โรคหัดเป็นโรคติดต่อจากไวรัสที่พบได้ทุกภูมิภาคของโลก แม้เป็นเชื้อป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนมากว่า 50 ปีแล้ว แต่ระยะหลัง จำนวนเด็กที่เสียชีวิตจากหัดกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสต้านวัคซีน

องค์การอนามัยโลกหรือ WHO แถลงเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมว่า ในปี 2018 มีผู้ติดเชื้อเกือบ 10 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิต 140,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็ก เพิ่มขึ้นจากปี 2017 ที่พบผู้ป่วยโรคหัด 7,585,900 คน และเสียชีวิต 124,000 คน

พอมาถึงปี 2019 สถานการณ์ยิ่งแย่กว่าเดิม สถิติจนถึงเดือนพฤศจิกายน มีผู้เสียชีวิตมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 3 เท่า รายงานนี้ออกมาในช่วงเวลาที่เกาะซามัว ประเทศทางแปซิฟิกตอนใต้มีผู้ติดเชื้อแล้วเกิน 4,200 คนและเสียชีวิตแล้ว 60 คน ส่วนใหญ่เป็นทารกและเด็ก

เทดรอส แอดานอม เกเบรย์ซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าวว่า ตัวเลขนี้ร้ายแรงมาก ผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดในปีที่แล้วเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่ไม่ได้รับวัคซีน

“ข้อเท็จจริงที่ว่า เด็กที่เสียชีวิตจากหัดซึ่งเป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน เป็นเรื่องน่าแค้นใจและแสดงถึงความล้มเหลวที่มีต่อการปกป้องเด็กๆ ที่เปราะบางที่สุดของโลก” เขากล่าว

ทั้งที่โรคหัดสามารถป้องกันด้วยวัคซีนได้มาตั้งแต่ 50 ปีก่อน เคท โอเบรียน ผู้อำนวยการด้านภูมิคุ้มกันของ WHO กล่าวว่า เรากำลังถอยหลังจากสองสาเหตุ ในประเทศยากจน เป็นเพราะระบบสาธารณสุขที่ไม่ดี ส่วนในประเทศร่ำรวยมาจากการแพร่กระจายของข้อมูลผิดๆ

สถานการณ์การระบาดรุนแรงมากในประเทศยากจน โดยเฉพาะในแอฟริกา 5 ประเทศที่มีผู้ป่วยโรคหัดมากที่สุดคือ ลิเบอเรีย คองโก มาดากัสการ์ โซมาเลีย และยูเครน ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยมากกว่าครึ่งของจำนวนผู้ป่วยทั่วโลก

ส่วนในประเทศร่ำรวยหลายประเทศเริ่มหลุดจากสถานะปลอดโรคหัด ปีนี้ สหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยโรคหัดมากที่สุดในรอบ 25 ปี ส่วน 4 ประเทศในยุโรปได้แก่ อัลเบเนีย เช็ก กรีซ และอังกฤษ ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเป็นประเทศปลอดโรคหัดของ WHO แล้วในปี 2018 เพราะมีการระบาดรุนแรง

เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการฉีดวัคซีนโรคหัดทั่วโลกคงที่ องค์การยูนิเซฟกล่าวว่า ในปี 2018 เด็ก 86% ทั่วโลกได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดครั้งแรก ผ่านระบบบริการสุขภาพของแต่ละประเทศ การรับวัคซีนครั้งที่ 2 ซึ่งจะช่วยทำให้ป้องกันโรคหัดอย่างสมบูรณ์ลดลงไปจนเหลือต่ำกว่า 70%

อัตราการฉีดวัคซีนที่ลดลงในประเทศร่ำรวยมาจากความเชื่อของพ่อแม่ และการมีมายาคติที่ว่าการฉีดวัคซีนทำให้เด็กมีอาการออทิสซึ่ม พวกเขาจึงไม่มั่นใจที่จะไปฉีดวีคซีนตามเวลา 

โรคหัดเป็นโรคติดต่อจากไวรัสและแพร่กระจายได้รวดเร็วในอากาศ หากอยู่ใกล้ผู้ติดเชื้อเป็นเวลาหลายชั่วโมงก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เด็กและทารกที่ติดเชื้อเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอด สมองถูกทำลายจนอาจตาบอดหรือหูหนวกได้

 

ที่มา:

Tags: , , ,