วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2569) ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน พรรคเพื่อไทยจัดงานปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ในชื่องาน ‘ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่’ โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และตัวแทนผู้สมัค รสส. พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง รวมถึง แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพี่สาว พินทองทา ชินวัตร ก็เข้าร่วมภายในงานด้วย ทั้งนี้ผู้จัดงานชักชวนให้ผู้เข้าร่วมสวมชุดสีแดง อีกทั้งยังมี Fan Cam เล่นกับผู้ที่เข้าร่วมฟังปราศรัย เป็นการจัดงานปราศรัยที่เน้นให้ทุกคนมีส่วนร่วม
สำหรับผู้ที่ปราศรัยในวันนี้ได้แก่ ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย, ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ, จิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร สส. ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย
สุริยะกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอบคุณประชาชนที่ยังเอา ‘ความหวังในชีวิต’ มาฝากไว้กับพรรคเพื่อไทย โดยการเมืองที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่าย เจอกับความผิดหวัง เจอกับคำถาม และความไม่แน่ใจ แต่ทุกคนยังอยู่ตรงนี้ ยังพร้อมจะเชื่อ ยังพร้อมจะเดินทางไปกับพรรคเพื่อไทย
สุริยะกล่าวอีกด้วยว่า วันนี้โลกเปลี่ยน เศรษฐกิจเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน และการแข่งขันเปลี่ยนโจทย์ใหม่มันไม่ใช่แค่ทำให้พออยู่ได้ แต่คือทำให้ประเทศไปได้ไกลกว่าเดิม ไปไกลด้วยความรู้ ไปไกลด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะวิทยาศาสตร์สอน 3 อย่างที่ประเทศต้องการมากที่สุด คือทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น คิดบนข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก แก้ปัญหาที่สาเหตุ ไม่ใช่แค่ปลายเหตุ วัดผลได้ ปรับปรุงได้ และทำทุกอย่างให้ดีขึ้นได้จริง
ด้านยศชนันกล่าวว่า ต้องการเข้าสู่เส้นทางการเมือง เพราะมุ่งหวังให้คนไทยได้ใช้สิ่งดีๆ ด้วยนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่แค่เทคโนโลยีอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงประเทศต้องเข้าใจถึงปัญหาและความเดือดร้อนที่ประชาชนกำลังประสบอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ประเทศไทยต้องไร้คอร์รัปชันด้วยรัฐบาลดิจิทัล ต้องดูแลประชาชนด้วยวิทยาศาสตร์และข้อมูลอย่างเป็นธรรม และที่สำคัญที่สุด ประเทศไทยจะต้องดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เพื่อประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงความฝัน ความหวัง ของพ่อแม่พี่น้องคนไทยให้เป็นความจริง” ยศชนันระบุ




