เมื่อวานนี้ (27 ตุลาคม 2026) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอิสราเอลมากกว่าร้อยละ 77 ของประชากร 7.3 ล้านคน เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งนับเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งในครั้งนี้ยังถือเป็นจุดชี้ชะตาของ เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอลคนปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งมานานกว่า 19 ปี
นับตั้งแต่สงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ปะทุขึ้น เนทันยาฮูต้องเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากนานาชาติและภายในประเทศ โดยในระดับนานาชาติ แม้ว่าเขาจะยังได้รับการสนับสนุนจาก โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศยังตั้งคำถามต่อรัฐบาลอิสราเอลที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องทางการทหารและความรุนแรงในหลายพื้นที่ของตะวันออกกลางตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงข้อกล่าวหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา ขณะที่ภายในประเทศ ความล้มเหลวด้านการจัดการความมั่นคงและการรักษาความปลอดภัยของประเทศจากเหตุการณ์ในวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ก็ส่งผลให้คะแนนความนิยมของเนทันยาฮูลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ผลสำรวจความคิดเห็นที่เผยแพร่ผ่านสื่อของอิสราเอลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ตุลาคม 2026) ชี้ให้เห็นว่า คะแนนเสียงของพรรคของเนทันยาฮูอาจสูสีกับพรรค Yashar ของ กาดี ไอเซนคอต (Gadi Eisenkot) อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israel Defense Forces: IDF) และผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกฯ โดยผลสำรวจคาดการณ์ว่า พรรคของเนทันยาฮูจะคว้าที่นั่งในรัฐสภาได้ 50 ที่นั่ง ขณะที่พรรคของไอเซนคอตอาจได้ 54 ที่นั่ง จาก 120 ที่นั่ง
สำหรับไอเซนคอต เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ IDF ระหว่างปี 2015-2019 ก่อนจะลาออกจากคณะรัฐมนตรีของเนทันยาฮู หลังเกิดเหตุการณ์กลุ่มฮามาสบุกอิสราเอลได้เพียง 8 เดือน เนื่องจากขัดแย้งกับนายกฯ อีกทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวด้านภาวะผู้นำของเนทันยาฮู ตลอดจนแนวทางการทำสงครามของรัฐบาลที่ขาดทิศทางและความชัดเจน
แม้ไอเซนคอตจะชูนโยบายหาเสียงที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง และมีจุดยืนบางประการใกล้เคียงกับเนทันยาฮู เช่น การสนับสนุนการดำรงอยู่ของรัฐอิสราเอล การคัดค้านแนวทาง 2 รัฐ (Two-State Solution) และการต่อต้านไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขาเสนอว่า หากได้ขึ้นเป็นนายกฯ เขาจะจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความล้มเหลวด้านความมั่นคงที่เปิดทางให้กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่เนทันยาฮูคัดค้านมาโดยตลอด
ความเข้าใจเบื้องต้นในระบบเลือกตั้งอิสราเอล
ระบบการเลือกตั้งของอิสราเอลกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้พรรคการเมืองได้เพียง 1 พรรค โดยสมาชิกสภาฯ ที่ได้รับเลือก จะเข้าร่วมกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่
สำหรับการจัดสรรที่นั่งในรัฐสภา จะพิจารณาจากสัดส่วนคะแนนเสียงที่แต่ละพรรคได้รับ โดยพรรคการเมืองจะต้องได้รับคะแนนเสียงอย่างน้อยร้อยละ 3.25 ของคะแนนเสียงทั้งหมด จึงจะเข้าสู่รัฐสภาได้
การเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าอาจมีพรรคการเมืองอย่างน้อย 12 พรรคผ่านเกณฑ์เข้าสู่รัฐสภา ซึ่งรวมถึงพรรค Likud ของเนทันยาฮู, พรรค Yashar ของไอเซนคอต และพรรค Together ของ นาฟตาลี เบนเนตต์ (Naftali Bennett) และยาอีร์ ลาพิด (Yair Lapid) อดีตนายกฯ อิสราเอลทั้ง 2 คน ตลอดจนพรรคขนาดเล็กและพรรคที่เป็นตัวแทนของชนกลุ่มน้อยชาวอาหรับเชื้อสายปาเลสไตน์
ทั้งนี้ การจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากของอิสราเอลจำเป็นต้องมีที่นั่งของสมาชิกสภาฯ อย่างน้อย 61 ที่นั่ง จากทั้งหมด 120 ที่นั่ง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไม่มีพรรคการเมืองใดครองเสียงข้างมากได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลอิสราเอลต้องอาศัยการรวมเสียงจากหลายพรรคการเมืองเพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนเพียงพอในสภาฯ
คณะกรรมการการเลือกตั้งอิสราเอลระบุว่า หลังปิดหีบเลือกตั้ง ประชาชนสามารถติดตามผลการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ได้ผ่านเว็บไซต์ของคณะกรรมการฯ ทั้งนี้ คาดว่าผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจะประกาศออกมาหลังการเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ หรือวันที่ 4 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้
ความเป็นไปได้ของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง
สำนักข่าว Al Jazeera วิเคราะห์ความเป็นไปได้หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ไว้ ดังนี้
1. เนทันยาฮูอาจได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไป หากพรรค Likud รวบรวมคะแนนเสียงสนับสนุนจากพันธมิตรใหม่หรือพรรคร่วมรัฐบาลเดิมอย่างพรรคขวาจัด Otzma Yehudit ของ อิตามาร์ เบน-กวีร์ (Itamar Ben-Gvir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคง และพรรคขวาจัด Religious Zionist Party ของ เบซาเลล สโมทริช (Bezalel Smotrich) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงพรรคการเมืองสายเคร่งครัดทางศาสนาอย่างพรรค Shas และพรรค United Torah Judaism (UTJ) ที่เคยเข้าร่วมและถอนตัวออกจากรัฐบาลของเนทันยาฮูอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งล่าสุดถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลไปเมื่อปี 2025
2. พรรคการเมืองฝ่ายค้านอาจได้โอกาสตั้งรัฐบาล โดยมีไอเซนคอตเป็นตัวละครสำคัญ รวมไปถึงพรรคการเมืองฝ่ายค้านอื่นๆ อย่าง พรรค Democrats, พรรค Together, และพรรค Yisrael Beytenu ที่ต่างมีเป้าหมายร่วมกันนั่นคือ ต่อต้านเนทันยาฮู และเสริมสร้างอิสราเอลให้เป็นรัฐประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง
3. พรรค Joint List จับมือกับพรรค United Arab List (UAL) ให้การสนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งทั้ง 2 พรรคเป็นพรรคการเมืองที่นำโดยชาวอาหรับและเป็นตัวแทนของชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอล คิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดภายในประเทศ และคาดว่าจะได้ที่นั่งในสภาฯ ราว 13 ที่นั่ง
โดยก่อนหน้านี้ ในการเลือกตั้งปี 2021 พรรค UAL เคยเข้าร่วมรัฐบาลผสมร่วมกับเบนเนตต์และลาพิด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลผสมที่จัดตั้งขึ้นวันนั้นมีความคิดเห็นต่อประเด็นต่างๆ แตกต่างกัน ทำให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ในอำนาจได้เพียง 18 เดือนเท่านั้น
มันซูร์ อับบาส (Mansour Abbas) ผู้นำพรรค UAL ระบุว่า พร้อมทำข้อตกลงร่วมกับเบนเนตต์และลาพิดอีกครั้ง หากพรรคฝ่ายค้านต้องการเสียงสนับสนุนเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ไอเซนคอตจะปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากพรรคของเขามีแนวคิดเอนขวาและต่อต้านปาเลสไตน์
4. เกิด ‘รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ’ โดยตามคำนิยามในรัฐธรรมนูญของอิสราเอลหมายถึง รัฐบาลที่มีพันธมิตรอย่างกว้างขวาง ซึ่งรวมถึงการรวมพรรคที่เคยเป็นคู่แข่งกันด้วย
อนึ่ง รัฐบาลในรูปแบบนี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่อิสราเอลเผชิญภาวะฉุกเฉิน เช่น สงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ในเดือนพฤษภาคม 2020 พรรค Likud ของเนทันยาฮูเคยจับมือกับหนึ่งในคู่ปรับคนสำคัญอย่าง เบนนี แกนต์ซ (Benny Gantz) จากพรรคสายกลาง Blue and White หลังมีการเลือกตั้งติดต่อกันถึง 3 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ต่อมาทั้งคู่จับมือร่วมรัฐบาลอีกครั้งหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2023 เพื่อร่วมบริหารสถานการณ์วิกฤตของประเทศ
5. หากการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลไม่ประสบผลสำเร็จ พรรค Likud ของเนทันยาฮู อาจเสนอชื่อสมาชิกพรรคคนอื่นขึ้นเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกฯ แทนเนทันยาฮู เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่นๆ
6. หากแต่ละฝ่ายไม่สามารถหาเสียงสนับสนุนเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ อิสราเอลอาจต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง โดยในสถานการณ์เช่นนี้ เนทันยาฮูจะต้องดำรงตำแหน่งนายกฯ รักษาการ จนกว่าจะได้รัฐบาลและนายกฯ คนใหม่
ที่มา:
– https://www.aljazeera.com/news/2026/10/25/israeli-elections-what-are-the-possible-outcomes
– https://www.bbc.com/news/articles/c3j47l4kdez4o
– https://www.reuters.com/world/middle-east/israel-election-what-happens-after-polls-close-2026-10-27/
Tags: เลือกตั้ง, อิสราเอล, ปาเลสไตน์, ตะวันออกกลาง, เบนจามิน เนทันยาฮู




