ในช่วงเวลาหนึ่ง สังคมเกาหลีใต้เคยมีภาพของ ‘ชีวิตที่ประสบความสำเร็จ’ ค่อนข้างชัดเจน กล่าวคือ หลังจบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแล้ว เด็กหนุ่มสาวควรมีการงานที่มั่นคง มีรายได้เพียงพอ แต่งงาน สร้างครอบครัว และค่อยๆ สะสมทรัพย์สินขนาดใหญ่อย่างบ้านหรือรถยนต์

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ประเทศกำลังตกอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ค่าครองชีพพุ่งสูง ตลาดแรงงานไม่มั่นคง และราคาที่อยู่อาศัยสูงลิ่ว ‘สูตรสำเร็จ’ ของชีวิตผู้ใหญ่ข้างต้นกลับกลายเป็นเรื่องยากสำหรับคนรุ่นใหม่มากขึ้น 

กระแส ‘ลูกแหง่ติดแม่’ ซึ่งในอดีตมักถูกใช้ในความหมายเชิงดูแคลนในสังคมเกาหลีใต้ กลับกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่เด็กรุ่นใหม่ชาวเกาหลีใต้เพิ่มมากขึ้น เมื่อคนจำนวนไม่น้อยหันมาให้ความสำคัญและใช้ชีวิตอยู่กับแม่มากกว่าที่จะอยู่กับคนรักหรือกลุ่มเพื่อน

ปรากฏการณ์ดังกล่าวคืออะไร และกำลังบอกอะไรเกี่ยวกับอนาคตของประเทศเกาหลีใต้ The Momentum ชวนหาคำตอบในประเด็นนี้

รู้จักกระแส ‘ลูกแหง่ติดแม่’ 

คำว่า ‘Eommisae’ (엄미새) แปลเป็นไทยว่า ‘เด็กน้อยติดแม่’ มาจากวลีเต็ม ‘엄마 미친 새끼’ ถูกใช้เรียกกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุราว 23-30 ปี ซึ่งชื่นชอบการทำกิจกรรมหรือการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับแม่มากกว่าเพื่อนหรือคนรัก

กระแสดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมากบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok, YouTube และ Instagram เมื่อกลุ่มคนหนุ่มสาวจำนวนมากต่างโพสต์ภาพหรือคลิปวิดีโอที่กำลังทำกิจกรรมร่วมกับแม่ ไม่ว่าจะเป็นการออกเดต รับประทานอาหาร ท่องเที่ยว หรือช็อปปิง พร้อมติดแฮชแท็ก #엄미새 อย่างภาคภูมิใจ 

อีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนปรากฏการณ์นี้คือ วอนฮี (Wonhee) สมาชิกจากวง ‘ILLIT’ ซึ่งกล่าวผ่านรายการหนึ่งบน YouTube ว่า วลีที่เธอชอบในช่วงนี้คือ Eommisae เนื่องจากเธอชอบช่วงเวลาที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับแม่มากที่สุด และยังเล่าเพิ่มเติมว่า เพียงแค่เธออ้อนแม่ แม่ก็พร้อมรับฟังและตามใจอยู่เสมอ

ที่ผ่านมา สังคมเกาหลีใต้มักใช้คำว่า Mama’s girl หรือ Mama’s boy เพื่อเสียดสีคนที่พึ่งพาหรือติดพ่อแม่มากจนเกินไป อย่างไรก็ตาม คำว่า Eommisae สะท้อนให้เห็นทัศนคติของคนรุ่นใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป เมื่อการใช้ชีวิตกับแม่ไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไป ในทางกลับกันวิถีชีวิตแบบนี้กลับเป็นสิ่งที่เด็กรุ่นใหม่จำนวนมากเต็มใจและภูมิใจที่จะเปิดเผยให้สังคมรับรู้

เช่นเดียวกันกับกระแส ‘Full-time Child’ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยบนโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปจำนวนมากเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนที่เลือกใช้ชีวิตกับพ่อแม่ นับตั้งแต่การเตรียมอาหารเช้าให้พ่อแม่ ส่งพ่อแม่ไปทำงาน ทำความสะอาดบ้าน ตลอดจนการพาพ่อกับแม่ไปพบแพทย์ ขณะเดียวกับบางครอบครัวยังให้ค่าตอบแทนแก่ลูก สำหรับการดูแลพ่อแม่และงานบ้านอีกด้วย โดยคลิปเหล่านี้มักมียอดชมเกินหลักแสนครั้ง อีกทั้งยังได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกจากผู้ชมจำนวนมาก 

เปิดสาเหตุที่ทำให้คนรุ่นใหม่ยอมเป็น ‘ลูกแหง่ติดแม่’

ภายใต้ภาพความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว ยังมีเหตุผลด้านสังคมและเศรษฐกิจซ่อนไว้ในกระแส Eommisae อย่างลึกซึ้ง

อันที่จริง กระแสดังกล่าวเคยได้รับความสนใจในกลุ่มหนุ่มสาวชาวจีนเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่สภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่องมาจนถึงอัตราการว่างงานที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อปี 2023 โดยกระแสนี้ถูกเรียกเป็นภาษาจีนว่า ‘Quan Zhi Er Nu’ (全职儿女) ซึ่งสื่อถึงกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ลาออกจากงานประจำหรือยังหางานประจำไม่ได้ แล้วเลือกอาศัยอยู่กับพ่อแม่แทนการออกไปเติบโตนอกบ้านตามสูตรสำเร็จดั้งเดิมของสังคมเอเชีย

ต่อมากระแสนี้แพร่เข้าสู่สังคมเกาหลีใต้ ที่มีสภาพทางเศรษฐกิจภายในประเทศใกล้เคียงกับจีน จนกระทั่งกลายมาเป็นกระแส Eommisae ในปัจจุบัน

ข้อมูลจากสำนักประสานงานนโยบายรัฐบาลเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ในปี 2024 หนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้ที่มีอายุระหว่าง 19-34 ปี ยังคงอาศัยอยู่กับพ่อแม่มากถึง 54.4% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมาตั้งแต่ปี 2000 โดย 56.6% ของจำนวนคนที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ระบุว่า เหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถย้ายออกจากบ้านไปเติบโตได้เองคือ ‘ข้อจำกัดทางด้านการเงิน’

ตัวเลขดังกล่าวยังสอดคล้องกับข้อมูลขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ที่ระบุว่า จำนวนหนุ่มสาวช่วงวัย 20 ของเกาหลีใต้ที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี และมีจำนวนสูงกว่าค่าเฉลี่ยภายในกลุ่มประเทศสมาชิก OECD โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตราการจ้างงานที่ลดลง เนื่องจากการเข้ามาแทนที่ของเทคโนโลยีในตลาดแรงงาน ค่าครองชีพ และราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูงมากขึ้น รวมถึงสภาวะที่เศรษฐกิจซบเซา

อนึ่ง สถานการณ์การจ้างงานภายในประเทศเกาหลีใต้ในปัจจุบันพบว่า จำนวนผู้มีงานทำอายุ 15-29 ปี ลดลงจากปี 2025 มากถึง 2.55 แสนคน ขณะที่อัตราการจ้างงานเด็กจบใหม่ลดลงมาอยู่ที่ 43.8% เท่านั้น

เมื่อแม่ยังคงเป็นความมั่นคงให้ได้ ในวันที่สังคมไม่เอื้อให้เติบโต

นอกจากแม่จะเป็นหลักประกันด้านเศรษฐกิจให้กับหนุ่มสาวเกาหลีใต้แล้ว แม่ยังมอบความมั่นคงทางอารมณ์และความรู้สึกได้เช่นกัน ท่ามกลางแรงกดดันจากสังคมภายนอกที่มีการแข่งขันสูงซึ่งคนรุ่นใหม่ต้องเผชิญในแต่ละวัน

จาง ยุนคยอง (Jang Yoon-Kyung) หนึ่งในเจ้าของคอนเทนต์ที่เผยแพร่ชีวิตประจำวันของตนเองที่มีกิจกรรมร่วมกับแม่ของเธอ เปิดเผยกับสำนักข่าว Korea JoongAng Daily ว่า แม่ของเธอรู้จักและเข้าใจเธอได้ดีกว่าใครในโลก

“มีหลายเรื่องที่ฉันและแม่เข้าใจกันในทันทีเพียงแค่มองตากันเท่านั้น แม่ให้ความรู้สึกที่ปลอดภัยได้ดีกว่าเพื่อนหรือคนรัก” จางกล่าว

ควัก กึมจู (Kwak Keum-Joo) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาพัฒนาการจาก Seoul National University อธิบายว่า การมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่กับลูกเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน เนื่องจากพ่อแม่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ให้กับลูกได้ในวันที่สังคมเต็มไปด้วยการแข่งขัน

นอกจากนี้ อี แจลิม (Lee Jae-Rim) ศาสตราจารย์ด้านพัฒนาการเด็กและครอบครัวจาก Seoul National University ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กระแส Eommisae ได้รับความนิยมคือ การเปลี่ยนแปลงของบทบาทความเป็นแม่ในสังคมเกาหลีใต้ กล่าวคือ ในอดีตบทบาทของผู้หญิงเกาหลีใต้มักถูกมองในฐานะภรรยาและแม่ที่ต้องดูแลรับผิดชอบครอบครัวและงานภายในบ้านเป็นหลัก

ทว่าแม่ของหนุ่มสาวในปัจจุบัน คือช่วงวัยที่พร้อมไปด้วยทุนและเวลา จึงแปรเปลี่ยนบทบาทมาเป็นเพื่อนคู่คิด และใช้เวลากับลูกได้มากกว่า

ผลที่ตามมาคือ จำนวนคนโสดที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยในปี 2022 ผลสำรวจที่จัดทำโดยสมาคมประชากร สุขภาพ และสวัสดิการเกาหลีใต้พบว่า หนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้ที่มีอายุระหว่าง 19-34 ปี ไม่ได้ออกเดตหรือแต่งงานมากถึง 65.5% และ 70% ในจำนวนนี้ระบุว่า พวกเขา ‘โสดด้วยความสมัครใจ’ โดยให้เหตุผลว่า ‘ไม่มีความจำเป็นต้องออกเดต’

สำนักข่าว The Asia Business Daily วิเคราะห์ว่า ภาระทางเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนในอนาคต และการลงทุนทางด้านการเงินและอารมณ์ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนรุ่นใหม่ในเกาหลีใต้เลือกที่จะโสดด้วยความเต็มใจ ขณะเดียวกันกลุ่มคนเหล่านี้ยังหันมาพึ่งพิงครอบครัวมากขึ้น เนื่องจากครอบครัวคือพื้นที่ที่คุ้นเคยและสร้างความปลอดภัยให้กับคนรุ่นใหม่ได้มากกว่า

อนาคตต่อไปของเกาหลีใต้

หากมองเพียงผิวเผิน ก็มองได้ว่า กระแส Eommisae เป็นเพียงแค่กระแสที่กำลังได้รับความนิยมบนโลกโซเชียลฯ ของเกาหลีใต้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง วิถีชีวิตแบบครองโสดและอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของคนหนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้ อาจทำให้เกาหลีใต้ต้องเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ทั้งการแต่งงานช้าลงหรืออัตราการเกิดที่ลดลง ซึ่งล้วนส่งผลต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

ปัจจุบันเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญปัญหาสังคมสูงอายุและมีอัตราการเกิดต่ำต่อเนื่องมาหลายปี เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดหลักในการสร้างความมั่นคงให้ชีวิต รวมถึงความมั่นคงในการสร้างครอบครัว อย่างปัญหาทางเศรษฐกิจยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ

ทั้งนี้ จอน ยองซู (Jeon Young-Soo) ศาสตราจารย์จากวิทยาลัยการศึกษานานาชาติของ Hanyang University มองว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่สามารถมองให้เป็นปัญหาของปัจเจกชนหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายเชิงโครงสร้างทั้งในมิติประชากร มิติทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ที่ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งรับมือเพื่อแก้ปัญหาต่อไป

ที่มา:

https://www.koreatimes.co.kr/southkorea/society/20260719/economic-pressures-fuel-mom-obsessed-trend-among-korean-youth

https://www.asiae.co.kr/en/article/2026062919284036683

https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/why-more-south-koreans-are-becoming-full-time-children

https://www.asiae.co.kr/en/article/2026061813401387018

https://www.koreajoongangdaily.com/lifestyle/for-some-young-koreans-the-new-trend-is-quality-time-with-someone-special-mom/12733831 

https://news.sbs.co.kr/english/article.do?news_id=N1008654214 

Tags: , , , , , , , , ,