เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ตุลาคม 2026) ประชาชนกว่า 5.5 แสนคน ออกมาชุมนุมประท้วงทั่วฝรั่งเศส เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพพุ่งสูง เศรษฐกิจซบเซาเรื้อรัง และสภาพความเป็นอยู่ของโรงเรียนย่ำแย่ กระทั่งการชุมนุมทวีความรุนแรงมากขึ้นจนนำไปสู่เหตุจลาจล โดยมีทั้งการเผาและทำลายอาคาร การปล้นสะดมร้านค้า รวมถึงการปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีการใช้ทั้งแก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าปราบปรามประชาชน
เซบาสเตียง เลอกอร์นู (Sebastien Lecornu) นายกรัฐมนตรีของฝรั่งเศส รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ประท้วงแล้วมากกว่า 2,400 คน ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว 150 นาย
ด้าน เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าเป็น ‘ความรุนแรงที่ไร้การควบคุม’ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมควบคุมสถานการณ์และแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ
The Momentum สรุปสถานการณ์การประท้วงที่กำลังเกิดขึ้นทั่วฝรั่งเศสไว้ดังนี้
จุดเริ่มต้นของการประท้วงครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส
จุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมาที่โรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่งในเขตชานเมืองทางตอนเหนือของปารีส ซึ่งเป็นย่านที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพแรงงาน โดยนักเรียนได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาขาดแคลนงบประมาณ บุคลากรครู และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงเรียนที่ไม่เพียงพอและอยู่ในสภาพทรุดโทรม ก่อนที่กระแสการประท้วงจะขยายวงกว้างไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น บอร์กโดซ์ แรนส์ นองต์ ลียง ลีล และมาร์เซย์
ข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนยังครอบคลุมประเด็นความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการศึกษาระหว่างเมืองใหญ่กับเมืองเล็ก ระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในระบบการศึกษา ตลอดจนความกังวลเกี่ยวกับโอกาสและอนาคตในการทำงานของคนรุ่นใหม่จากภาวะเงินเฟ้อและปัญหาเศรษฐกิจเรื้อรังภายในประเทศ
การประท้วงของกลุ่มนักเรียนดำเนินต่อเนื่องนาน 3 สัปดาห์ นับตั้งแต่กลางเดือนกันยายน จนกระทั่งช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า นักเรียนชายวัย 15 ปีรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจนสูญเสียมือข้างหนึ่งจากการใช้ระเบิดแสงของเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างเข้าควบคุมการชุมนุมในเมืองเลนส์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ และจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ชุมนุมที่เป็นเยาวชน
ตลอดช่วงการประท้วงของนักเรียนทั่วประเทศ มีรายงานว่า นักเรียนได้รับบาดเจ็บมากกว่า 200 คน บุคลากรทางการศึกษาได้รับบาดเจ็บ 85 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บอีก 700 นาย ขณะที่มีรายงานว่า เยาวชนที่เข้าร่วมการประท้วงถูกจับกุมมากกว่า 6,000 คน อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกจับกุมได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา โดยไม่มีการตั้งข้อหาทางกฎหมายแต่อย่างใด
จากห้องเรียนสู่การลงถนน
จากการประท้วงที่เริ่มต้นภายในโรงเรียน ขยายวงกว้างไปสู่กลุ่มสหภาพแรงงาน ครูและนักเคลื่อนไหว จนนำไปสู่การนัดหยุดงานทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งข้อจำกัดด้านงบประมาณของรัฐบาล การเสื่อมถอยของคุณภาพบริการสาธารณะ ราคาน้ำมัน เชื้อเพลิง และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนความไม่พอใจการบริหารประเทศ และความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ
อนึ่ง ร่างงบประมาณประจำปี 2027 ของรัฐบาลฝรั่งเศส ได้เสนอให้ใช้มาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง มูลค่ากว่า 5.4 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 1.94 ล้านล้านบาท) พร้อมเสนอให้ตรึงอัตราเงินเดือนพื้นฐานของข้าราชการต่อไป ซึ่งหากดำเนินการตามแผน จะนับเป็นการตรึงเงินเดือนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสรายงานว่า มีนักเรียน สหภาพแรงงาน และกลุ่มประชาชนขบวนการ ‘เสื้อกั๊กเหลือง’ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในปี 2018 จากการเรียกร้องเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ เข้าร่วมการประท้วงทั่วประเทศประมาณ 5.5 แสนคน ขณะที่สหภาพแรงงานประเมินตัวเลขผู้เข้าร่วมไว้สูงกว่านั้น โดยคาดว่าอาจมีจำนวนมากกว่า 8 แสนคน
ความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำนักข่าว BBC รายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้ก่อจลาจลส่วนใหญ่สวมชุดสีดำ พร้อมปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากและผ้าคลุมหน้า โดยบางส่วนมีการปิดถนน ก่อเหตุจุดไฟเผารถยนต์ของประชาชนและตึกอาคารในกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส
ลาเมีย เอล อาราชจ์ (Lamia El Aaraje) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ระบุว่า เมืองหลวงของฝรั่งเศสกำลังเผชิญความรุนแรงในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของประเทศ
นอกจากนี้ ผู้ก่อจลาจลได้เข้าปล้นสะดมและทำลายร้านค้าทั่วกรุงปารีส รวมถึงเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น มาร์เซย์ ลิโมจส์ นีซ และบอร์กโดซ์ โดยสมาคมการค้าของฝรั่งเศส (The Retail and Trade Federation) ระบุว่า มีธุรกิจที่ได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้นราว 1,500 แห่ง คิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านยูโร
ขณะที่เมืองลิโมจส์ ศาลาและหอนาฬิกากลางเมืองซึ่งสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุเพลิงไหม้ที่ผู้ก่อจลาจลเป็นผู้ก่อเหตุ
สำหรับการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว มาครงระบุว่า ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกเทศมนตรีในพื้นที่ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเพิ่มการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่อาคารและสถานที่ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์การประท้วงที่เกิดขึ้น
ท่าทีของรัฐบาลฝรั่งเศสต่อสถานการณ์การประท้วง
เมื่อวานนี้ (18 ตุลาคม 2026) ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแถลงผ่านโทรทัศน์ว่า การชุมนุมครั้งนี้มีทั้งกลุ่มผู้ประท้วงที่ออกมาเรียกร้องอย่างสันติและมีข้อเรียกร้องที่ชอบธรรม ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มบุคคลบางส่วนที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุรุนแรง ทั้งทำลายอาคารและปล้นสะดมร้านค้า
มาครงวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มที่แยกตัวออกมาจากฝ่ายซ้ายว่าเป็นกลุ่มอันธพาล “เมื่อเห็นภาพเหล่านี้ เราทุกคนต่างตั้งคำถามว่า คนฝรั่งเศสทำเช่นนี้กับคนฝรั่งเศสได้อย่างไร
“ไม่มีคำอธิบายใดที่ใช้รองรับการกระทำเหล่านี้ได้” มาครงกล่าว
มาครงยังไม่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศตามคำเรียกร้องของพรรคการเมืองฝ่ายขวา อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า ผู้ที่กระทำความผิดจะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย และรัฐบาลจะพิจารณาให้เจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานท้องถิ่นควบคุมสถานการณ์ได้ตามความเหมาะสม
ขณะที่นักการเมืองทั้งจากฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาต่างเรียกร้องให้ โลรองต์ นูเญซ (Laurent Nuñez) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมองว่ารัฐบาลรับมือกับสถานการณ์ได้ไม่ดีพอ
การประท้วงเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลฝรั่งเศสชุดปัจจุบัน ขณะที่ฝรั่งเศสกำลังเตรียมจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนเมษายน 2027 โดยผลสำรวจพบว่า พรรค National Rally ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดที่มี มารีน เลอ แปน (Marine Le Pen) เป็นผู้นำคนสำคัญของพรรค กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และมีคะแนนนำในการสำรวจความคิดเห็น ท่ามกลางการชูนโยบายหาเสียงที่เน้นประเด็นผู้อพยพและอาชญากรรม
เลอ แปนออกมาวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “กลุ่มอันธพาลพยายามฉวยโอกาสจากความโกรธของกลุ่มผู้ประท้วงเพื่อทำลายประเทศ โดยมีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มอยู่เบื้องหลัง”
ที่มา:
– https://www.bbc.com/news/articles/cw240zl08dm5o
– https://www.reuters.com/world/europe/france-faces-aftermath-worst-unrest-years-2026-10-18/
– https://time.com/article/2026/10/16/france-student-protests-macron/
Tags: France, เอ็มมานูเอล มาครง, ฝรั่งเศส, ประท้วง, เสื้อกั๊กเหลือง, สหภาพแรงงาน, นักรียน




