“ผมอยากแนะนำตัวให้แฟนๆ ในลอนดอนได้รู้จัก ผมรักและแคร์พวกคุณมาก นี่คือแจ็กสัน หวัง จากประเทศจีน เรื่องอื่นช่างแม่ง จีนคือบ้านเกิดผม ฟังนะ ฟัง! มีสื่อมากมายพยายามใส่ร้ายจีน ซึ่งมันไม่จริง สื่อเ-ี้ยๆ พวกนั้นคื่อข้อมูลล้างสมอง (Propaganda) ถ้าคุณลองไปเที่ยวที่จีนสักครั้ง คุณจะรู้ว่ามันเป็นที่ที่โคตรเจ๋ง

“ผมไม่รู้ว่าพวกเขาเล่นเกมอะไรกันอยู่ ผมเป็นแค่ศิลปิน ผู้ให้ความบันเทิง เป็นแค่พลเมือง เป็นแค่คนคนหนึ่ง ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น และผมก็ไม่แคร์ด้วย ในโลกของสื่อมีฟิลเตอร์เคลือบหลอกมากมาย ผมเลยอยากให้พวกคุณระวังให้ดี คุณเข้าใจผมใช่ไหม? เรา (ชาวจีน) ก็อยู่ของเราเฉยๆ ทุกคนที่มาเราก็ต้อนรับหมด”

ประโยคข้างต้นออกมาจากปากของ แจ็กสัน หวัง (Jackson Wang) ที่กล่าวในช่วงต้นของคอนเสิร์ต ‘JACKSON WANG MAGIC MAN World Tour’ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา 

ต่อจากข้อความดังกล่าว เขาพูดถึงช่วงเวลาแสนพิเศษที่จะมอบให้ผู้ชมในการแสดงครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำว่าทุกคนจะกลับบ้านไปพร้อมพลังบวกและรอยยิ้ม ก่อนเริ่มดำเนินคอนเสิร์ตตามปกติ

ท่ามกลางเสียงกรี๊ดอันท่วมท้นตลอดการกล่าวเปิด มีแฟนเพลงจำนวนมากตั้งข้อสงสัยถึงทัศนคติทางการเมืองที่ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนในครั้งนี้ ทำให้ผู้ชมบางส่วนเลือกจะเผยแพร่วิดีโอสู่โลกออนไลน์ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถาโถมเข้าใส่ศิลปินชื่อดัง เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาแสดงตัวสนับสนุนรัฐบาลจีน แต่เป็นครั้งที่แฟนคลับบางส่วนไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป

ภาพจาก TEAM WANG Records

รู้จัก ‘แจ็กสัน หวัง’

แจ็กสัน หวัง หรือหวัง เจียเอ่อร์ (Wáng Jiā’ěr) เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 1994 ณ เมืองเกาลูนตง ของฮ่องกง ในครอบครัวที่มีพ่อเป็นอดีตนักกีฬาฟันดาบทีมชาติจีน และแม่เป็นอดีตนักยิมนาสติกทีมชาติจีน แต่ทั้งคู่ย้ายรกรากจากจีนแผ่นดินใหญ่ไปเป็นโค้ชฝึกสอนกีฬาที่ฮ่องกง และเริ่มสร้างครอบครัวที่นั่น ต่อมาในวัย 10 ขวบ แจ็กสันได้เจริญรอยตามพ่อและพี่ชายด้วยการฝึกกีฬาฟันดาบจนเข้าร่วมทีมชาติฮ่องกงได้สำเร็จ และรับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันฟันดาบเยาวชนและนักเรียนนายร้อยแห่งเอเชีย (Asia Junior and Cadet Fencing Championship) ในปี 2011 

แต่ด้วยความชอบด้านเสียงเพลงและการเต้น แจ็กสันจึงเลือกเบนเข็มชีวิตตัวเอง ถอนตัวจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2012 รวมถึงทุนศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เพื่อเดินทางไปเกาหลีใต้ ฝึกฝนเป็นไอดอลภายใต้สังกัดเจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์ (JYP Entertainment) และเดบิวต์เป็นศิลปินในนามวงก็อตเซเว่น (GOT7) ในปี 2014 

หลังจากความสำเร็จของวงดำเนินไปได้ถึงปี 2017 แจ็กสันเริ่มแยกออกมาทำผลงานเดี่ยวของตัวเองและก่อตั้งค่ายเพลง TEAM WANG Records ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้เขาสร้างฐานแฟนคลับทั่วโลกเพิ่ม และเรียกกลุ่มแฟนคลับของตัวเองว่า แจ็กกี้ (Jackie) ต่อมาแจ็กสันเริ่มได้รับงานพรีเซนต์เตอร์และแบรนด์แอมบาสเดอร์จากแบรนด์หรู อาทิ เฟนดิ (FENDI) อาร์มานี บิวตี้ (ARMANI Beauty) และเป๊ปซี่ (Pepsi)

ต่อมาในปี 2021 วงก็อตเซเว่นตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับค่ายเจวายพีและแยกย้ายกันไปทำตามสิ่งที่รัก ซึ่งการเริ่มกรุยทางให้ตัวเองของแจ็กสันตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ส่งเขาไปต่อบนเส้นทางสายดนตรีระดับโลกได้แบบไร้รอยต่อ 

นอกจากค่าย TEAM WANG Records ที่ก่อตั้งเอง แจ็กสันได้เซ็นสัญญากับค่าย SUBLIME Artist Agency เพื่อสานต่องานในเกาหลีใต้ และร่วมงานในฐานะศิลปินเดี่ยวกับค่ายระดับโลกอย่าง 88Rising 

ในปี 2023 แจ็กสันหวังมีผู้ติดตามบนอินสตาแกรม 31.2 ล้านคน ทวิตเตอร์ 7.1 ล้านคน ค่าตัวเฉลี่ย 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 265 ล้านบาท) และยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานของเขาต่อไป 

จาก Hong Kong Pride สู่การสนับสนุน One China หรือนี่คือ ‘ทางรอด’ ของคนดังในประเทศจีน

นอกจากชื่อเสียงด้านความสามารถและผลงาน อีกสิ่งที่แจ็กสันถูกพูดถึงเป็นอย่างมากคือการแสดงออกถึงความรักชาติ เพราะตั้งแต่ช่วงเป็นไอดอลฝึกหัดจนถึงวันที่ได้เป็นศิลปินเต็มตัว แจ็กสันมักพูดหรือโพสต์เกี่ยวกับฮ่องกงบ้านเกิดของเขาเสมอ จนกระทั่งปี 2016 ที่การแนะนำตัวว่า “ผมคือแจ็กสันจากฮ่องกง” เริ่มเปลี่ยนเป็น “ผมคือแจ็กสันจากประเทศจีน”

ในปี 2014 ก่อนที่บัญชีอินสตาแกรมของแจ็กสันจะเปิดเป็นสาธารณะ เขาใช้ชื่อว่า jacksonwangjy พร้อมคำอธิบายในไบโอว่า ‘(852 Hong Kong Pride)’ ซึ่ง ‘852’ คือตัวเลขรหัสประเทศของฮ่องกง แฟนคลับจึงมักได้เห็นตัวเลขนี้ถูกสกรีนบนเสื้อผ้าที่แจ็กสันใส่ระหว่างเป็นไอดอลอยู่ที่เกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่งการโบกธงชาติฮ่องกงเวลาอยู่ที่สนามบิน เพราะเขาต้องการจะแสดงความเคารพและความคิดถึงต่อบ้านเกิดอย่างเปิดเผย จนในเวลาต่อมาหลังเปิดบัญชีอินสตาแกรมเป็นสาธารณะ แจ็กสันก็ได้เปลี่ยนชื่อบัญชีเป็น jacksonwang852g7 โดยลบ (852 Hong Kong Pride) ออกจากไบโอหลัก 

จนกระทั่งในปี 2016 ก่อนเริ่มทำผลงานเดี่ยวได้ 1 ปี การแสดงออกทางการเมืองของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เนื่องจากเขาได้โพสต์ข้อความสนับสนุนนโยบายจีนเดียว (One China) ที่ต้องการให้จีนรวบไต้หวันและฮ่องกงมาอยู่ใต้การปกครอง บนบัญชีเว่ยป๋อ (Weibo) หลายครั้ง โดยแต่ละครั้งมีรูปภาพธงชาติจีนประกอบแคปชันว่า ‘บนโลกนี้มีแค่จีนเดียว’ ‘มีคนร่วมถือธงชาติจีนกว่า 1.4 พันล้านคน และผมเป็นหนึ่งในนั้น’ 

ต่อมาปี 2017 แจ็กสันปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงเดี่ยว ‘Papillon’ ที่มีเนื้อหาว่าเขาจะเดินตามทางของตัวเองและทำลายกฎเดิมๆ ในอุตสาหกรรมดนตรี แต่จุดที่ทำให้หลายคนจับตาคือฉากสโลว์โมชัน ที่แจ็กสันดึงหมวกจากเสื้อฮูดดี้สีแดงสดลง เผยให้เห็นสัญลักษณ์ดาวบนธงชาติจีน เสมือนการยืนยันว่าเขายึดมั่นกับการ ‘เลือกข้าง’ แล้ว 

ทุกสิ่งเริ่มทวีความชัดเจนมากขึ้นในการแสดงคอนเสิร์ตของวงก็อตเซเว่นที่อเมริกาใต้ในปี 2019 เพราะแจ็กสันได้นำธงชาติจีนมาโบกและคลุมตัวขณะแสดง บอกให้แฟนคลับเรียกเขาว่า ‘China Man’ หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยแนะนำตัวว่าเขาคือแจ็กสันจากฮ่องกงอีกเลย 

แต่ก็มีจุดสังเกตหนึ่งเกิดขึ้นในหมู่แฟนคลับ เนื่องจากช่วงปี 2016 ที่แจ็กสันเริ่มโพสต์ข้อความสนับสนุนนโยบายจีนเดียว เป็นช่วงที่คนดังสัญชาติจีนหลายคนแห่โพสต์ข้อความแบบเดียวกัน อาทิ เฉินหลง (Jackie Chan) หวัง อีป๋อ (Wang Yibo) วิกตอเรีย (Victoria Song) อดีตสมาชิกวง f(x) และเลย์ (Lay Zhang) อดีตสมาชิกวง EXO จากค่ายเอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ (SM Entertainment) 

จึงอนุมานได้ว่านี่อาจเป็นคำสั่งจากรัฐบาลจีนให้คนดังแสดงออกทางการเมืองเช่นนี้ และเหล่าศิลปินอาจกลัวได้รับผลกระทบเชิงลบหากไม่ทำตาม เนื่องจากกรณีที่จื่อวี (Tzuyu) สมาชิกวงทไวซ์ (TWICE) โบกธงไต้หวันในรายการโทรทัศน์ของเกาหลีใต้ ทำให้คนจีนจำนวนมากไม่พอใจและโจมตีเธอในอินเทอร์เน็ต จนจื่อวีต้องออกมาแถลงข่าวเพื่อยืนยันกับทุกคนว่าเธอเองก็สนับสนุนนโยบายจีนเดียวด้วยเช่นกัน

แล้ว ‘นโยบายจีนเดียว’ คืออะไร ทำไมการที่ศิลปินคนหนึ่งสนับสนุน ถึงเป็นเรื่องที่ควรตั้งคำถาม?

สรุปโดยง่ายคือนโยบายนี้เกิดขึ้นจากความต้องการของรัฐบาลจีนที่อยากจะควบคุมไต้หวันและฮ่องกง เนื่องจากเมื่อก่อนฮ่องกงเคยตกเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 1841 จนได้รับเอกราชกลับคืนในปี 1997 แต่ก็เป็นการส่งมอบพื้นที่คืนให้กับจีน ฮ่องกงจึงมีสถานะกึ่งปกครองตัวเองภายใต้หลักการ ‘หนึ่งประเทศ สองระบบ’ คือระบบทุนนิยมและสังคมนิยมเช่นเดียวกับไต้หวันและมาเก๊า 

เพราะฉะนั้นการที่จีนต้องการใช้ระบบของตนควบคุมประเทศเหล่านี้จะทำให้ประชาชนสูญสิ้นอิสรภาพเดิมที่เคยมีมาตลอด ซึ่งจีนก็พยายามจะคิดลูกไม้ขึ้นมาแทรกแซงเพื่อรวมศูนย์ให้สำเร็จอยู่ตลอด

อย่างเช่นการประท้วงในฮ่องกง ปี 2019 ที่มีคนหลักล้านรวมตัวกันลงถนนต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะกฎหมายนี้จะทำให้นักโทษชาวฮ่องกงถูกส่งไปไต่สวนและคุมขังที่จีนแผ่นดินใหญ่ และในการประท้วงครั้งนี้นี่เองที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงจัดการกับผู้ร่วมชุมนุม โดยรายงานจากสำนักข่าวบีบีซี (BBC News) วันที่ 11 พฤศจิกายน 2019 ระบุว่าตำรวจที่มาสลายผู้ชุมนุมมีการใช้กระสุนจริงสกัดกั้นผู้ชุมนุม

ด้วยเหตุนี้การที่ศิลปินออกมาสนับสนุนนโยบายจีนเดียว จึงไม่ต่างอะไรกับการสนับสนุนการใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่างอันเป็นวิธีการของระบอบเผด็จการ 

ปัญหาด้านจิตใจและอาการติดสุราของแจ็กสัน

หลังเกิดประเด็นบนเวทีคอนเสิร์ต ผู้คนบนโซเชียลมีเดียต่างออกมาแสดงความเห็นและถกเถียงกันมากมาย ส่วนใหญ่เป็นไปในทางผิดหวังต่อตัวศิลปินที่แสดงจุดยืนทางการเมืองเช่นนี้ แต่บางเสียงก็พูดไปในทางว่าตัวแจ็กสันอาจพลั้งปากออกไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

เนื่องจากในวิดีโอต้นเรื่อง ระหว่างที่พูดแจ็กสันถือขวดเหล้าตลอดเวลา ซึ่งสำหรับแฟนคลับรู้ดีว่าแจ็กสันเป็นคนที่ดื่มระหว่างแสดงเป็นเรื่องปกติ อีกทั้งเขายังเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเหล้ายี่ห้อเฮนเนสซี (Hennessy) อีกด้วย ทำให้ตั้งแต่ที่เขาเซ็นสัญญากับแบรนด์ในปี 2022 เราจึงเห็นขวดเหล้า Hennessy V.S.O.P ปรากฏอยู่หลายที่ที่แจ็กสันไป ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอที่ถ่ายจากงานปาร์ตี้ หรือบนเวทีคอนเสิร์ตดังกล่าว

ในรายการแทบักโชว์ (Deabak Show) ของอิริก นัม (Eric Num) ศิลปินชาวเกาหลีใต้ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2022 แจ็กสันเปิดใจเล่าถึงปัญหาด้านจิตใจที่เกิดขึ้นจากชีวิตการเป็นศิลปิน เขารู้สึกว่างเปล่า เดียวดาย จนคล้ายจะเป็นซึมเศร้า ปลีกตัวเองจากสังคมและใช้แอลกอฮอลล์ช่วยให้ผ่านเวลาที่ยากลำบากไปในทุกๆ วัน 

“ผมไล่คนอื่นออกไป ขอให้พวกเขาเลิกยุ่งกับผม และทุกวันผมจะใช้เวลาอยู่ในบ้านและดื่มหนักจนหายใจไม่ออก” 

ข้อมูลดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่าตัวแจ็กสันมีปัญหาเรื่องการดื่มจริง แต่ก็มีเสียงแย้งเช่นกันว่าความเมาไม่น่าใช่ปัจจัยสำคัญ เพราะความเห็นทางการเมืองเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ไม่ว่าจะตอนมีสติสมบูรณ์หรือเวลาเมา และสันนิษฐานกันว่าแจ็กสันเองก็ไม่น่าจะดื่มจนขาดสติขณะทำงานแสดงคอนเสิร์ตความยาวสองชั่วโมงครึ่ง

จากเรื่องราวข้างต้นหากลองเอาคำพูดของแจ็กสันมาคิดต่อในท่อนที่ว่า “สื่อมากมายพยายามใส่ร้ายจีน” และความห่วงใยที่อยากให้แฟนๆ ของเขาคัดกรองข้อมูลเกี่ยวกับประเทศจีนให้ถี่ถ้วน คงเปรียบเสมือนดาบที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวของแจ็กสันเอง

เพราะแจ็กสันเป็นศิลปินระดับโลกที่มีคนติดตาม 31.2 ล้านคน การกระทำทุกอย่างที่ออกมาจากเขาก็คือ ‘สื่อ’ สำหรับแฟนๆ เช่นกัน แจ็กสันมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมมากพอที่ทำให้แฟนเพลงทั่วโลกแต่งตัวเหมือนเขา ร้องเพลง ฝึกเต้นตาม และแห่แหนกันมาซื้อบัตรคอนเสิร์ตของเขา ดังนั้นข้อมูลหรือความเห็นด้านการเมืองก็อาจส่งต่อไปยังผู้ฟังได้ วิจารณญาณจึงเป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนจะยึดถือไว้ได้ในเหตุการณ์นี้

ที่มา:

https://youtu.be/zV9U6ErPFVw 

https://twitter.com/CarlZha/status/1614157891216502784

https://www.globaltimes.cn/page/202301/1283881.shtml 

https://www.allkpop.com/article/2019/08/jackson-continues-to-receive-criticism-from-protesters-and-netizens-over-betraying-hong-kong 

https://www.bbc.com/thai/international-58840700 

https://www.bbc.com/thai/international-50371095 

https://www.wheninmanila.com/are-chinese-celebrities-being-forced-into-supporting-chinese-politics/ 

https://edition.cnn.com/style/article/chinese-celebrities-xj-cotton-intl-hnk/index.html 

https://www.lifestyleasia.com/sg/living/people/jackson-wang-net-worth-and-the-most-expensive-things-he-owns/ 

Tags: , , , , , , , , ,