมูลและตรวจสอบการใช้เงินของกองทุนประกันสังคม โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด ซึ่งต่อมากลายเป็นที่มาของข้อสงสัยครั้งใหญ่เรื่องอาคาร SKYY9 Centre ย่านพระราม 9 มูลค่าเกือบ 7,000 ล้านบาท

ย้อนกลับไปในการเลือกตั้งครั้งแรก ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับเลือกเป็นผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน 6 จากทั้งหมด 7 ที่นั่ง และเข้าทำหน้าที่ในบอร์ดซึ่งประกอบด้วยผู้แทนรัฐบาล ผู้แทนนายจ้าง และผู้แทนผู้ประกันตนฝ่ายละ 7 คน รวมทั้งหมด 21 คน

หลังเข้าทำหน้าที่ ตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตนเริ่มตั้งคำถามต่อรายละเอียดการลงทุนของกองทุน โดยเฉพาะสินทรัพย์นอกตลาด ซึ่งกรรมการบางส่วนระบุในเวลาต่อมาว่า ก่อนหน้านั้นบอร์ดรับรู้เพียงภาพรวมว่ากองทุนนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด และมีผลตอบแทนเท่าไร แต่ไม่ได้เห็นรายละเอียดว่าเงินถูกนำไปลงทุนในสินทรัพย์ชิ้นใดบ้าง

กระทั่งเดือนมีนาคม 2568 รักชนก ศรีนอก และสหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน เปิดข้อมูลต่อสาธารณะว่า กองทุนประกันสังคมเข้าลงทุนในอาคาร SKYY9 Centre ด้วยเงินประมาณ 7,000 ล้านบาท ผ่านกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (PE Trust) ทั้งที่ตั้งข้อสังเกตว่า มูลค่าของอาคารอาจต่ำกว่าราคาที่กองทุนจ่ายอย่างมีนัยสำคัญ

รักชนกระบุในเวลาต่อมาว่า ข้อมูลส่วนหนึ่งที่นำมาใช้ตรวจสอบมาจากการทำงานร่วมกับทีมประกันสังคมก้าวหน้า ขณะที่ตัวแทนในบอร์ดเองก็เดินหน้าขอบันทึกการประชุมย้อนหลังและรายละเอียดการอนุมัติลงทุน เพื่อหาคำตอบว่าเหตุใดเงินของผู้ประกันตนจึงถูกนำไปลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าว

สำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่า การลงทุนเกิดขึ้นในปี 2565 ก่อนที่บอร์ดชุดเลือกตั้งจะเข้ารับตำแหน่ง โดยลงทุนจริงประมาณ 6,995 ล้านบาท และยืนยันว่ากระบวนการเป็นไปตามขั้นตอน มีผู้ประเมินราคาอิสระที่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมระบุว่ามูลค่าที่ประเมินด้วยวิธีรายได้อยู่ที่ประมาณ 7,300 ล้านบาท จึงมองว่าราคาที่เข้าลงทุนต่ำกว่าราคาประเมิน

อย่างไรก็ตาม ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2568 มีรายงานผลการตรวจสอบที่กระทรวงมหาดไทยส่งต่อให้กระทรวงแรงงาน ซึ่งประเมินมูลค่าอาคาร SKYY9 Centre อยู่ที่ประมาณ 3,428-3,863 ล้านบาท ต่ำกว่ามูลค่าการลงทุนของกองทุนประกันสังคมอย่างมาก และเรื่องดังกล่าวยังนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดย อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามรับทราบผลสอบ และส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งจนถึงขณะนี้ สถานะของ ‘ผลสอบ’ ยังคงคลุมเครือ

นอกจาก SKYY9 Centre ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตัวแทนบอร์ดฝ่ายผู้ประกันตนยังตรวจสอบโครงการอื่นของสำนักงานประกันสังคม ตั้งแต่โครงการระบบไอทีวงเงิน 850 ล้านบาท งบทำปฏิทิน เสื้อ หมวก และค่าใช้จ่ายด้านบริหาร ตลอดจนการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ขณะที่ในด้านสิทธิประโยชน์ มีการผลักดันเงินสงเคราะห์บุตรจากเดือนละ 800 บาท เป็น 1,000 บาท การเพิ่มสิทธิกรณีว่างงาน และการขยายสิทธิด้านทันตกรรม ทั้งนี้ รายการดังกล่าวเป็นผลงานที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าระบุไว้ในรายงานของตนเอง

กรณีอาคาร SKYY9 Centre กลายเป็นตัวอย่างหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง หลังมีตัวแทนผู้ประกันตนจากการเลือกตั้งเข้าไปนั่งในบอร์ดเพราะทำให้รายละเอียดการบริหารเงินกองทุนและการลงทุนซึ่งก่อนหน้านี้แทบไม่ปรากฏต่อสาธารณะ ถูกนำออกมาตั้งคำถามและตรวจสอบมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ การเลือกตั้งวันที่ 27 กันยายน 2569 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ประกันตนและนายจ้างที่ลงทะเบียนใช้สิทธิไว้ จะได้เลือกผู้แทนฝ่ายละ 7 คน เข้าไปทำหน้าที่ในคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ ซึ่งมีอำนาจกำหนดสิทธิประโยชน์ กำกับการบริหารกองทุน และตรวจสอบการใช้เงินกองทุน การเข้าคูหาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกันตนจะได้กำหนดว่า ใครควรเป็นตัวแทนเข้าไปดูแลเงินและสิทธิที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเอง

Tags: ,