วันนี้ (29 สิงหาคม 2025) สื่อต่างประเทศจับตามองการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคลิปเสียงการพูดคุยระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย กับฮุน เซน (Hun Sen) ประธานวุฒิสภา ประธานองคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่า ตระกูลชินวัตรมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว และประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตการเมืองครั้งสำคัญ

ทั้งนี้สำนักข่าว Al Jazeera พาดหัวข่าวว่า ‘ตระกูลชินวัตรจบเห่แล้ว’ (Shinawatra brand is done) หลังศาลรัฐธรรมนูญไทยกำลังจะตัดสินคดีสำคัญในประเทศไทย อย่างการปลดแพทองธารออกจากตำแหน่ง จากปมคลิปเสียงการพูดคุยกับ ฮุน เซน ซึ่งอาจทำให้ตระกูลชินวัตรเจอปัญหาครั้งใหญ่ และประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤตทางการเมือง

ในรายงานพูดถึงรายละเอียดของคลิปเสียงว่า แพทองธารเรียกฮุน เซน เพื่อนสนิทของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และผู้เป็นพ่อ ว่า ‘ลุง’ ขณะที่โจมตีกองทัพว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนว่า แพทองธารทรยศต่อชาติ แม้ว่าเธอจะขอโทษต่อสาธารณชนแล้ว ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องที่กล่าวหาเธอว่า กระทำความผิดจริยธรรมอันร้ายแรง และระงับการทำงานของนายกฯ หญิงตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา

“เหตุปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชา ไม่ได้ช่วยแพทองธารและความนิยมของพรรคเพื่อไทยที่กำลังตกต่ำ ในตลอดระยะเวลา 2 ปีแห่งความผันผวน พรรคเพื่อไทยไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจหรือดำเนินนโยบายหลักได้ เช่น การขึ้นค่าแรง การทำให้คาสิโนถูกกฎหมาย หรือนโยบายแจกเงิน

“ความโกรธแค้นดังกล่าวยังคงปะทุจากกรณีที่พรรคเพื่อไทยทำขอตกลงกับพรรคฝ่ายอนุรักษนิยม ที่กองทัพสนับสนุนเพื่อจัดตั้งรัฐบาลในปี 2023” รายงานยังระบุปูมหลังทางการเมืองไทยเพิ่มเติม ถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งปี 2023 ที่ถูกวุฒิสภาขัดขวาง ทำให้พรรคเพื่อไทย ที่ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับสองหันกลับไปจัดตั้งรัฐบาลกับฝ่ายอนุรักษนิยม และกลุ่มพันธมิตรทางการเมืองที่เคยล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอดีต ซึ่งเชื่อว่า การจับมือกันนี้เป็นส่วนหนึ่งทำให้ทักษิณสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

Al Jazeera ยังทิ้งท้ายว่า แม้แพทองธารรอดจากการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลผสมของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างนโยบายทางเศรษฐกิจให้ประสบความสำเร็จ ก็อาจทำให้ตระกูลชินวัตรเผชิญสภาวะอันตรายอยู่ดี

ด้านสำนักข่าว The Guardian ประเมินเหตุการณ์ทั้งหมดว่า คลิปเสียงของแพทองธารไม่ได้แค่สร้างความปั่นป่วนให้รัฐบาล แต่ยังทำให้ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาเสื่อมถอยอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากเหตุการณ์ 5 วันหลังจากคลิปเสียงหลุดคือ เกิดเหตุปะทะทางชายแดน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตนับร้อยและหมื่นชีวิตต้องอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา เช่น ทักษิณถูกรัฐประหารในปี 2006, สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งในปี 2008 และเช่นเดียวกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปี 2014 ซึ่งตามมาด้วยเหตุการณ์รัฐประหารหลังจากนั้น

ขณะที่สำนักข่าว The Straits Times วิเคราะห์สถานการณ์ในการเมืองไทย 2 ทศวรรษที่มีผู้เล่น ได้แก่ ฝ่ายอนุรักษนิยม กองทัพ กลุ่มอีลิต และตระกูลชินวัตร ซึ่งถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อประเทศเสมอมา พร้อมทั้งย้อนถึงคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลังวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลอาญายกฟ้องความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ โดยมองว่า ตอนนี้ทักษิณเป็นเพียงคนเดียวที่ยังรอดจากการตัดสินทางการเมืองอยู่ พร้อมกับยกตัวอย่างกรณีในอดีตว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยชี้ขาดให้นายกฯ หลายคนพ้นจากตำแหน่ง ตั้งแต่กรณีซื้อเสียงจนถึงปรากฏตัวในรายการทำอาหาร

“หากแพทองธารพ้นจากตำแหน่ง ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวะอัมพาตทางการเมือง โดยที่ไม่มีแคนดิเดตนายกฯ คนไหนสามารถดำรงตำแหน่งต่อจากเธอ” สำนักข่าวสัญชาติสิงคโปร์ระบุ พร้อมระบุว่า ตามรัฐธรรมนูญไทย ผู้สมัครที่ได้รับการเสนอชื่อในการเลือกตั้งที่ผ่านมาเท่านั้น จึงจะดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศได้ 

“จากแคนดิเดต 9 คนในปี 2023 มี 4 คนที่ดำรงตำแหน่งต่อไม่ได้ด้วยหลากหลายเหตุผล และ 2 คนที่ไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อไทย อีก 1 คนไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรค ส่วนอีก 1 คนต้องเผชิญกับคดีทางการเมือง และคนสุดท้ายมีสุขภาพไม่ดี” The Straits Times ยังทิ้งท้ายคำถามสำคัญที่ว่า ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ จะสามารถยุบสภาฯ เพื่อเลือกตั้งใหม่ หรือต้องรอให้นายกฯ คนใหม่ที่รัฐสภารับรองทำหรือไม่

อ้างอิง

https://www.aljazeera.com/news/2025/8/28/thai-court-set-to-rule-on-paetongtarn-shinawatras-dismissal

https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thai-court-to-rule-on-suspended-pm-paetongtarns-fate-after-leaked-call

https://www.theguardian.com/world/2025/aug/29/thailand-prime-minister-paetongtarn-shinawatra-court-ruling-cambodia-hun-sen-phone-call

Tags: , , , , ,